xs
xsm
sm
md
lg

"ลุงตู่"ลงพื้นที่ตรวจภัยแล้ง ยันบัตรสวัสดิการช่วยพยุงศก.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายกฯ ลงพื้นที่ตรวจภัยแล้ง ที่จ.สุรินทร์-บุรีรัมย์ สั่งเยียวยาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมกำชับแผนระยะกลางและยาวเพื่อความยั่งยืน มั่นใจบัตรสวัสดิการฯ ช่วยพยุงศก. เกิดประโยชน์แท้จริง ด้าน"โฆษก พท." ยันขอเปิดอภิปรายนายกฯไม่ได้หวังล้มรัฐบาล แต่ต้องการให้ทำให้ถุกต้อง ชี้ "บิ๊กตู่" มีโอกาสถูกลอยแพ ระหว่างอภิปราย

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะเดินทางลงพื้นที่ จ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ ในวันนี้ (19 ส.ค.) เพื่อตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ เนื่องจากอ่างเก็บน้ำสำคัญของ จ.สุรินทร์ คือ อ่างเก็บน้ำห้วยเสนง และ อ่างเก็บน้ำอำปึล ซึ่งเป็นแหล่งกักเก็บน้ำดิบผลิตประปา แม้จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ทำให้สถานการณ์คลี่คลาย แต่ยังคงต้องเฝ้าระวัง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปแก้ไขปัญหาเร่งด่วน โดยเฉพาะการขุดร่องชักน้ำเข้าสู่หัวสูบประปา และสูบน้ำบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำให้สามารถผลิตน้ำประปาได้ ขุดเจาะบ่อบาดาลเพิ่มปริมาณน้ำ รวมถึงเร่งปฏิบัติการฝนหลวง เติมน้ำในอ่างทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะไปตรวจติดตามปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานโดยกำชับเรื่องแผนระยะกลาง และระยะยาว เพื่อความยั่งยืน เช่น การเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำทุกแห่ง โครงการผันน้ำจากแหล่งที่มีศักยภาพสูงกว่า การตั้งสถานีผลิตน้ำประปาในจุดที่มีแหล่งน้ำเพียงพอ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านน้ำประปา เป็นต้น พร้อมทั้งสั่งการให้ทุกจังหวัด เตรียมการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะเกษตรกรให้ดีที่สุดด้วย

ชี้บัตรสวัสดิการฯ ช่วยกระตุ้นศก.

นางนฤมล ยังกล่าวถึง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่าก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคการบริโภค ที่ช่วยพยุงการขยายตัวของเศรษฐกิจ เพราะผลของการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 109,048.13 ล้านบาท (ร้อยละ 0.7 ของ Nominal GDP)มีส่วนสำคัญ ที่ทำให้การบริโภคภาคเอกชนในไตรมาสที่ 3 และ 4 ปี 61 และไตรมาสที่ 1 ปี 62 ขยายตัวถึงร้อยละ 5.2 5.4 และ 4.6 ตามลำดับ ซึ่งมากกว่าอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ที่ขยายตัวร้อยละ 3.2 3.6 และ 2.8 ตามลำดับ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การบริโภคภาคเอกชนที่ได้อานิสงส์ ส่วนหนึ่งจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ช่วยให้เศรษฐกิจไม่ทรุดตัวลงมากกว่าที่เป็น

นอกจากนี้ การดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ยังส่งเกิดประโยชน์ต่อภาครัฐเช่น มีฐานข้อมูลเชิงลึกเป็นรายบุคคลและพื้นที่ สามารถจัดสวัสดิการแบบถูกฝาถูกตัว ใช้งบประมาณคุ้มค่า ให้สวัสดิการที่ตรงกับความต้องการของผู้มีรายได้น้อย บรรเทาภาระค่าครองชีพที่จำเป็นของครัวเรือนได้ ใช้สวัสดิการที่ให้ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่มีการรั่วไหล ไม่มีการคอร์รัปชัน ถ้าไม่ใช้ เงินไม่หายไปไหน ยังคงอยู่ในกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากด้วย

ยันทุ่ม 3แสนล.มุ่งช่วยประชาชน

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึง กรณีที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 3 แสนล้านบาท ว่า มาตรการดังกล่าวจะเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในวันอังคารนี้ เชื่อว่าจะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ ส่งผลให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนหลายรอบ เกิดการจับจ่ายใช้สอย การลงทุน ทำให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศดีขึ้น ในสภาวะที่ประเทศได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจของโลก

สำหรับมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจมีอยู่ 3 ด้าน ประกอบด้วย 1. มาตราการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง 2. มาตราการดูแลผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ 3. มาตราการกระตุ้นผู้บริโภคและการลงทุนภายในประเทศ

ส่วนกรณี พรรคเพื่อไทย ไม่เชื่อมั่นว่ามาตรการดังกล่าวจะได้ผล และเม็ดเงินจะไหลเข้าสู่กระเป๋านายทุนนั้น ถือเป็นการมองโลกในแง่ร้ายเกินไป รัฐบาลนี้ไม่ทำเพื่อนายทุน เหมือนรัฐบาลในอดีตแน่นอน แต่เป็นการช่วยเหลือพี่น้องคนยากคนจน พี่น้องเกษตรกร รัฐบาลตั้งใจที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ของประเทศเพื่อช่วยเหลือพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ วันนี้พรรคเพื่อไทย ควรจะเสนอแนะ ไม่ใช่ออกมาคัดค้านลูกเดียว หรือกล่าวหาโจมตีรัฐบาลเพียงอย่างเดียว

"บิ๊กตู่"จะถูกลอยแพช่วงอภิปราย

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง กรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไป โดยไม่ลงมติ ตามรธน. มาตรา 152 กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นำครม.กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณ ไม่ครบถ้วนตามถ้อยความใน รธน.มาตรา 161ว่า พล.อ.ประยุทธ์ พรรคพลังประชารัฐ รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาล ยังไม่มีเอกภาพทางความคิดที่ชัดเจนว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร การให้ความเห็นของแต่ละส่วน ต่างย้อนแย้งไปคนละทิศทาง โดยรองนายกฯ ชี้ช่องว่า ให้คนอื่นมาชี้แจงแทนได้ ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ มั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะชี้แจงด้วยตัวเอง ยิ่งพรรคร่วมรัฐบาลไม่ต้องพูดถึง มีโอกาสลอยแพ พล.อ.ประยุทธ์ ให้เผชิญชะตากรรมเพียงลำพังสูงมาก เพราะข้อเท็จจริงเรื่องนี้ แม้อยากจะช่วยก็ช่วยยาก ทำได้เต็มที่เพียงแค่การตั้งองครักษ์ประท้วงระหว่างการอภิปราย

ทั้งนี้ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เกมการเมืองโค่นล้มรัฐบาล แต่เป็นการทำหน้าที่ตามรธน. ด้วยเจตนาดี เพื่อให้รัฐบาลรีบกลับไปแก้ไขปัญหา เพราะหากปล่อยให้รัฐบาลทำงานต่อไปเรื่อยๆ โดยที่ยังไม่ได้กลับไปแก้ไขปัญหาให้ถูกต้อง หากในอนาคตเกิดปัญหาขึ้นมา การทำงานของรัฐบาล ที่ผ่านมาอาจเป็นโมฆะ ประเทศและประชาชนจะเสียโอกาส

หนุน"บิ๊กตู่"สู้ศึกอภิปราย เชื่อเอาอยู่

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้บรรจุญัตติการอภิปราย อยู่ในระเบียบวาระแล้วหรือไม่ ถ้าบรรจุในระเบียบวาระแล้ว วิปรัฐบาลจะมาดูว่า ควรจะดำเนินการอย่างไร เช่น ฝ่ายรัฐบาลจะตอบข้อซักถามได้มากน้อยเพียงใด โดยวันนี้ (19 ส.ค.) วิปรัฐบาลจะหารือกันในเบื้องต้น ก่อนจะพูดคุยกันต่อในวันที่ 20 ส.ค.

สำหรับการอภิปรายตาม มาตรา 152 นั้น จะไม่มีการลงมติ ซึ่งฝ่ายรัฐบาล สามารถตอบได้ แต่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล จะขึ้นช่วยอภิปรายไม่ได้ เพียงแต่ สามารถคัดค้านบางเรื่องได้

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองผ่านเฟซบุ๊ก ไลฟ์ ถึงกรณีการยื่นญัตติอภิปรายนายกฯ ว่า เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศว่า ไม่ได้กลัวสภาฯ พร้อมจะไปชี้แจงญัตติของฝ่ายค้านในสภาฯ ด้วยตัวเอง ตนสนับสนุนแนวความคิดนี้ และเห็นด้วยให้พล.อ.ประยุทธ์ใช้เวทีสภาฯแก้ปัญหาต่างๆ ของรัฐบาล และตนขอให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ ในการตอบข้อสงสัยของฝ่ายค้าน จะได้เพูดความจริงกัน ใครพูดเท็จ ปั้นเรื่อง พูดจาผิดข้อบังคับการประชุม ก็ จะถูกประท้วงจากสมาชิก และมีการตรวจสอบความจริงจากสมาชิกที่ประชุมได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์ สามารถรับมือกับการอภิปรายของพรรคฝ่ายค้านได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีองครักษ์ หรือตัวช่วยให้เกะกะ วุ่นวาย เสีย บรรยากาศการประชุมสภาฯ เป็นที่น่ารำคาญของประชาชน ผู้ติดตามดูการถ่ายทอดสดในครั้งนี้ด้วย
กำลังโหลดความคิดเห็น...