xs
xsm
sm
md
lg

ฤาฮ่องกง จะเป็นเทียนอันเหมิน 2.0

เผยแพร่:   โดย: นพ นรนารถ


การสลายการชุมนุมที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน 30 ปีก่อน ถูกอ้างอิงถี่ขึ้น เมื่อการชุมนุมประท้วงในฮ่องกงยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 11 และไม่มีทีท่าว่าจะจบลงเมื่อไร และจบลงอย่างไร

เหตุการณ์เทียนอันเหมิน เป็นการชุมนุมของนักศึกษาจีน เรียกร้องให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น การชุมนุมที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2532 ยาวนานเกือบ 7 สัปดาห์ ในที่สุดรัฐบาลจีนส่งกำลังทหารเข้าสลายผู้ชุมนุมบาดเจ็บล้มตายนับพันคน

ตอนนั้น จีนกำลังเริ่มปฏิรูปเศรษฐกิจตามนโยบาย 4 ทันสมัยของเติ้ง เสี่ยวผิง ได้ไม่ถึง 10 ปี การสลายการชุมนุมที่เทียนอันเหมิน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ นโยบายเปิดประเทศ ต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติ เมื่อโลกตะวันตกประณามการใช้ความรุนแรงของรัฐบาลจีน และทบทวนความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ชะลอการลงทุน

แต่หลังจากนั้นไม่นานเพียงแค่ 2 ปี เหตุการณ์ก็กลับคืนสู่ความปกติ นโยบาย 4 ทันสมัยเดินหน้าต่อไป ทุนจากตะวันตกเริ่มกลับมา และมีจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม เหตุการณ์เทียนอันเหมิน เป็นแค่ความทรงจำของผู้ที่สูญเสียเท่านั้น มีเพียงการชุมนุมเพื่อระลึกถึงทุกปีที่ฮ่องกง ซึ่งในปีที่เกิดเหตุการณ์ทียนอันเหมิน ฮ่องกงอยู่ในช่วง 10 ปีสุดท้ายของการเป็นอาณานิคมอังกฤษ ซึ่งจะต้องคืนให้จีนในปี 1997

การชุมนุมประท้วงของคนฮ่องกงเริ่มต้นในเดือนมิถุนายน เพื่อต่อต้านการออกกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนของรัฐบาลฮ่องกง เพราะเกรงว่า กฎหมายนี้จะเป็นเครื่องมือที่จีนใช้ปราบปรามผู้ที่ต่อต้าน

แม้ว่า แคร์รี่ แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารเกาะฮ่องกง จะยอมระงับการผลักดันร่างกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติ แต่การชุมนุมก็ยังมีต่อไปทุกสุดสัปดาห์ และมีข้อเรียกร้องเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากให้ถอนกฎหมายออกไปเลย ให้สอบสวนการสลายการชุมนุมของตำรวจ และเอาผิดกับผู้ชุมนุม ก็คือ ให้คนฮ่องกงมีสิทธิเลือกตั้งผู้บริหารทางตรงแทนการเลือกตั้งในปัจจุบัน ที่คณะผู้เลือกตั้ง 1,200 คนที่เป็นตัวแทนกลุ่มอาชีพประชาสังคม เป็นผู้เลือกหัวหน้าคณะผู้บริหารทุก 5 ปี

ข้อเรียกร้องเหล่านี้ไม่มีทางที่คณะผู้บริหารฮ่องกงซึ่งต้องรับนโยบายจากจีนจะยอมให้ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิในการเลือกตั้งทางตรง ซึ่งก็คือ การเรียกร้องประชาธิปไตยของนักศึกษาจีนที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อ 3 ทศวรรษก่อน เพราะเกรงว่า จะเป็นตัวอย่างให้เกิดการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของคนจีนบนแผ่นดินใหญ่ และเป็นการแสดงความอ่อนแอของสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งจะมีผลเสียทางการเมืองในพรรคคอมมิวนิสต์จีน

การเผยแพร่คลิปวิดีโอตำรวจจีนซ้อมปราบจลาจล ตรงชายแดนเมืองเซินเจิ้นที่ติดกับฮ่องกงของทางการจีน และการเคลื่อนขบวนรถยานเกราะจากมณฑลฮกเกี้ยน เข้าสู่นครเซินเจิ้น ภายหลังการยึดสนามบินฮ่องกงเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน ทำให้คาดการณ์กันว่า จีนอาจจะใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม

นายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนรัฐบาลจีนว่า อย่าได้สร้างจัตุรัสเทียนอันเหมินใหม่ขึ้นในฮ่องกง

สำนักข่าวโกลบอล ไทมส์ ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลจีน บอกว่า จะไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยการปราบปรามที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน เพราะวันนี้ จีนแข็งแกร่งขึ้น มีวุฒิภาวะมากขึ้น และขีดความสามารถของจีนในการจัดการกับสถานการณ์ซับซ้อนก็ก้าวหน้าขึ้นด้วย

ตามกฎหมายฮ่องกง การส่งกำลังทหารหรือตำรวจจากจีนเข้าไปในฮ่องกง ต้องเป็นการร้องขอจากคณะผู้บริหารฮ่องกง และในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่จะเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย และภัยพิบัติเท่านั้น

หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง แคร์รี่ แลม แม้จะเป็นที่รู้กันว่า เป็นคนของปักกิ่ง แต่เธอคงไม่อยากให้จีนส่งกำลังเข้าไปสลายการชุมนุม เพราะเสี่ยงต่อความพินาศของเกาะฮ่องกง และจะเป็นตราบาปไปชั่วชีวิต

โลกเมื่อ 30 ปีก่อน ตอนที่เกิดเหตุการณ์เทียนอันเหมินกับโลกในทุกวันนี้เป็นโลกคนละใบ รัฐบาลจีนอาจจะควบคุมข้อมูลข่าวสารในประเทศได้ แต่นอกประเทศจีนไม่อาจต่อกรกับพลังโซเชียลมีเดียทั่วโลกได้แน่ จีนในยุคของสี จิ้นผิง ต้องการเป็นผู้นำโลกที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ การตัดสินใจสลายการชุมนุมด้วยกำลังจึงไม่ง่ายเหมือนเมื่อ 30 ปีก่อน

จีนในวันนี้ กับจีนเมื่อ 30 ปีที่แล้วก็ไม่เหมือนกัน แม้จะแข็งแกร่งขึ้น มีวุฒิภาวะมากขึ้น แต่ก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ซับซ้อนขึ้น ต้องทำศึกการค้ากับสหรัฐฯ และกำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาหนี้สิน

การชุมนุมประท้วงที่ไหนๆ ในโลก ต้องมีวันยุติเลิกการชุมนุม รัฐบาลปักกิ่งคงไม่สามารถปล่อยให้มีการชุมนุมไปเรื่อยๆ ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ จนกว่าผู้ชุมนุมจะถอยไปเอง ซึ่งคงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะผู้ชุมนุมเองมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับแล้ว

จีนจะมีวิธีจัดการอย่างไร คงได้เห็นกันในไม่ช้า


กำลังโหลดความคิดเห็น...