xs
xsm
sm
md
lg

ม็อบฮ่องกง...จบแบบไหน???

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงที่ฮ่องกง
สงสัยวันนี้...คงเลี่ยงไม่พ้นต้องแวะกลับไปที่ “เกาะฮ่องกง” กันอีกสักรอบ เพราะเป็นอะไรที่ผู้คนแทบจะทั้งโลกหันไปจับจ้องมองเขม้นกันอยู่มิใช่น้อย คือเล่นกันถึงขั้น “ปิดสนามบิน” ที่มีเครื่องบินนานาชาติขึ้นๆ-ลงๆ วันละ 800 เที่ยว เกือบพันๆ เที่ยว ไม่ว่าชาติไหนต่อชาติไหนนั่นแหละ หนีไม่พ้นต้องหันไปเหลียวมองอย่างมิอาจเลี่ยงได้...

แม้แต่ชาติไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาก็เถอะ ภาพของ “สาวไทย” ที่จูงลูกแค่ไม่กี่ขวบซึ่งกำลังร้องไห้กระจองอแง ไปกู่ก้องร้องตะโกนบอกบรรดา “กุมารฮ่องกง” ที่ออกันอยู่ในสนามบินให้ไปสู้กับรัฐบาล... “อย่ามาสู้กับฉัน เพราะฉันอยากจะกลับบ้าน ฉันจ่ายเงินให้ประเทศคุณไปแล้ว แต่พวกคุณยังมาทำอย่างงี้กับฉันเพราะฉะนั้น...ฉันจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีกแล้ว” นี่...ถ้าว่ากันตามข่าวที่สื่อกลางๆ อย่าง “เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์” เขาได้ถ่ายทอดมาให้รับทราบแบบชนิดคำต่อคำ...

อย่างไรก็ตาม...ความสนใจของใครต่อใคร อาจไม่ได้อยู่ที่ว่ามันจะจบ-ไม่จบ หรือจะจบเมื่อไหร่ อะไรทำนองนั้น เพราะยังไงๆ มันคงต้องจบไม่วันใด-วันหนึ่งอยู่แล้วแน่ๆ แต่น่าจะหนักไปทาง “จบอย่างไร” ซะมากกว่า คือจะ “โหด-ไม่โหด” โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวล่า-มาเรือ ว่าด้วยการตระเตรียมอาวุธยุทโธปกรณ์ รถหุ้มเกราะ เครื่องมือปราบจลาจล รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่จากจีนแผ่นดินใหญ่ ทยอยเข้ามาเป็นระยะๆ ในช่วงเดียวกันกับที่ “ความชอบธรรม” ของบรรดาผู้ประท้วง หรือของ “กะปอมฮ่องกง” ทั้งหลาย ออกอาการลดฮวบๆ ฮาบๆ ลงไปทุกที แม้จะมีประเทศตะวันตกอย่างคุณพ่ออเมริกา หรืออังกฤษ พยายามออกมาให้ความสนับสนุนเพียงใดก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไร “ดูดี” ขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย แม้จะดูเก๋-ดูเท่ อยู่บ้างในสายตากุมารฮ่องกงทั้งหลาย ที่เล่นถึงขั้นโบกธงชาติอเมริกา ธงชาติอังกฤษ ปานประดุจเป็นธงชาติตัวเอง แถมเผลอๆ...ยังงัด “เพลงชาติอเมริกัน” ออกมาร้องปลุกใจกันและกันซะอีกต่างหาก...

คืองานนี้...คงต้องสรุปว่า ด้วย “ความเป็นเด็ก” ที่ยังขาด “วุฒิภาวะ” ขาดความรู้ในเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะเรื่องราวทางประวัติศาสตร์นั่นแหละเป็นสำคัญ ทำให้ “ม็อบ” ของกุมารฮ่องกงคราวนี้ แม้จะมาแรงแซงโค้งเพียงใดก็ตาม แต่ก็ยากส์ส์ส์ที่จะก่อให้เกิดการบรรลุผล บรรลุเป้าหมาย ในสิ่งที่ตัวเองเรียกร้อง ต้องการได้ง่ายๆ แม้แต่ผู้ที่ให้การสนับสนุน ผู้ที่พยายามใช้ “เด็ก” เป็นเครื่องมือ หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการก่อการครั้งนี้ก็เถอะ ก็ดูจะไม่ได้มีความฉลาดลึกซึ้ง ละเอียดประณีตมากมายสักเท่าไหร่ ในการผลักดันให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาในเกาะฮ่องกง อย่างเช่น...เจ้าของหนังสือพิมพ์ “Apple Daily” ซึ่งถูกชาวจีนด้วยกัน ให้สมญานามว่า “คนขายชาติแซ่หลี่” อะไรทำนองนั้น ที่เล่นไปหลุดปาก หลุดคำพูด ในแวดวงสัมมนาที่อเมริกาว่าตัวเองกำลังสู้ให้กับอเมริกาแบบโต้งๆ โจ้งๆ โดยลักษณะอาการมันเลยออกไปทางคล้ายๆ พวก “อนาคตไหม้” หรือพวก “ฟ้ารักพ่อ” ของบ้านเรา หรือออกไปทาง “ชักศึกเข้าบ้าน” กันเห็นๆ...

ยิ่งไปกว่านั้น...ถ้าว่ากันถึงผลประโยชน์สูงสุดอันเป็นเสมือน “เส้นเลือดใหญ่” ที่หล่อเลี้ยงบรรดาชาวฮ่องกง นับแต่อดีต ปัจจุบัน ไปจนถึงอนาคตโน่นเลย คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...หนักไปทางผลประโยชน์เรื่องธุรกิจ เศรษฐกิจนั่นแหละเป็นสำคัญ แต่บรรดาม็อบฮ่องกง หรือผู้ที่อยู่เบื้องหลังม็อบฮ่องกงคราวนี้ นอกจากไม่ได้ให้ความสนใจให้ความสำคัญต่อ “พลังอำนาจทางเศรษฐกิจ” ของจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ได้กลายเป็น “เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกทั้งโลกไปแล้วในทุกวันนี้ ชนิดไม่น้อยหน้าไปกว่าอเมริกา เผลอๆ...อาจมากกว่าซะด้วยซ้ำ หรือไม่ได้คิดนำเอาสิ่งเหล่านี้มาใช้ใคร่ครวญพิจารณา เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกาะฮ่องกง ต่อมวลชนชาวฮ่องกง อย่างที่ “นักเคลื่อนไหวมวลชน” ทั้งหลายพึงมี แถมยังดันไปสร้างความเสียหาย ไปทำร้าย ทำลายพื้นฐานทางเศรษฐกิจโดยรวมของเกาะฮ่องกง ชนิดป่นปี้ แหลกลาญ ยับเยิน ระดับที่ “นางแคร์รี่ แลม” ผู้ว่าการฯ ฮ่องกงเธอถึงกับต้องใช้คำว่า “ร่วงลงสู่เหวลึก” ชนิด “ไม่อาจย้อนกลับมาได้อีก” อะไรทำนองนั้น...

อีกทั้งการไปหยิบเอาสิ่งที่เรียกว่า “เสรีภาพ” หรือ “ประชาธิปไตย” มาใช้ปลุกกระตุ้น ปลุกระดมกันไปเป็นพักๆ ถ้าหากเป็นเมื่อสัก 2-3 ทศวรรษที่แล้ว มันก็อาจพอมีน้ำ มีเนื้อ อยู่บ้าง เพราะความสูงส่ง วิเศษวิเสโส วิลิศมาหราของ “ความเป็นประชาธิปไตย” ยังอาจพอนำมาใช้เป็น “เครื่องมือ” ในการปฏิวัติโน่น ปฏิวัตินี่ หรือ “ปฏิวัติสี” ได้มั่ง แต่มาถึง ณ ขณะนี้...กระทั่ง “ประชาธิปไตยแม่แบบ-ต้นแบบ” ไม่ว่าประชาธิปไตยอเมริกา หรือประชาธิปไตยอังกฤษ...ก็เถอะ ยังเละเป็นขี้ เละเป็นโจ๊ก เละเป็นเต้าหู้ตกโต๊ะจนทำให้ชาวอเมริกันชาวอังกฤษ จำนวนไม่น้อย ที่ยอมรับ “ความจริง” ยังออกอาการ “ฝืนใจ” แทบไม่อยากโบกธงชาติตัวเอง หรือร้องเพลงชาติของตัวเองดังนั้น...ความปรารถนา ความต้องการของ “กุมารฮ่องกง” ที่ตั้งหน้า ตั้งตา โบกธงชาติอเมริกัน อังกฤษ ร้องเพลงชาติอเมริกากันอย่างสนั่นหวั่นไหว จึงหนักไปทาง “มายาภาพ” กันเห็นๆ...

ยิ่งถ้า “เพ้อ” ไปไกล...ถึงขั้นคิด “แยกดินแดนฮ่องกงเป็นอิสระ” ก็ยิ่งออกอาการ “ฟุ้งซ่าน” ยิ่งขึ้นไปใหญ่ เพราะขนาด “เกาะไต้หวัน” ที่มีอาวุธครบ มีทั้งเครื่องบิน รถถัง ปืนใหญ่ กำลังทหารที่พอต้านรับกองทัพจีนได้สักพักใหญ่ๆ ทุกวันนี้...ยังแยกไม่ค่อยถนัดถนี่สักเท่าไหร่ ยังต้องตกอยู่ภายใต้วงจรความเป็น “หนึ่งประเทศ-สองระบบ” ไม่ทางหนึ่ง ก็ทางใด อย่างมิอาจปฏิเสธได้ ดังนั้น...ยิ่งเพ้อ ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่าไหร่ สิ่งที่เรียกว่า “ความชอบธรรม” ของพวกเด็กๆ ฮ่องกง จึงแทบไม่เหลือติดไม้ ติดมือ ติดปลายนวมยิ่งเข้าไปทุกที เหลืออยู่แต่ว่า “ทางการฮ่องกง” หรือ “ทางการจีนแผ่นดินใหญ่” จะหันไปใช้ “กรรมวิธี” แบบไหน ในการเผด็จศึกขั้นตอนสุดท้ายกับ “ม็อบฮ่องกง” คราวนี้ แบบที่ไม่ถึงกับผลเสียหายต่อ “ภาพลักษณ์” ของตัวเองมากมายเกินไปนัก...

พูดง่ายๆ ว่า...จะ “โหดมาก-โหดน้อย” หรือจะ “โหด-เลว-ดี” เท่านั้นเอง เพราะบรรดาพวกนักคิด นักยุทธศาสตร์ ในจีนแผ่นดินใหญ่ที่คิดมาก คิดไกล คิดกะจะนำเอาสิ่งที่เรียกๆ กันว่า “สังคมนิยมที่มีลักษณะเฉพาะ” หรือ “ทุนนิยมเผด็จการ” หรือ “ประชาธิปไตยรวมศูนย์” ตามแบบฉบับชาวคอมมิวนิสต์ทั้งหลาย มาใช้เป็น “ต้นแบบ-แม่แบบ” ให้กับบรรดาประเทศต่างๆ ที่ชักเริ่มเห็นถึงความเสื่อมโทรม อันเนื่องมาจาก “ความเป็นประชาธิปไตย” ตามแบบฉบับตะวันตกชัดเจนยิ่งขึ้นทุกที ก็น่าจะมีอยู่เป็นจำนวนมิใช่น้อยและด้วยความเพ้อเจ้อของบรรดาเด็กๆ ชาวฮ่องกงคราวนี้ ก็อาจนำไปใช้แปลงสภาพให้กลายเป็นประโยชน์สำหรับ “เป้าหมายระยะยาว” ของ “พรรคคอมมิวนิสต์จีน” ได้เช่นกัน ไม่ว่าในแง่ของการเป็นต้นแบบ-แม่แบบทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือในแง่การตอบโต้ความพยายามแทรกแซงทางการเมืองของฝ่ายตะวันตก ต่อประเทศคอมมิวนิสต์อย่างจีน ที่มีมานานแล้วและโดยตลอด การหาทาง “จบอย่างไร” หรือ “จบแบบไหน” ของจีนแผ่นดินใหญ่ หรือของทางการฮ่องกงก็แล้วแต่ จึงออกจะน่าสนใจซะยิ่งกว่า “จบเมื่อไหร่” เพราะยังไงๆ...มันคงต้องจบอยู่แล้วแน่ๆ!!!
กำลังโหลดความคิดเห็น...