xs
xsm
sm
md
lg

ตายปริศนา ที่คุกแมนฮัตตัน

เผยแพร่:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร

เจฟฟรีย์ เอ็พสตีน มหาเศรษฐีนักการเงินชื่อดังของสหรัฐฯ
ขณะที่ทั่วโลกกำลังติดตามสถานการณ์ก่อจลาจลที่ฮ่องกงด้วยใจระทึกว่า ทางการจีนที่ปักกิ่งจะจัดการสลายการชุมชุมแบบใด-จะเป็นทหารปลดแอก PLA, หรือตำรวจปราบจลาจลจากเสิ่นเจิ้น; หรือแค่กองกำลังของปักกิ่งที่รักษาการอยู่ที่ฮ่องกงแล้ว 6 พันคน เพียงรอคำขออย่างเป็นทางการของประธานแคร์รี่ แลม เท่านั้น...หรือจะเป็นวิธีการที่อาจละมุนละม่อมกว่านั้นด้วยการกดดันเหล่า Tycoons ผู้กุมเศรษฐกิจของฮ่องให้หาทางกดดันกลุ่มหนุ่มสาวให้หยุดการเพิ่มความรุนแรงในการประท้วง... อาจมีการเปิดโต๊ะเจรจาต่อรองข้อเรียกร้องทางฝ่ายกองกำลังสุดขั้วส่วนหน้า (หนุ่มสาว) ที่ยกระดับเรียกร้องเกินไปกว่าการแขวนร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพราะตั้งแต่ประท้วงถึง 2 ล้านคนตอนกลางมิถุนายน ยังไม่มีการเปิดเจรจาอย่างเป็นทางการทั้งสิ้น แม้แต่ผู้นำแกนนำประท้วงก็หลีกเลี่ยงการเปิดเผยตัว (นอกจากนายโจชัว หว่อง ที่เพิ่งออกมาจากคุก)

และถ้าทางการจีนยอมยกเลิก (terminate) ร่างกฎหมายแทนการแขวน (suspend) ก็น่าจะเป็นชัยชนะของฝ่ายผู้ประท้วง

แล้วยังมีผู้ประท้วงอายุตั้งแต่ 13 ปีถึง 60 กว่า ที่ถูกจับข้อหาจลาจลไปกว่า 600 คนแล้ว ก็เป็นประเด็นที่ต้องมีการเปิดเจรจาอย่างเป็นทางการว่า จะลดโทษจากข้อกล่าวหาว่า ก่อจลาจล-ถึงขั้น-ก่อการร้าย (ข้อกล่าวหาล่าสุดของผอ.สำนักฮ่องกงและมาเก๊า)-หลังกลุ่มประท้วงหลายพันเข้าไปอัดแน่นภายในอาคารผู้โดยสารถึง 4 วันเต็ม, เพื่อสื่อสารเผยแพร่ให้ผู้โดยสารจากทั้งโลกได้รู้ว่า รัฐบาลฮ่องกงกำลังละเมิดสิทธิมนุษยชนในการชุมนุมอย่างสงบ และตำรวจทำเกินกว่าเหตุ

แต่สัญญาณล่าสุดจากปธน.ทรัมป์ ออกมาชัดว่าเขาโอนเอียงยอมรับเหตุการณ์จลาจลในฮ่องกงเป็นเรื่องภายในของจีน เพราะขณะนี้ทรัมป์กำลังเจรจาการค้ากับจีน ซึ่งดูท่าทีจะบานปลาย และอาการหนักขึ้นทุกทีต่อการประกาศกดดันจีนด้วยกำแพงภาษี 10% กับสินค้านำเข้าจากจีนกลุ่มสุดท้าย ด้วยมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ โดยจะเริ่ม 1 กันยานี้ เพราะจีนมีท่าทีแข็งกร้าวไม่ยอมซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ อีกต่อไป อันทำลายฐานเสียงของทรัมป์ (จนต้องเอางบเกือบแสนล้านดอลลาร์มาอุดหนุนเกษตรกรปลูกถั่วเหลือง, ข้าวโพด ฯลฯ)

สัญญาณเสี่ยงที่สหรัฐฯ และทั่วโลกกำลังเดินเข้าสู่การชะลอตัวทางเศรษฐกิจแบบหัวทิ่ม อย่างที่ศ.ดร.Lawrence Summers อดีตรมต.คลังคนที่ 71 ของสหรัฐฯ (ในสมัยคลินตันและปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด) ได้ออกมาเตือนทรัมป์อย่างเหลืออด

และการออกแถลงการณ์ของทรัมป์ต่อกรณีการประท้วงที่ฮ่องกง เป็นการแบะท่าแสดงไมตรีต่อจีน เพื่อเปิดทางให้การเจรจาสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนจะได้เดินหน้าต่อไป และเผลอๆ (แม้ทั้งสองฝ่ายจะเพิ่มความรุนแรงในการตอบโต้มากยิ่งขึ้น) อาจจบลงได้อย่างพอไปที; ก่อนหน้าการเปิดรณรงค์หาเสียงปธน.ได้ในต้นปีหน้า

ในวันเสาร์ช่วงที่กำลังประท้วงดุเดือดที่สนามบินฮ่องกง และตำรวจฮ่องกงนอกจากใช้กระสุนยางเต็มที่, ยังปาแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ประท้วงในรถไฟใต้ดิน จนทำเอาผู้ประท้วงหญิงคนหนึ่งโดนเข้าที่ตาขวา และทำให้ตาบอด ดั้งจมูกหัก

คืนนั้นเอง ที่คุกที่มีการรักษาการอย่างเข้มข้นที่เกาะแมนฮัตตัน ก็เกิดกรณีการตายอย่างปริศนาของผู้ต้องหาที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คือ นายเจฟฟรีย์ เอ็พสตีน เศรษฐีนักการเงินวัย 66 ปีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพ่อ (หรือจอมแมงดา) ที่ล่อลวงเด็กสาววัยรุ่น (อายุ 14-15 ปี) มาให้บริการทางเพศแก่แขกวีไอพีระดับโลกตั้งแต่เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว และทำเรื่อยๆ มา

เขามีคฤหาสน์ยักษ์เพื่องานเลี้ยงต้อนรับแขก (น่าจะคิดเงินค่าบริการ) 2 แห่งที่ฟลอริดา และที่เกาะแมนฮัตตัน ซึ่งมีภาพคลิป รวมทั้งคำให้การกล่าวหาของเด็กสาววัยรุ่น (ที่วันนี้โตเป็นผู้ใหญ่เต็มที่แล้ว) ที่พบมีแขกสำคัญๆ มาร่วมงานเลี้ยง โดยมีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนเคียงคู่นายเอ็พสตีนอยู่หลายงาน และทรัมป์พูดเสมอว่า นายเอ็พสตีนเป็นเพื่อนเศรษฐีที่สนิทกับเขา

นายเอ็พสตีนมีเครื่องบินส่วนตัว (private jet) ที่อดีตปธน.บิล คลินตัน หลังจากหมดวาระที่ทำเนียบขาว ได้เคยโดยสารเครื่องบินของนายเอ็พสตีนอยู่หลายครั้ง
เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก ของอังกฤษ
และมีท่านDuke of York หรือเจ้าชายAndrew พระราชโอรสองค์ที่ 2 ของสมเด็จพระราชินีอังกฤษ ก็ทรงเป็นแขกในงานเลี้ยงของนายเอ็พสตีนหลายครั้ง...มีคำให้การของเด็กสาวที่บอกว่า เคยถูกบังคับให้ต้องบริการทางเพศแก่เจ้าชายAndrew (หลังจบงานเลี้ยง) มากกว่าหนึ่งครั้งด้วย

เด็กสาวบางคนให้การกับอัยการว่า แขกที่มาร่วมงานเลี้ยง และรับบริการทางเพศบางคน ไม่พูดภาษาอังกฤษด้วย (ไม่รู้มาจากประเทศไทยรึเปล่า??)

นายเจฟฟรีย์ เอ็พสตีน ถูกจับที่ฟลอริดาในปี 2002 ในข้อหาล่อลวงเด็กวัยรุ่นมาให้บริการทางเพศ เป็นการค้าทาสทางเพศ แต่เขาได้ทำการเจรจาต่อรองกับอัยการแห่งสมาพันธรัฐ (Federal Prosecutor) ที่มีเขตดำเนินคดีที่ฟลอริดาคือ นายAcosta โดยยอมจ่ายเป็นค่าปรับแทนการถูกจำคุก (เจรจาจนโทษ-เบาลงมาก เพราะอัยการน่าจะรับเงินใต้โต๊ะ จนนายเอ็พสตีนไม่ติดคุก และยังเดินหน้าเป็นแมงดาค้ากามต่อไป)

นายเอ็พสตีนเพิ่งถูกจับล่าสุดเมื่อกลางปีนี้เองที่นิวยอร์ก ด้วยข้อหาเดิมๆ แต่คราวนี้เรื่องราวใหญ่โต พัวพันถึงลูกค้าสำคัญๆ ของเขา

นายAcosta (ที่เคยเป็นอัยการ) วันนี้มานั่งเป็นรมต.กระทรวงแรงงานของครม.ทรัมป์; และสภาล่าง (เป็นของเดโมแครต) กำลังเดินเรื่องเพื่อขอสอบรมต.แรงงานที่ไปผ่อนผันนายเอ็พสตีนเมื่อ 17 ปีที่แล้ว และไม่เข็ดหลาบยังดำเนินการค้าทาสทางเพศต่อ

ปรากฏนายAcosta รีบประกาศลาออกจากตำแหน่งรมต.แรงงานอย่างเร็วมาก เหมือนพยายามให้เรื่องจบลงเร็วๆ

นายเอ็พสตีนปฏิเสธข้อหาโดยสิ้นเชิง แต่หลักฐานที่ตำรวจนิวยอร์กบุกค้นจับ และที่คฤหาสน์ที่นิวยอร์กมีมากมาย และมัดตัวหนาแน่น ซึ่งโดนอย่างต่ำจะถูกจำคุก 45 ปี (นี่ยังไม่รวมข้อหาที่อาจเพิ่มขึ้น เพราะขณะนี้มีกลุ่มเด็กสาวที่ถูกล่อลวงและบังคับ กำลังร่วมเป็นโจทก์เพิ่มจำนวนมากขึ้นด้วย)

ระหว่างกำลังดำเนินคดีที่มีในช่วงต้นกรกฎานี้ นายเอ็พสตีนพยายามฆ่าตัวตายหรือถูกทำร้ายครั้งหนึ่งในวันที่ 23 กรกฎา โดยมีรอยเชือกที่รอบคอ

อัยการจึงย้ายเขามายังห้องขังที่ต้องมีการตรวจตราป้องกันการฆ่าตัวตายหรือถูกทำร้าย โดยมีผู้ร่วมห้องขังอีก 1 คน แต่เพื่อนร่วมห้องขังเพิ่งถูกย้ายออกไปได้ 1 วัน ก็มาพบนายเอ็พสตีนกลายเป็นศพ; โดยมีคำแถลงที่กำกวมมากของกระทรวงยุติธรรม (ที่ดูแลคุกทั่วประเทศ) ว่าทำไมเขาแขวนคอได้ เพราะไม่มีอุปกรณ์ใดๆ ที่จะแขวนคอ-ผลการชันสูตรก็ไม่กล้าแถลง รมต.ยุติธรรมบอกจะสอบว่าเกิดอะไรขึ้น

ด้านทรัมป์ทวีตว่า มีความเป็นไปได้ว่า การตายปริศนาของนายเอ็พสตีน น่าจะต้องโยงถึงอดีตปธน.คลินตัน!!! ประหนึ่งว่ามีการพยายามปิดปากฆ่าตัดตอนนายเอ็พสตีน ไม่ให้เผยถึงลูกค้าคนสำคัญๆ ของเขานั่นเอง

นายทรัมป์กำลังบิดเรื่องให้นายบิล คลินตัน เป็นแพะและเบนความสนใจออกไปจากตัวเขาเองที่เป็นแขกของงานเลี้ยงค้ากามเหล่านี้นั่นเอง!

กำลังโหลดความคิดเห็น...