xs
xsm
sm
md
lg

‘บ่วงเวรบ่วงกรรม’ จองจำรัฐไทย

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์


เห็นสภาพบ้านเมืองหลังเลือกตั้ง ได้รัฐบาลใหม่ผสมระหว่างคณะรัฐประหารกับสมุนท่านเหลี่ยมเร่ร่อนหลายคน ดังนั้นจึงเป็นการสืบทอดอำนาจ ประสานผลประโยชน์ 2 ขั้ว ระหว่างขั้วลุงรัฐประหารและขั้วท่านเหลี่ยม สลับกันอยู่รักษาอำนาจผลประโยชน์

แผ่นดินไทย ประเทศไทยแสนดีแต่มีเวรกรรม คนชั่วได้กุมอำนาจตลอด!

ถ้าไม่เป็นอย่างที่ว่านี้ คงลาออกไปหลังจากแสดงให้เห็นความล้มเหลวในการปฏิรูป แก้ไขปัญหา แทนการแก้ตัวว่าปัญหามีอยู่เยอะ ต้องใช้เวลาแก้ไขตามสัญญาที่บอกป่าวร้องให้ชาวบ้านได้รับรู้ผ่านเนื้อเพลงแรก “เราจะทำตามสัญญา“ นั่นแหละ

ครั้งนี้มาอยู่ในสภาพ “ครม.ผสม ตู่-เหลี่ยม” หน้าซ้ำกันเยอะ ถ้าเป็นหนังไทยน้ำเน่าคงเป็นประเภท รักชัง ตบจูบ ตัดไม่ตาย ขายไม่ขาด แรงอาฆาตเป็นเกมปาหี่ การเมืองแบบไทยๆ ไม่มีใครทำกันจริงจัง เผื่อไว้ว่าถ้าตัวเองโดนมั่งจะไม่สาหัสมาก

ช่วงนี้ดูแล้วไปลำบาก เมื่อพยัคฆ์ลำพองยังติดบ่วงจั่นห้าว ดิ้นไม่หลุดง่าย เมื่อก้าวพลาดอย่างแรงในพิธีการถวายสัตย์ปฏิญาณ อ่านถ้อยคำไม่ครบ จึงไม่ได้ง่าย!

จากนี้จะไปกันอย่างไร พวกกูรู รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง ต่างแสดงความเห็นหลากหลาย พวกติ่งลุงป็อปปูลาร์พยายามสกัดกั้นเสียงวิจารณ์โจมตีสารพัด แต่ยังสลัดไม่หลุด เพราะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่การถวายสัตย์ไม่สมบูรณ์อย่างนี้

ถ้าไม่ใช่เรื่องร้ายแรง ลุงป็อปปูลาร์คงไม่อยู่ในสภาพเหมือนไก่ชนโดนหุ้มเดือย! ต้องอ้อมแอ้ม “ขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว” จะรับผิดชอบอย่างไรไม่บอก ชาวบ้านสงสัยว่าลุงก็คงไม่รู้เพราะตัวเองไม่สามารถคุมเกม ใช้ลีลาลูกเล่นลิ้นเอาตัวรอดได้

รอดูก็แล้วกันว่าจะหาทางออกกันอย่างไร เพราะโฆษกคนใหม่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วถี่ๆ หลังจากรับตำแหน่งไม่กี่วัน พยายามทำให้สถานการณ์ดูดีขึ้น แต่ชาวบ้านที่อยู่ในภาวะเอือมสุดๆ กับ “ครม.ตู่-เหลี่ยม” ไม่ขอมีอารมณ์ร่วมด้วย

เมืองไทยคงไปลำบากจริงๆ ตั้งแต่หลัง 2475 คณะรัฐประหารอ้างประชาชนทำการล้มล้างการปกครองโดยพระมหากษัตริย์ จากนั้นมีการรัฐประหาร ทั้งสำเร็จและล้มเหลว 19 ครั้ง สะท้อนให้เห็นว่ามีทั้งรัฐประหารเพื่ออำนาจ รัฐประหารแล้วรวย

และมีทั้งรัฐประหารเพื่ออำนาจแล้วรวย ประเทศไทยและคนไทยซวยตลอด!

เราจึงติดอยู่ในกับดัก 2 ประเภท คือ “รัฐประหารแล้วรวย การเมืองโสมม ทุนนิยมสามานย์” เป็นวัฏจักรสลับกันเช่นนี้ ยิ่งประสานผลประโยชน์กันได้แล้ว บ้านเมืองมีแต่ความเสี่ยงต่อการโดนกินรวบยาวนาน ความวิบัติรออยู่ข้างหน้า

“รัฐประหารแล้วรวย” มีตัวอย่างให้เห็นชัดในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ถ้าทำสำเร็จแล้วได้โอกาสจัดสรรปันส่วนตำแหน่งคุมหน่วยงานสำคัญ แปรงสภาพขุมทรัพย์แผ่นดินไปเป็นของตัวเอง ครั้งล่าสุดก็ไม่ธรรมดา บางชุดว่ากันเป็นหลายหมื่นล้าน

ทรัพย์สินแผ่นดินประเทศไทยมีมากมาย โกงกินกัน 40-50 เปอร์เซ็นต์ก็ยังอยู่รอดจาก “รัฐประหารแล้วรวย” เพิ่งอยู่ต่อ ร่วมกับการเมืองโสมม และผสมกับทุนนิยมสามานย์ ดังเช่นที่เป็นอยู่ขณะนี้ ทำเอาชาวบ้านอกไหม้ไส้ขมทั่วทั้งแผ่นดิน

กับดักอีกตัว ถือว่าเป็นแกนอักษะแห่งความชั่วร้าย นั่นคือการทุจริตยั่งยืนโดยการร่วมมือกันระหว่างกลุ่มกุมอำนาจรัฐ ข้าราชการ และพ่อค้า ร่วมสุมหัวกันกิน โดยกลุ่มกุมอำนาจรัฐคือนักรัฐประหาร นักการเมือง หรือผสมกันแบ่งปันผลประโยชน์

ในทั้ง 2 แกน ตัวจักรกลสำคัญอยู่ที่ “ข้าราชการ” ถ้า “ข้าราชการ” ไม่ร่วมมือแต่ รวมกลุ่มกันแน่นในองค์กรข้าราชการ ต่อต้านการทุจริต ไม่ช่วยพ่อค้าด้วยการรับสินบน ไม่ยอมให้กลุ่มกุมอำนาจทุจริต รับผลประโยชน์จากพ่อค้า ก็จะป้องกันได้

แต่แผ่นดินนี้ต้องมีข้าราชการใจซื่อมือสะอาดรักษาผลประโยชน์ของชาติ มีประชาชนเป็นฐาน ที่ผ่านมา ต้องยอมเพราะเกรงอำนาจ รวมตัวกันไม่ติด ขาดจิตสำนึกในการต่อสู้เพื่อชาติ ทำให้บ้านเมืองอยู่ในสภาพน่าอนาถ ไร้อนาคต

โดนผู้มีอำนาจสั่งการ โดนเงินพ่อค้า สภาพชีวิตโดนกดดัน ก็ยอมสยบ!

แผ่นดินไทยจึงอยู่ในกำมือมารของกลุ่มรัฐประหารแล้วรวย การเมืองโสมม ทุนนิยมสามานย์ ดูแล้วไม่มีวันดิ้นหลุด เพราะประชาชนไม่เหลือหนทางดิ้นรนได้ เพราะนักรัฐประหารออกกฎหมายควบคุมการชุมนุม ใครคิดทำมีแต่คุกรออยู่

แต่ถ้าขบวนการอุบาทว์เป็นฝ่ายย่ำยีบ้านเมือง จะมีระบบเส้นสายในกระบวนการอยุติธรรมเป็นตัวช่วยให้รอด ผ่อนหนักเป็นเบา ไม่เอากันถึงตาย เพราะตัวเองอาจโดนด้วยถ้าแกนอำนาจเปลี่ยนมือไปเป็นอีกฝ่าย ต้องเปิดช่องทางเผื่อไว้

ดังนั้นการแถลงนโยบายลวงโลก การยัดเยียดโครงการประชานิยมถมไม่เต็มปรนเปรอชาวบ้านให้เคลิ้มจึงเป็นวิชามารได้ผล เมื่อคนอดอยาก ไม่อยากดิ้นรน ต้องอยู่ในสภาวะจำยอม ยิ่งมีสื่อต่างๆ เป็นกระบอกเสียงแลกกับผลประโยชน์ ก็ยิ่งอยู่ได้

ถ้ารัฐบาลผสม “ตู่-เหลี่ยม” อยู่ต่อได้ หลังจากสะสางปัญหากล่าวคำถวายสัตย์ไม่สมบูรณ์เสร็จสิ้นแล้ว ชาวบ้านจะได้เห็นการผยองอำนาจ เป็นความลงตัวในการรักษาอำนาจของคณะรัฐประหารแล้วรวย การเมืองโสมม ทุนนิยมสามานย์

ถ้า “แกนอักษะแห่งความชั่วร้าย” กินรวบประเทศได้แบบยั่งยืน ขายสิทธิผลประโยชน์ให้คนต่างชาติเข้ามากอบโกยความมั่งคั่งจากแผ่นดินไทยได้แบบไร้แรงต้านแล้ว คนไทยจะโชคดีถ้าไม่สิ้นชาติในรุ่นนี้ จะเป็น “พลเมืองชั้น 2” ในบ้านเกิด

เรายังเห็นความทุกข์ยากลำบาก ความไม่ใส่ใจต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนผ่านการให้ขายสารพิษเคมีเกษตรฆ่าคน นำเข้าขยะพิษจากต่างประเทศ ขณะที่ปากส่งเสียงเจื้อยแจ้วรักห่วงใยชาวบ้าน ทุ่มเททำงานไม่หยุดจนเหนื่อยล้า

งานขายที่ง่าย ต้นทุนต่ำ กำไรมหาศาล คือ “งานขายชาติ” เหนื่อยก็ยังอยู่ทำ!
กำลังโหลดความคิดเห็น...