xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

เรื่องเล่า "คลองหลอด" ยุค ป๊อก2/1 โยกย้ายฉับไวฉบับทหารพ่วงการเมือง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -ชัดเจนแล้วกับ 31 ตำแหน่ง "บิ๊กมหาดไทย" กับการโยกย้าย ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล เพื่อทดแทนข้าราชการที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ แทน อธิบดีเกษียณ 1 คน และ ผวจ.เกษียณ 9 คน ถือว่าการ “ปรับทัพ”ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกใน รัฐบาลประยุทธ์ 2/1 ที่ทำกันอย่างรวดเร็ว

นับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่มาจากบูรณาการร่วมกันของ 3 รัฐมนตรี "ต่างพรรคการเมือง" ในกระทรวงมหาดไทย

ทั้งจาก มท.1 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย โควต้าพลังประชารัฐ มท.2 นิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย จากพรรคประชาธิปัตย์ และ มท.3 ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย จากพรรคภูมิใจไทย

ประกอบกับการผลักดัน สับเปลี่ยน เพื่อนร่วมรุ่น น้องร่วมสถาบัน "สิงห์ดำ" (รัฐศาสตร์ จุฬาฯ) ของ "บิ๊กฉิ่ง" นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย สิงห์ดำ รุ่น 32 เริ่มจาก "นายธนาคม จงจิระ" สิงห์ดำ 32 จากรองปลัดกระทรวง ที่นั่งมามากกว่า 1 ปี ไปเป็น "อธิบดีกรมการปกครอง" แทนร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต ที่เกษียณอายุราชการ ตามคาด เพราะมีความอาวุโส เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ในระนาบเดียวกัน และตามสายงานปกครอง

ที่ฮือฮาหน่อย "นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ" ที่นั่ง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ตัวเต็งลำดับต้นๆ ที่จะคว้า"ปลัดกระทรวง") มานาน ถูกโยกไปเป็น อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ข่าวว่าเจ้าตัวอยากไปเอง แต่ที่แน่ ๆ "บรรดาผู้นำและคนท้องถิ่น" ไม่ปลื้มกับหลายนโยบาย หรือคำสั่งที่ออกไป เช่น คำสั่งห้ามรถฉุกเฉินรับส่งผู้ป่วย หวั่นจะไปกระทบผู้มีรายได้น้อย รวมถึงความไม่โปร่งใสในการสอบท้องถิ่นหลายๆ ครั้ง จนถูกร้องเรียนจากตัวแทนสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2561 เป็นต้น

ขณะที่ "นายประยูร รัตนเสนีย์" จากอธิบดีกรมที่ดิน มานั่ง เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ข่าวว่า เจ้ากระทรวงกับ "บิ๊กฉิ่ง" ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลื้มมากๆ วางตัวมาดูแลเรื่อง "การเลือกตั้งท้องถิ่น" ปลายปีนี้ ด้วยสไตล์ทำงานประนีประนอม ประสานงานกับผู้นำท้องถิ่นได้ดี

หรืออย่างมือทำงานให้ “พล.อ.อนุพงษ์”สมัย นั่งผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย อย่าง "นายสมคิด จันทมฤก" ที่ นั่งเก้าอี้ ผู้ว่าฯสมุทรสาคร แค่ปีเดียว ก็ได้กลับมานั่ง รองปลัดกระทรวงฯ เบอร์ 1

ส่วน"ผู้ตรวจราชการกระทรวง- ที่ปรึกษาด้านการปกครอง -ปรึกษาด้านความมั่นคง" ที่ได้ปรับขึ้นตำแหน่ง ผู้ว่าฯ รวม 8 คน

ข่าวบอกว่า เนื่องจากเป็นนโยบายของผู้บริหาร ที่ให้ "ผู้ตรวจราชการกระทรวง" ย้ายมาจากตำแหน่ง "รองผู้ว่าราชการจังหวัด" แล้วปรับขึ้นเป็นผู้ตรวจฯ เพื่อเรียนรู้งานก่อนค่อยขยับขึ้นเป็น "พ่อเมือง" อย่างเต็มตัว โดยจะไม่มีการลงโทษผู้ว่าฯ เพื่อเข้ามาเป็นผู้ตรวจฯ เหมือนอย่างในอดีต

เช่น“นายสนิท ขาวสอาด”ที่กำลัง จะไปนั่นง ผู้ว่าฯบึงกาฬ นั้น ในยุคหนึ่งเคยเป็น อดีต ผู้ว่าฯ เพชรบุรี สาย“สิงห์แดง”คนเดียว (รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์) ที่ถูกเด้งเข้ากรุผู้ตรวจฯ มาตั้งแต่ปี 2559 แว่วว่า มีความใกล้ชิดกับคนใหญ่คนโตในพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในครั้งนี้ มีคนของพรรคมานั่ง มท.3 ซึ่ง "บึงกาฬ" เป็นพื้นที่ฐานเสียงสำคัญของ "มท.3" ผู้นี้

เช่นเดียวกับ "ภานุ แย้มศรี" ผู้ว่าฯนนทบุรี "สิงห์ดำ" อีกคนที่จะขยับไป "พระนครศรีอยุธยา" หลังจาก พ.ย.60 ถูก ม.44 ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักปกครองสูง) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกฯ เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้กระทรวงมหาดไทย สืบสวนการปฏิบัติงานการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาร่วมงาน พิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ไม่เรียบร้อย

แต่เมื่อกระทรวงมหาดไทยสืบสวนแล้วไม่พบว่ากระทำความผิดวินัย จึงสั่งยุติเรื่อง และเป็นคนแรกๆ ที่ได้รับการเยียวยา กลับมานั่งผู้ว่าฯนนทบุรี

ส่วน "จารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา" เป็นอีก "สิงห์ดำ" ที่โยกย้ายจาก ผู้ว่าฯสตูล ไปจังหวัดใหญ่ในตำแหน่ง ผู้ว่าฯ สงขลา ซึ่งเป็นฐานเสียงของ "นิพนธ์ บุญญามณี" มท.2 เช่นกัน

สำหรับตำแหน่งอื่นๆ ก็เป็นไปตามข่าว เช่น นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯพะเยา มาเป็น ผู้ว่าฯลำปาง เพราะเรื่องทำงานตรงเกินไปอาจไม่ถูกใจฝ่ายการเมือง ซึ่งท่านผู้ว่าฯ ก็บอกว่า "ไม่เป็นความจริง"

ขณะที่ ผู้ว่าฯ อายุน้อยๆ ที่เกิดระหว่าง ปี 2515 ก็ได้ย้ายไปอยู่จังหวัดใหญ่ เช่น นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถวร "สิงห์ดำรุ่น 43 จาก ผู้ว่าฯบึงกาฬ มาเป็นผู้ว่าอุดรธานี ด้วยอายุเพียง 47 ปี ซึ่งผู้ว่าฯอุดรธานี ถือเป็นลูกหม้อ"กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย" หรือ ปภ. หรือหน่วยงานเก่าของปลัดฉิ่งโดยตรง

กล่าวถึงการ "เยียวยา" เมื่อปี 2560 ผู้ว่าราชการจังหวัด กว่า 10 คน ที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตาม มาตรา 44 มีคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด มาปฏิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้ย้ายโอนไปดำรงตำแหน่งชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ที่จัดให้มีขึ้นในสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย

1. นายยุทธนา วิริยะกิตติ ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษ 2.นายสมชัยฐ์ หทยะตันย์ติ ผู้ว่าฯ ตาก 3. นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธ เหมทานนท์ ผู้ว่าฯ จันทบุรี 4. นายวีรพงศ์ แก้วสุวรรณ ผู้ว่าฯปัตตานี 5. นายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี 6. นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ 7. นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าฯเชียงราย 8. นายโชคชัย เดชอมรธัญ ผู้ว่าฯ ภูเก็ต 9. นายสุรพล แสวงศักดิ์ ผู้ว่าฯ ราชบุรี และ 10. นายพศิน โกมลวิชญ์ ผู้ว่าฯ สิงห์บุรี

โดยผู้ว่าฯ ส่วนใหญ่ เกษียณราชการไปเกือบหมดแล้ว

ก่อนหน้านั้น เมื่อปี 2561 รัฐบาลเพิ่ง เยียวยา นายพศิน โกมลวิชญ์ อดีตผู้ว่าฯ สิงห์บุรี ที่มาเป็นผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปเป็นผู้แทนของรัฐบาลไปประจำที่กองอำนวยการจิตอาสา สำนักพระราชวัง เพื่อทำหน้าที่ประสานงานในเรื่องต่างๆ กับสำนักพระราชวัง ซึ่งนายพศิน จะเกษียณอายุราชการในปี 2562 นี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การประชุม ครม. เมื่อ 6 ส.ค.62 เห็นชอบตามกระทรวงมหาดไทย เสนอให้รับโอนข้าราชการพลเรือนสามัญ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง (กระทรวงมหาดไทย) โดยรับโอน นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นักปกครองสูง) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ไปรับราชการทางสังกัด กระทรวงมหาดไทย และ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง (ผู้ตรวจราชการกระทรวงสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง ตั้งแต่ วันที่ 1 ต.ค.62 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งเป็นต้นไป

สำหรับ นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป เป็น อดีตผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ หลังจากเมื่อ ปี 60 มีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 20/2560 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง โดยมีเนื้อหาให้ผู้ว่าราชการจังหวัด พ้นจากตำแหน่งเดิมมาดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถึง 6 ราย

ที่ผ่านมาสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รายงานผลการตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตของผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด ที่ก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่ง มาตรา 44 ให้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางในมีการตรวจสอบ และรายงานว่าไม่พบว่าทุจริตเกิดขึ้น แต่รัฐบาลก่อนไม่ทีการเปิดเผยว่าเป็นกรณีใด โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในช่วงรัฐบาลที่แล้ว ได้ทำเรื่องเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า เมื่อตรวจสอบแล้วไม่พบความผิด จะให้กลับไปตำแหน่งเดิมหรือไม่ เพราะ การตรวจสอบที่ผ่านมามีความล่าช้า เพราะได้มีการให้ข้าราชการหลายคนมาปฏิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี มีความยุ่งยากในการสอบสวน เพราะการตั้งคณะกรรมการสอบนั้นไม่ใช่หน้าที่ของต้นสังกัดเดิม แต่เป็นหน้าที่ของปลัดสำนักนายกฯ บางกระทรวงก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าที่ควร

ส่วนผู้ว่าฯ ที่ตรวจสอบแล้ว นายกรัฐมนตรี กับต้นสังกัดคือ กระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาแล้วว่าจะให้กลับไปดำรงตำแหน่งเดิม หรือไม่ เนื่องจากต้องมีกระบวนการนำความกราบบังคมทูลฯ แล้วโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งอีกครั้ง

แต่ที่แน่ๆ มี ผู้ว่าฯท่านหนึ่ง ที่อยู่กันยาวๆ คือ "นายวิเชียร? จันทรโณทัย" ที่ ครม.ต่ออายุตามกฎหมายใหม่กพ. ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่ษน นครราชสีมา ต่อไปอีก? 1? ปี

นายวิเชียร จึงเป็น ผู้ว่าฯ โคราช คนแรกที่อยู่ในตำแหน่งนี้ ยาวนานถึง 5 ปี กับผลงานมากมาย ทั้งเปิดทางให้เกษตรกรชัยภูมินำ “สัปปะรดชัยภูมิ”มาขายกลางใจเมืองโคราช พาชาวโคราช ออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยาน รวมถึงอำนวยความสะดวกในการจัดสร้าง“โรงพยาบาลสัตว์”ตามพระราชปณิธาน

คนโคราช เล่ากันว่า นอกจาก นายวิเชียร จะอยู่มายาวนาน 5 ปีแล้ว เขายังสามารถดัน นางทัศนา ยุวานนท์ อายุ 80 ปี มารดาของ นางณัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย ภริยาผู้ว่าฯ คุณนายเหล่ากาชาดโคราช ซึ่งมีฐานะเป็น แม่ยาย นายวิเชียร ที่ลงสมัครสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ด้วยตนเองในกลุ่มที่ 8 (สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการทุพพลภาพ ชาติพันธุ์ ประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์) ซึ่ง แม่ยายผู้ว่าฯ ท่านผ่านการคัดเลือกโดยคณะกรรมการสรรหา คสช. ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในขณะนั้นเป็นประธานกรรมการสรรหา ท่านจึงได้รับการประกาศรับรองเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ชุดปัจจุบัน นั่งทำงานอยู่ที่รัฐสภาเกียกกาย ตอนนี้

แว่วว่า การโยกย้ายข้างต้นทั้งหมดทั้งมวลนี้ ดำเนินการเสร็จสิ้น มาก่อนที่จะมีการแถลงนโยบาย เสียด้วยซ้ำ สุดยอดกระทรวงถิ่นคลองคลอด.




กำลังโหลดความคิดเห็น...