xs
xsm
sm
md
lg

กุญแจทางการเมืองของ “ทรัมป์บ้า”

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ
อือมม์ม์ม์...ต้องเรียกว่า เล่นเอา “มึนซ์ซ์ซ์” ไปพอสมควรเหมือนกัน สำหรับ “ความไม่อยู่ในร่องในรอย” (บ้า) ของผู้นำอเมริกันอย่าง “ทรัมป์บ้า” คือทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นแค่ไม่กี่ชั่วโมง ยังออกอาการกระเหี้ยนกระหือรือ วิ่งไล่ฟัด ไล่งับ ศัตรูคู่กัดอย่างประเทศจีน ถึงขั้นตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็น “นักปั่นเงิน” เอาเลยถึงขั้นนั้น แต่หลังจากตดยังไม่ทันหายเหม็น หรือเมื่อช่วงวันพุธ (7 ส.ค.) ที่ผ่านมา ผู้นำอเมริกันรายนี้ก็ได้ออกมา “ทวีต” ข้อความเอาไว้ประมาณว่า “ปัญหาของเราไม่ใช่ประเทศจีน แต่เป็นธนาคารกลางของสหรัฐฯ เองนั่นแหละ ที่หยิ่งทะนงเกินกว่าจะยอมรับความผิดพลาด ในการทำหน้าที่ให้รัดกุมและรวดเร็ว”...
 
คือถึงจะออกแรง “บีบไข่” ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่าง “นายเจอโรม พาวเวลล์” ที่ตัวเองตั้งไข่มากับมือ ซะจนหน้าเขียว หน้าเหลือง ต้องตัดสินใจประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไปแล้ว 2.25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้อาจไม่ถึงกับ “สะใจ” ไม่เข้าไปถึงกระดองใจของผู้นำอเมริกา ที่เคยเป็นแค่อดีต “นักเก็งกำไร” ธุรกิจอสังริมทรัพย์ระดับกระจอกๆ มากมายสักเท่าไหร่นัก เพราะเจ้าตัวดูเหมือนจะต้องการให้ “เร็วและแรง” มากขึ้นไปกว่านี้ โดยเฉพาะหลังจากประเทศจีนเริ่ม “ตั้งหลัก” ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ค่าเงินหยวนที่ลดลงไปแบบทะรูดทะราด ฟื้นกลับมาสู่สภาพปกติเพียงแค่ไม่กี่วัน ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง อันถือเป็นการสะท้อนถึง “เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ” ของจีนไปในตัว...
 
ว่าไปแล้ว...ความพยายามของผู้นำอเมริกาในการบดบี้ ไล่ล่า เล่นงาน ลงมือ ลงตีน ต่อประเทศจีนแบบชนิดตีนแล้วตีนเล่ามาโดยตลอดนั้น อาจถือเป็น “กุญแจทางการเมือง”ดอกสำคัญ ไม่ว่าขณะที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีทุกวันนี้ หรือขณะกำลังเตรียมตัวหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกรอบในช่วงปี ค.ศ. 2020 ที่จะถึง มันถึงได้เกิดรายการเปิดฉาก “สงครามการค้า” กับจีนแบบรอบแล้ว รอบเล่า ตามด้วย “สงครามเทคโนโลยี” ที่กะจะเล่นงานบริษัทเทคโนโลยีจีน อย่าง “หัวเว่ย” หรือ “แซดทีอี” ระดับให้ต้องเจ๊งกันไปข้าง จนทำท่าว่าอาจบานปลาย ปลายบาน ไปสู่ “สงครามการเงิน” ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ หรือแม้แต่การก่อรูปก่อร่าง “สงครามเลือด” หรือ “สงครามเย็น” ขึ้นมาในภูมิภาคเอเชียเป็นการเฉพาะ เช่น การประกาศของรัฐมนตรีกลาโหมรายใหม่ “นายมาร์ค เอสเปอร์” ว่ากำลังคิดเข้ามาติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลาง ในพื้นที่ภูมิภาคนี้ เป็นต้น...
 
แต่ไปๆ-มาๆแล้ว...กุญแจทางการเมืองดอกนี้ มันชักทำท่าว่าเริ่มจะไขอะไรไม่ค่อยจะออก หรือมันกลายเป็น “กุญแจผิดดอก” หรือไม่ อย่างไร ก็คงต้องใคร่ครวญพิจารณากันเอาเอง เพราะไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า สงครามเทคโนโลยี สงครามการเงินหรือแม้แต่สงครามเย็น สงครามเลือด ดูๆ มันจะออกอาการติดๆ ขัดๆ ไปซะทั้งหมด ทั้งมวล เอาเลยก็ว่าได้ บรรดาเกษตรกรชาวอเมริกันจำนวนมหาศาลที่ถือเป็น “ฐานเสียง” สำคัญ ของผู้นำอเมริกันรายนี้ ไม่ว่าตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา หรือการเลือกตั้งที่จะอุบัติขึ้นมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า มาถึง ณ ขณะนี้...คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ต่างออกอาการอ้วกแตก อ้วกแตน ไปแล้วด้วยกันทั้งสิ้น อันเนื่องมาจาก “สงครามการค้า” ระหว่างจีนและอเมริกา ที่ยืดเยื้อคาราคาซังมาจนบัดนี้ ถึงขั้นที่อดีตรัฐมนตรีเกษตรอเมริกัน “นายPatty Judge” ต้องใช้คำว่า “ตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย” ในการแสดงความคิด ความเห็น กับสำนักข่าว “CNBC” เมื่อช่วงวันพุธ (7 ส.ค.)ที่ผ่านมา...
 
คือถึงแม้ผู้นำอเมริกันจะขนเงินชดเชยไปยัดเยียดให้ถึง 28,000 ล้านดอลลาร์เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา แต่การ “สูญเสียตลาด” สินค้าการเกษตรในช่วงระยะยาว ไม่ว่าตลาดถั่วเหลือง นม ข้าวสาลี ฝ้าย ข้าวฟ่าง เนื้อหมู ฯลฯ แบบชนิดแทบมองไม่เห็นโอกาสใดๆ ที่จะฟื้นคืนกลับมาได้เลย ปริมาณความสูญเสียมันสูงในระดับนับคำนวณแทบไม่ได้ เพราะ “ตลาดจีน” นั้น...ถือเป็นตลาดการส่งออกสินค้าการเกษตรอันดับ 4 ของอเมริกันชน รองจากแคนาดา เม็กซิโก และญี่ปุ่น โดยเฉพาะการส่งออกถั่วเหลือง เพื่อให้คนจีนเอาไปทำ “เต้าหู้” นั่นแหละ เมื่อจีนดันเปลี่ยนไปสั่งซื้อจากละตินอเมริกา ไปจนถึงรัสเซีย ที่กลายเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าการเกษตรตามแนวทาง “ทฤษฎีใหม่” จนสามารถส่งออกไปแย่งส่วนแบ่งในตลาดโลกได้แบบโตวัน-โตคืน อนาคตของเกษตกรอเมริกันจึงออกไปทางรางเลือน หรือออกไปทาง “อันตราย” ด้วยประการละฉะนี้ และนั่นเองที่อาจทำให้กุญแจทางการเมืองที่จะไขเข้าไปสู่ “ฐานเสียง” ของผู้นำอเมริกันรายนี้ มันเลยชักไขไม่ค่อยจะออกยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...
 
ส่วน “สงครามเทคโนโลยี” นั้น...ไม่ว่าพยายามเตะตัดขา “หัวเว่ย” คราวแล้ว คราวเล่า บริษัทเทคโนโลยีจีนรายนี้ กลับยังคงส่งยิ้ม พยักเพยิดให้เตะอีก เตะอีก ออกอาการปานประดุจ “ไม่เจ็บ-นอนไม่หลับ” อะไรประมาณนั้น เพราะไม่ใช่แต่ประเทศยุโรปหรืออีกกว่าครึ่งร้อยประเทศทั่วโลกเท่านั้น ที่ยังคงพร้อมญาติดีกับ “หัวเว่ย” กระทั่งบริษัทเทคโนโลยีอเมริกันที่ถูกกีดกัน ป้องกันไม่ให้คิดหาทางทำกำไรกับ “หัวเว่ย” ก็ชักออกอาการอ้วกแตก อ้วกแตน พอๆ กับเกษตรกรอเมริกันนั่นแหละ ถึงขั้นมีข่าวล่า-มาเรือ หรือ “ข่าวลือ” ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยี อย่าง “กูเกิล” อาจหันไป “เตะสกัด” หรือหันไปทางทำอะไรก็ได้ ที่จะไม่ให้ผู้นำอเมริกันรายนี้ กลับมาเป็นประธานาธิบดีได้อีกครั้ง จริง-ไม่จริง...ก็ลองฟังหู-ไว้หู เอาไว้ก็แล้วกัน...
 
สำหรับ “สงครามการเงิน”...ก็อย่างที่ “ทรัมป์บ้า” ถึงกับอดรนทนไม่ได้ ต้องออกมา “ทวีต” ด่าประธานธนาคารกลางของตัวเองไปหมาดๆ นั่นแล คือโอกาสที่จะหันขวา-หันซ้ายกลไกทางการเงินชนิดนี้ ให้เป็นไปตามความปรารถนา ความต้องการของตัวเอง ยังไงๆ...มันคงเป็นไปไม่ได้ หรือเป็นไปแบบไม่คล่องเนื้อ คล่องตัว สักเท่าไหร่ ไม่ว่าอำนาจประธานาธิบดีจะมีมากขนาดไหน หรือไม่ว่าตัวเองจะเป็นผู้ตั้งไข่ประธานธนาคารผู้นี้มาตั้งแต่แรกก็ตาม คืออาจต้องออกแรงบีบไปจนถึงปี ค.ศ. 2022 จนกว่า “นายเจอโรม พาวเวลล์” จะเกษียณไปตามช่วงระยะเวลาของตัวเอง หรือจนกว่าไข่บวม ไม่ก็ไส้เลื่อนไปตามสภาพ...
 
ส่วนการก่อรูป ก่อร่าง “สงครามเลือด” หรือสงครามเย็นรอบใหม่ ด้วยการคิดนำเอาขีปนาวุธพิสัยกลางมาติดตั้งในภูมิภาคเอเชีย มาถึง ณ บัดนี้...ยังแทบนึกภาพไม่ออกเอาเลยว่า แล้วจะไปปัก ไปติดตั้งไว้ตรงไหน เพราะไม่ว่าประเทศพันธมิตรอย่างออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ ก็หันไปติดตั้ง “พัดลม” หรือหันไปส่ายหน้าด้วยกันทั้งสิ้น ด้วยเหตุเพราะไม่มีใครอยากตกเป็น “เป้าหมาย” ขีปนาวุธจีนไปด้วยกันทั้งนั้น แม้แต่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ตั้งตระหง่านไว้แล้วก็ตาม ยังหันไปยืนนิ่งแบบเดียวกับ “จ่าเฉย” ไม่คิดจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวใดๆ แม้แต่น้อย แถมยังหันไปญาติดี หรือหันไปเพิ่มความสัมพันธ์ทางการเมือง การค้ากับจีนและรัสเซีย แบบชนิดเหนียวหนึบ แนบแน่น ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จะไปเอาไปติดตั้งไว้แถวๆ หมู่เกาะนิวกินี ด้วยการเกลี้ยกล่อมพวกคนป่าที่สวมบวบ สวมตอก็ลำบากอีก เพราะอภิมหาโครงการ “One Belt-One Road” ของจีนดันตามไปกวาดซะเกลี้ยง...
 
สรุปรวมความแล้ว...ด้วย “กุญแจทางการเมือง” ที่มันผิดลูก ผิดดอก ความพยายามที่จะนำเอาศัตรู คู่กัดอย่างจีนมาใช้เป็นเครื่องมือในการดำรงสถานะอำนาจ หรือเครื่องมือในการหาเสียง มันจึงต้องไขไป-ไขมา บิดไป-บิดมา จนโอกาสที่จะเกิดอาการทางประสาท หรืออาการไม่อยู่ในร่องในรอยย่อมต้องเป็นไปด้วยประการละฉะนี้...แล...


กำลังโหลดความคิดเห็น...