xs
xsm
sm
md
lg

ในหลวงทรงแนะสถาบันหลักของชาติ สำนึกตระหนักในประโยชน์ของประเทศชาติ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เมื่อเวลา 11.54 น. วานนี้ (28 ก.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกร โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562 โดย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โดยเสด็จในการนี้ด้วย
การนี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นตัวแทนพระพระบรมวงศ์ กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความว่า
"ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม บัดนี้ ลุอุดมมงคลสมัย เฉลิมพระชนมพรรษา ข้าพระพุทธเจ้า เหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ มีความปีติปราโมทย์เป็นล้นพ้น ที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคลในมหาสมาคมอันยิ่งใหญ่นี้
นับแต่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงตอบรับคำกราบบังคมทูลเชิญเสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย ได้ทรงยึดมั่นพระราชปณิธาน ที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริของสมเด็จพระบรมชนกนาถ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนความดีความเจริญทั้งปวงของชาติ พระราชปณิธานนี้ได้รับการยืนยันมั่นคง เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่มหาชน เมื่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงประกาศพระปฐมบรมราชโองการ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า "เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป" พระปฐมบรมราชโองการที่แสดงถึงพระราชปณิธานอันหนักแน่น แน่วแน่นี้ ยังความปลื้มปีติแก่ปวงข้าพระพุทธเจ้า และประชาชนชาวไทย ทำให้บังเกิดความอุ่นใจและมั่นใจ ที่จะประกอบกิจการงาน สร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่ตนและประเทศชาติ ทั้งร่วมกับสืบสานรักษาความดี ความเจริญทั้งปวงของชาติ ให้ดำรงคงอยู่โดยตลอดต่อเนื่อง และพัฒนาต่อยอดให้ยิ่งดียิ่งเจริญขึ้น โดยมีใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงเป็นหลักชัย และเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาสามัคคี
ในมหามงคลสมัยภิเษกนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย จึงขอพระราชทานตั้งสัตยาธิษฐานถวายพระพรชัยมงคลด้วยใจจงรักภักดี ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและเทวาติเทพน้อยใหญ่ซึ่งรักษาสยามรัฐสีมาราไชยสวรรค์ กับทั้งพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ จงพร้อมกันอภิบาลบำรุง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ทรงพระเกษมสำราญ ทรงสมบูรณ์ด้วยพระบุญญาธิการ และพระพลานามัย มีพระราชประสงค์จำนงค์ใดจงสัมฤทธิ์ผล เจริญพระชนมสุขสิริสวัสดิ์ เสด็จดำรงในมไหศูรยสมบัติยิ่งยืนนาน เป็นที่พึ่งอันเกษมไพศาลของปวงประชาชาวไทยสืบไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ"
**ในหลวงทรงแนะสถาบันหลัก ตระหนักในประโยชน์ของประเทศชาติ

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบ ความว่า "ข้าพเจ้ามีความปีติชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านทั้งหลายพร้อมเพรียงกันมาให้พรในวันเกิด ขอขอบพระทัย และขอบใจในคำอำนวยพร อันเปี่ยมไปด้วยความหวังดีและไมตรีจิต ขอทุกท่านจงได้รับพรอันเปี่ยมด้วยความหวังดี และไมตรีจิตขอทุกท่านจงได้รับพรและไมตรี จากใจจริงของข้าพเจ้าด้วยเช่นกัน
ชาติบ้านเมืองจะมีความเจริญมั่นคงได้ ก็ด้วยนานาสถาบันอันเป็นหลักของประเทศ ตลอดจนชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความสำนึกตระหนักในประโยชน์ของประเทศชาติ แล้วพร้อมใจกันสร้างสรรค์ประโยชน์นั้นให้บังเกิดงอกงาม ท่านทั้งหลายซึ่งเป็นผู้แทนสถาบันต่างๆ ของประเทศและประชาชนชาวไทยทุกคน จึงชอบที่จะระลึกถึงความสำคัญในข้อนี้ แล้วตั้งใจประพฤติปฏิบัติงานในหน้าที่ความรับผิดชอบให้ดีที่สุด ด้วยความปรารถนาอย่างเดียวกัน ที่จะให้งานทุกอย่างสำเร็จ เป็นความดีความเจริญทั้งแก่ตนเองและส่วนรวม ประเทศชาติของเราก็จะสามารถดำรงรักษาความเป็นปรกติมั่นคง พร้อมทั้งพัฒนาให้ก้าวหน้าไป และบรรลุถึงความวัฒนา ผาสุกได้โดยสวัสดี ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้มีความสุขความเจริญทุกเมื่อทั่วกัน"
เมื่อมีพระราชดำรัสจบแล้ว มหาดเล็กรัวกรับ ชาวม่านปิดพระวิสูตร เจ้าพนักงานชูพุ่มดอกไม้ทองให้สัญญาณ ชาวพนักงานประโคมเช่นเวลาเสด็จออก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณทางพระทวารเทวราชมเหศวรไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ
ต่อมาเวลา 17.14 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกร จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ทรงตั้งสมณศักดิ์บรรพชิตจีนและญวน บรรพชิตจีน และญวณถวายพระพร แล้วเสด็จเข้าพระอุโบสถทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และพระพุทธรูปฉลองพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการแล้ว ทรงจุดธูปเทียนบูชาเทวดานพเคราะห์ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์นวัคคหายุสมธัมม์ โหรหลวงบูชาเทวดานพเคราะห์ เสด็งลงมุขหน้าพระอุโบสถ พระราชทานสังคหวัตถุแก่ข้าละอองธุลีพระบาทผู้สูงอายุฝ่ายหน้า-ฝ่ายใน จำนวน 68 คน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินจากพระอุโบสถ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูเกยหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปเทียบที่หน้าพระทวารเทเวศรรักษา เสด็จเข้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อ่านประกาศพระบรมราชโองการเฉลิมพระนาม สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (วาสน์ วาสโน) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พระราชอุปัธยาจารย์ และสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก วัดบวรนิเวศวิหาร พระราชธรรมวาจาจารย์เป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า จบแล้ว
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปถวายพระสุพรรณบัฏบนพานแว่นฟ้ากลีบบัวประดับมุก และพัดยศหน้าพระรูปสมเด็จพระสังฆราชเจ้า พระสงฆ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงานลั่นฆ้องชัย ประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ อาลักษณ์อ่านประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาสมณศักดิ์สมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะเจ้าคณะรอง จบแล้ว ทรงประเคนสุพรรณบัฏ หิรัญบัฏ พัดยศ ผ้าไตร เครื่องประกอบสมณศักดิ์แด่สมเด็จพระราชาคณะและพระราชาคณะ เจ้าคณะรองที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาแล้ว ทรงประเคนสัญญาบัตร พัดยศ ผ้าไตรแด่พระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ถวายอนุโมทนา
สมเด็จพระราชาคณะถวายอดิเรก เจ้าพนักงานกองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนานิมนต์พระสงฆ์ 68 รูป ซึ่งจะเจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาเข้านั่งอาสนะในพระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดเทียนพระมหามงคล เทียนเท่าพระองค์และธูปเทียนบูชาพระพุทธรูป เทวรูปเทวดานพเคราะห์ แล้วทรงจุดธุปเทียนเครื่องนมัสการ ทรงศีล แล้วพระสงฆ์ 68 รูป เจริญพระพุทธมนต์การพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาระหว่างพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณทางพระทวารเทวราชมเหศวร ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระสยามเทวาธิราช แล้วเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว สมเด็จพระราชาคณะถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่งพระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราช ดำเนินกลับ
** ทรงสถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และ เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี

วานนี้ (28ก.ค.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศเรื่อง สถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะ และพระกตัญญูกตเวทิตา ฉลองพระเดชพระคุณ มาแต่รัชกาลก่อน สืบเนื่องมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ทรงปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์ในหลายวาระ และทรงรับเป็นพระธุระในการส่วนพระองค์ ให้ดำเนินลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย แบ่งเบาพระราชภาระได้เป็นอันมาก เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย
นอกจากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ได้ทรงปฏิบัติ พระกรณียกิจในด้านสาธารณกุศลมาเป็นเวลายาวนาน ผ่านมูลนิธิอาสา เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งทรงรับเป็นประธานกรรมการ ทรงรับปฏิบัติงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก อีกทั้ง ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจในด้านกฎหมาย ซึ่งทรงพระปรีชาสามารถเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับราชการในตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการสูงสุด ทรงก่อตั้งโครงการกำลังใจ ในพระดำริเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง นับว่าได้ทรงปฏิบัติงาน สร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนเป็นอเนกประการ สมควรที่จะสถาปนา พระเกียรติยศ ให้สูงขึ้น ตามแบบอย่างโบราณราชประเพณี
จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา กับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ ขอจงเจริญพระชนมายุ พรรณ สุข พล ปฏิภาณ คุณสารสมบัติ สรรพสิริสวัสดิ์ พิพัฒนมงคล วิบุลศุภผล สกลเกียรติยศ ปรากฏยิ่งยืนนาน ตลอดจิรัฏฐิติกาล เทอญ
ประกาศ ณ วันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน
ในวันเดียวกันนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ยังได้เผยแพร่พระบรมราชโองการประกาศเรื่อง สถาปนาเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริว่า พลตรีหญิง ท่านผู้หญิงสินีนาฏ วงศ์วชิราภักดิ์ ปฏิบัติราชการ ในตำแหน่งผู้อำนวยการกองปฏิบัติการ กิจการราชสำนัก กรมกิจการวัง ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมฝ่ายเสนาธิการ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ปฏิบัติหน้าที่ รองผู้บังคับการ กรมทหารรักษาวังมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการ ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และผู้บังคับกองพันราชสานัก กรมทหารรักษาวังมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการ ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ได้ปฏิบัติหน้าที่ ฉลองพระเดชพระคุณในราชการในพระองค์ด้วยความเรียบร้อย และแบ่งเบาพระราชภาระได้เป็นอันมาก จนเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย สมควรจะยกย่องให้มีเกียรติยศสูงขึ้น ตามโบราณราชประเพณี
จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สถาปนา พลตรีหญิงท่านผู้หญิงสินีนาฏ วงศ์วชิราภักดิ์ ขึ้นเป็น เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ตามที่จารึกลงในสุพรรณบัฏ จงเจริญด้วยอายุ พรรณ สุข พล ปฏิภาณ คุณสารสมบัติ สรรพสิริสวัสดิ์ พิพัฒนมงคล ทุกประการ
ประกาศ ณ วันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2563 เป็นปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน
** โปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลปล่อย โค นก และปลา
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 07.00 น. วันเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ รักษาการประธานองคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลปล่อย โค นก และปลา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562 ณ ท่าวาสุกรี
เมื่อถึงพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ทำการปล่อยโค จำนวน 1 คู่ ปล่อยนกเขาชวา 68 ตัว และไปยังศาลาท่าน้ำ ปล่อยปลาดุก 68 ตัว และเต่าส่วนพระองค์ 68 ตัว ลงในแม่น้ำเจ้าพระยา จากนั้นผู้แทนพระองค์ ตัดริบบิ้นตู้ปลาปล่อยที่กรมประมงจัดถวายจำนวน 1,000,000 ตัว ประกอบด้วย ปลาตะเพียนขาว ปลาตะเพียนทอง ปลายี่สกไทย ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว ปลาชะโอน ปลาโพง และปลาบึก
** พสกนิกรร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล
ในวันเดียวกันนี้ สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีข้าราชการ นักธุรกิจ และคณะบุคลากรจากหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ลงนามถวายพระพรชัยมงคล ภายในศาลาสหทัยสมาคม ขณะเดียวกันสำนักพระราชวังได้จัดเต็นท์และโต๊ะ ณ บริเวณสนามหญ้าด้านข้างศาลาลูกขุน ในพระบรมมหาราชวัง สำหรับบริการให้ประชาชนลงนามถวายพระพรชัยมงคล เช่นกัน
เมื่อเวลา 10.29 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคู่สมรส เดินทางไปยังอาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ในพระบรมมหาราชวังเพื่อลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา โดยมีคณะรัฐมนตรี ผู้นำเหล่าทัพ ประธานศาลฎีกา ประธานสภานิติบัญญัติ ข้าราชการระดับสูง ผู้บริหารองค์กรอิสระ นักการเมือง ตลอดจนเอกอัครราชทูต และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ ร่วมลงนามถวายพระพร
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศโดยรอบพระบรมมหาราชวัง และเต็นท์ข้างศาลาลูกขุนภายในพระบรมมหาราชวัง ปรากฏว่า มีประชาชนสวมเสื้อเหลืองจำนวนมาก ถือธงวปร.และธงชาติ มาเฝ้าฯ รอรับเสด็จ รวมถึงลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฏาคม 2562
กำลังโหลดความคิดเห็น...