xs
xsm
sm
md
lg

ยกฟ้อง4แกนนำกปปส. พ้นผิดร่วมกบฏล้มรัฐบาลปู

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ศาลอาญา พิพากษายกฟ้อง "สนธิญาณ-สกลธี-สมบัติ-เสรี" 4กปปส. พ้นผิดข้อกล่าวหาร่วมกบฏ สำนวนแรก ชี้ หลักฐานโจทก์ นำสืบฟังได้แค่ว่าร่วมชุมนุม ไม่ใช่แกนนำสั่งการ

วานนี้ (25ก.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านพิพากษาคดีกบฏ กปปส. สำนวนแรก หมายเลขดำ อ. 1191/2557 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม แกนนำ กปปส. , นายสกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส.กทม. ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองผู้ว่าฯ กทม. , นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดี นิด้า และ นายเสรี วงศ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ , กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใดที่ไม่ใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ , อั้งยี่ , ซ่องโจร , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ , เจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการกระทำนั้นแต่ไม่เลิก, ยุยงให้ร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้างเพื่อบังคับรัฐบาล , ร่วมกันบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 , 116, 117, 209, 210, 215, 362, 364, 365 และร่วมกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง , ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มา ซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 76 ,152 รวม 8 ข้อหา

โดยคดีสำนวนแรกนี้ อัยการยื่นฟ้อง ตั้งแต่ปี 57 กรณีสืบเนื่องจากการร่วมชุมนุมกันของ กปปส. ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้นำการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 23 พ.ย. 56 – 1 พ.ค.57 ซึ่งมีการพาผู้ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งท้ายคำฟ้อง อัยการโจทก์ยังได้ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยด้วย มีกำหนด 5 ปี

ขณะที่จำเลยทั้ง 4 ราย ให้การปฏิเสธทุกข้อหา พร้อมตั้งทนายความสู้คดี ระหว่างพิจารณาคดี จำเลยทั้งสี่ก็ได้รับการปล่อยชั่วคราว ซึ่งคดีเริ่มสืบพยานตั้งแต่ปี 58-62 และเมื่อวานนี้ จำเลยทั้งสี่ มาศาลพร้อมฟังคำพิพากษา โดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กลุ่มแกนนำกปปส. ที่ถูกฟ้องอีกสำนวน และ พระพุทธอิสระ ที่วันนี้ห่มจีวรนั่งรถเข็นมา รวมทั้งคนใกล้ชิดกว่า 60 คน มาร่วมให้กำลังใจในการฟังคำพิพากษาด้วย

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลย นำสืบหักล้างกันแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานที่อัยการโจทก์นำสืบมารับฟังได้เพียงว่า จำเลยทั้ง 4 ราย ได้เข้าร่วมชุมนุมกับ กปปส. แต่ไม่ได้เป็นแกนนำที่สั่งการผู้ชุมนุม หรือขึ้นปราศรัยสั่งการให้กระทำการรุนแรง ซึ่งการชุมนุมของ กปปส. ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยไว้แล้วในคำวินิจฉัย ที่ 59/2556 ว่า การชุมนุมของ กปปส. สืบเนื่องมาจากการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 63 ซึ่งสืบเนื่องจากเหตุที่คัดค้านการออกร่างกฎหมายนิรโทษกรรม และไม่พอใจการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงยังไม่พอฟังได้ว่า จำเลยทั้ง 4 ได้กระทำความผิดตามฟ้องทั้ง 8 ข้อหา จึงพิพากษายกฟ้อง

ขณะที่ นายสุเทพ อดีตเลขาธิการ กปปส. จำเลยอีกสำนวน ซึ่งวันนี้เดินทางมาให้กำลังใจ กปปส. ชุดแรก ก็กล่าวว่า ในฐานะที่เคยเป็นเลขาธิการ กปปส.ได้ร่วมกันต่อสู้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศนั้น ตนมีความรู้สึกกังวลในการต่อสู้คดีมาโดยตลอด เพราะว่าจำเลยทุกคนต่างก็มีภาระหน้าที่ที่จะต้องทำ บ้างก็เป็นอาจารย์หรือทำงานด้านสื่อมวลชน แต่ว่าทุกคนก็ต่อสู้คดีด้วยความเด็ดเดี่ยว ยืนหยัดที่จะนำความจริง ข้อเท็จจริงทั้งหลายมาพิสูจน์กันในศาลยุติธรรม

ท่ามกลางความเป็นห่วงของมวลมหาประชาชน กปปส.ทั้งหลาย ดังนั้นเมื่อถึงวันที่ศาลพิพากษายกฟ้องคดี คิดว่าคงจะทำให้พี่น้องประชาชนที่รักชาติรักแผ่นดินมีความสุขใจขึ้น ได้เห็นว่าสิ่งที่ได้ทุ่มเททำงานเพื่อบ้านเมืองแม้จะต้องเหนื่อยยากลำบาก และได้รับผลกระทบจากที่ร่วมชุมนุมมานาน 4-5 ปีนั้น วันนี้กระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยได้พิสูจน์ให้เห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามระบบ และเป็นสิ่งที่พวกเราประชาชนคนไทยช่วยกันดูแลรักษากันต่อไป

เมื่อถามว่าคำพิพากษาจะเป็นแนวทางให้กับ กปปส.ชุดใหญ่ที่คดีอยู่ในกระบวนการศาลหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการต่อสู้คดีของ แกนนำ กปปส.ชุดใหญ่ เห็นว่าศาลชั้นต้นจะต่อสู้คดีในแนวทางไหน ซึ่งศาลอาญาได้อ้างถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่วินิจฉัยไว้หลายครั้งหลายหนในปี 2556-2557 แต่ว่าหากการกระทำของผู้ชุมนุมใด เป็นความผิดกฎหมายอาญาอื่นก็ต้องรับผิดไป อย่างไรก็ตามหลังจากนี้เราจะได้นำคำพิพากษาฉบับเต็มมาศึกษาต่อไปด้วย

ด้าน นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้กล่าวว่า ภายหลังศาลมีคำพิพากษายกฟ้องคดี กปปส. ชุดแรกดังกล่าว คณะทำงานอัยการที่รับผิดชอบการดำเนินคดี ของสำนักงานคดีพิเศษได้รายงานผลคดีให้อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษและนายเข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด ทราบแล้ว ขั้นตอนกฎหมายต่อจากนี้คณะทำงานอัยการผู้รับผิดชอบดำเนินคดี จะดำเนินการขอคัดคำพิพากษาฉบับเต็มพร้อมถ้อยคำสำนวนศาล จากนั้นก็จะเสนอคำพิพากษาพร้อมสำนวนและความเห็นว่าควรอุทธรณ์หรือไม่ไปยังอธิบดีอัยการศาลสูงเพื่อพิจารณาต่อไป

โดยคดีนี้เป็นคดีสำคัญตามระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด ดังนั้นอธิบดีอัยการศาลสูง จะเป็นผู้รับผิดชอบและกำกำกับดูแลการพิจารณา คดีในชั้นอุทธรณ์ว่าจะอุทธรณ์หรือไม่ ขณะนี้ต้องถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุดตามกฎหมาย ดังนั้นส่วนของคดีการชุมนุม กปปส. ที่ยังอยู่ระหว่างสืบพยานโจทก์ (ชุดนายสุเทพ เทือกสุบรรณ กับแกนนำ กปปส. รวม 32 ราย) และผู้ต้องหาที่เหลืออีก 14 รายซึ่งร่วมชุมนุมกับ กปปส. ที่อัยการมีคำสั่งฟ้องแล้วแต่ยังไม่ได้ส่งตัวฟ้องนั้นต้องถือเป็นเหตุลักษณะคดีกับคดีที่ยกฟ้องในครั้งนี้ซึ่งขณะนี้ถือว่าคำสั่งฟ้องและการดำเนินคดียังมีผลตามกฎหมายทุกประการ แต่เมื่อทั้งหมดเป็นเหตุลักษณะคดีดังกล่าวก็คงต้องรอผลการพิจารณาของอธิบดีอัยการศาลสูงและคณะทำงานของสำนักงานคดีพิเศษก่อน ผลคืบหน้าคณะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดจะได้แถลงให้ทราบต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...