xs
xsm
sm
md
lg

พิธีกรรมยำคณะ 3 ลุง…

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"โสภณ องค์การณ์"

ฟังท่าน “ลุงป็อปปูลาร์” แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ร่ายยาวเป็นวรรคเป็นเวร อ่านผิดๆ ถูกๆ อ่านข้ามไปบ้าง อ่านไปแล้วไม่แน่ใจว่าอ่านไปแล้วหรือยัง สลับกับเสียงประท้วงประปรายโดยฝ่ายค้าน องครักษ์พิทักษ์มุ่งทำงานให้สมราคาเข้าตาลุงๆ

ดูลีลาอ่านแบบลวกๆ ชาวบ้านคิดได้ว่าลุงไม่อยากใช้เวลาอ่านยืดเยื้อ แต่เป็นพิธีกรรมจำเป็น จะให้ทำอย่างไรได้ นี่เป็นระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ไม่ใช่การเมืองแบบเผด็จการ ไร้ฝ่ายค้านอย่างที่คุ้นกับพฤติกรรมช่วงกว่า 5 ปีที่ผ่านมา

ไม่อยากอ่านก็ต้องอ่านถ้าอยากเป็นผู้นำรัฐบาล ใครได้ฟังแล้วคงต้องมีคนรู้สึกว่าสิ่งที่อ่านเป็นนโยบายว่าจะทำนั่นนี่โน่นสารพัดนั้น แสดงว่ายังเป็นสิ่งที่ไม่เคยได้ทำ และคิดจะทำ มีมากมายหลากหลายเหลือเชื่อว่าคนกลุ่มนี้มีศักยภาพมากอย่างนั้น

เสียงเจื้อยแจ้วสลับกับการอ่านแบบรัวๆ อยากให้จบๆ กันไป ทำให้ไม่สร้างความน่าเชื่อถือ ถูกมองว่าเป็นพิธีการน่ารำคาญ ไม่คุ้นเคยสำหรับนักรัฐประหาร

และจะทำให้สำเร็จภายใน 1 ปี? ฟังแล้วเหมือนกับว่ายุคพระศรีอารย์มาถึงเร็วกว่าที่คิด เพราะโครงการสารพัดที่ใช้เวลาร่ายยาวนาน 90 นาทีนั้นรวบรวมมาจากการหาเสียงต่างๆ ที่พรรคร่วมได้ไปสัญญาไว้เพื่อแลกกับคะแนนเสียงของชาวบ้าน

โดยสภาพ นโยบายที่แถลงกับความเป็นไปได้ที่จะทำให้เป็นความจริงนั้นห่างไกลกันสุดกู่ เมื่อพิจารณาถึงความจำกัดต่างๆ ด้านงบประมาณ ทรัพยากรต่างๆ และขีดความสามารถของคนที่จะผลักดันโครงการให้ประสบความสำเร็จได้

เอาเพียงแค่ลำดับโครงการในการแถลง แล้วเอามาฝัน ยังยาก คนแถลงเองก็ยังไม่รู้ว่าที่พูดปาวๆ ไปนั้นเป็นอย่างไร เพราะมีคนเขียนไว้ให้ ลุงป็อปปูลาร์เพียงทำให้เสร็จสิ้นพิธีกรรมก่อนจะทุลักทุเลเผชิญกับความเป็นจริงของสภาพในประเทศ

อย่าว่าแต่จะทำได้ในปีเดียว ต่อให้อีก 10 ปี ทำได้สักครึ่งก็บุญแล้ว

ชาวบ้านอยากได้ยินคำว่า “รัฐบาลนี้ไม่มีการโกงเด็ดขาด” แต่ไม่มีใครกล้าประกาศ หรือถ้าประกาศไปแล้วก็รู้ว่าไม่มีใครเชื่อว่าจะเป็นจริง

มีแต่คนมองโลกสวย บ้องตื้น หรือสติปัญญามีปัญหาเท่านั้นที่จะเชื่อโดยสนิทใจว่าสิ่งที่แถลงนั้นจะเป็นจริง เพราะดูคนแถลง คณะร่วมทำงาน องค์ประกอบต่างๆ มันเกินระดับที่จะทำให้ชาวบ้านเชื่อได้ว่าจะมีสิ่งดีๆ ในชีวิตของคนด้อยโอกาส

ฟังแถลงเรื่องแผนจะยกเลิกการใช้สารเคมีเกษตร 3 ตัว รวมพาราควอต ที่สร้างปัญหาสะสมพิษในแผ่นดินและแหล่งน้ำ ก็เพิ่งรู้ว่าจะมีแผน โดยมีเงื่อนไขว่าจะยกเลิกก็ต่อเมื่อมีสิ่งทดแทนที่ชาวบ้านพอใจ ดังนั้นการตายผ่อนส่งต้องมีต่อไป

ไม่ต้องดูอะไรมาก ดูความน่าเชื่อถือของคณะที่จะบริหารบ้านเมือง ชีวิต ประวัติความเป็นมา ผลงานว่าเข้าข่ายมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจริยธรรม ใจซื่อมือสะอาด

พฤติกรรมที่ผ่านมาเป็นเครื่องบ่งชี้เจตนาว่าเป็นอย่างไร และชาวบ้านควรเชื่อถือหรือคาดหวังได้แค่ไหน ถ้าทำงานดี ใจซื่อมือสะอาดต่อประชาชนและผลประโยชน์ของบ้านเมืองจริง คนไทยคงไม่อยู่ในสภาพลำบากอมทุกข์อย่างนี้

แผ่นดินไทยได้เป็นที่พักพิงอาศัยเพื่อกอบโกยความมั่งคั่งจากทรัพยากรซึ่งประชาชนไทยควรได้เป็นเจ้าของและได้ประโยชน์สุขทั่วกัน ไม่ใช่ให้นักลงทุนหรือกลุ่มทุนใหญ่ตักตวงเอาไปอย่างเต็มที่จนเกิดภาวะรวยกระจุก จนกระจาย โกงด้วย!

ประเทศไทยมีวิกฤตของความผุกร่อนด้านโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจ สังคม จริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม ผู้คนในกลุ่มผลประโยชน์ขาดหิริโอตตัปปะ ความเมตตากรุณา ยิ่งอยู่ในระบบเศรษฐกิจเสรี เป็นยิ่งกว่าพาราสาวัตถี ไม่มีใครปรานีใคร

ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ ติดอันดับ 1 ของโลก ปัญหาหนี้ครัวเรือนอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก รวมทั้งการทุจริต คอร์รัปชั่นในระดับ 40 กว่าเปอร์เซ็นต์มีการผูกขาดสัมปทาน การได้สัญญาธุรกิจ โดยกลุ่มอิงอำนาจรัฐ

เห็นอย่างนี้ ประเทศไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้าง มีวิกฤตรุนแรงในด้านทรัพยากรธรรมชาติ และคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ อำนาจอิทธิพลมืดแทรกอยู่ในทุกแห่งที่มีผลประโยชน์ พ่อค้านักธุรกิจทำงานตรงไปตรงมาหมดโอกาสได้งาน

ถ้าเสนาบดีค้างคามาจากชุดนักรัฐประหารมีความรู้ความสามารถ มีเจตนาดีต่อบ้านเมือง ใจซื่อมือสะอาด ทำงานเพื่อบ้านเมืองแท้จริง เราจะไม่เป็นอย่างนี้

ในยุครัฐบาลรัฐประหาร กลุ่มธุรกิจอิงอำนาจกอบโกยผลประโยชน์จากงานจัดซื้อจัดจ้างโดยภาครัฐและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจมหาศาล ทำให้มีมหาเศรษฐีรุ่นใหม่แจ้งเกิดอย่างรวดเร็ว องค์กรบางแห่งให้กลายเป็นขุมทรัพย์ของกลุ่มอิงอำนาจ
เราได้ฟังผู้นำรัฐบาลแถลงนโยบายอย่างหน้าซื่อตาใส ดูเหมือนจริงใจ ถ้าในยุคกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ได้ปฏิรูปโครงสร้างประเทศ เราคงไม่ย่ำแย่ในสภาพเช่นนี้ ดังนั้นการกินรวบโดยวางเครือข่ายไว้ตักตวงผลประโยชน์ยาวนานเป็นปัจจัยสำคัญ

นั่นคือกลุ่มกุมอำนาจและผลประโยชน์จะเลิกราจากฐานอำนาจไม่ได้!

เสียงพร่ำเพ้อเรื่องประชาธิปไตยยิ่งเป็นที่น่าขบขันของฝ่ายค้าน เป็นไปได้อย่างไรที่นักรัฐประหาร กุมอำนาจเผด็จการนานกว่า 5 ปี จะมีความคิด จิตสำนึก หัวจิตหัวใจศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย นอกจากเป็นวาทกรรมแหกตาคนบ้องตื้น

บางช่วงพร่ำเพ้อเรื่องการสร้างเมือง อัจฉริยะ อะไรๆ ก็อัจฉริยะ! แต่แผ่นดินแห่งนี้มีคนหัวหมออยู่ทั่ว ดันมีปัญหาค่าโง่เรื้อรัง เป็นหมื่นๆ แสนๆ ล้านบาท แต่หาตัวคนรับผิดชอบไม่ได้ มีแต่ความอยากจ่าย ทำให้ถูกสงสัยว่ามีใครได้ส่วนแบ่งหรือไม่

“โง่แล้วรวย” จึงเป็นประเด็นที่ชวนให้ฉุกคิดว่าจะโง่อภิมหาอมตนิรันดรกาลหรือไม่ น่าเสียดายที่ศักยภาพของฝ่ายค้านไม่เข้าขั้นที่จะเปิดแผลหรือเรียกเลือดได้ เพียงแค่ทำให้เจ็บๆ คันๆ เท่านั้น ระดับเกล็ดแตกลายงาตะไคร่น้ำเกาะไม่สะเทือนผิว

สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ รอแก้ปัญหาวิกฤตภัยแล้ง รอกู้เงินมาอุดรูงบประมาณ คิดทำโครงการใหม่ๆเพื่อสร้างรายได้ แต่จะเร่งปิดเกมโครงการหลายแสนล้านค้างคาอยู่

คงมีหลายคนอยากร้อง ประเทศไทยจงเจริญ! แต่ไม่มีเสียงเพียงพอ


กำลังโหลดความคิดเห็น...