xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ ยังเจ๋งแต่ต้องกู้สิบทิศ...

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: โสภณ องค์การณ์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา
ผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ รอดจากความพยายามของสมาชิกสภาคองเกรสบางส่วนที่พยายามขับเคลื่อนกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดีออกจากตำแหน่งหลังจากกว่า 2 ปีที่มีแต่ความฉาวโฉ่สารพัด ถือว่าหนังเหนียวเกินคาด แม้จะดูไม่ดีเอามากๆ

คงเป็นเพราะสมาชิกบางส่วน รวมทั้งประธาน นางแนนซี เพโลซี มองว่าทำไปก็ไม่คุ้ม ถ้าไม่สำเร็จก็จะเสียเวลา แถมยังยกระดับความน่าเกรงขามให้ทรัมป์ สู้เอาไว้รอดูว่าพฤติกรรมต่างๆ มีปัญหาเรื่องผิดกฎหมายและคดีอาญาหรือไม่ ถือว่าคุ้มกว่า

ดังนั้น ทรัมป์ก็จะยังโลดแล่นอยู่บนเวทีผู้นำโลกต่อไป พร้อมกับกำหนดท่าทีแนวนโยบายหลายด้านส่งผลกระทบต่อหลายประเทศทั่วโลกที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงและทางอ้อม ถ้าทรัมป์ทำอะไร หรือไม่ทำอะไร ล้วนแต่มีส่วนทั้งสิ้น

เมื่อทรัมป์ยังมีบุญเก่าอุ้ม ต้องรอดูว่าจะใช้บุญหมดเมื่อไหร่ สำคัญที่สุดก็คือการเลือกตั้งครั้งต่อไปชนชาวอเมริกันจะเลือกทรัมป์ให้อยู่ต่อหรือไม่ เพราะดูแล้วขณะนี้ผู้นำได้กลายเป็นผู้สร้างความแตกแยกในสังคมโดยเฉพาะด้านเหยียดผิว

ทรัมป์ได้ขุดปัญหาการเหยียดสีผิวซึ่งได้กลบเอาไว้ร่วม 50 ปี ให้เป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง ด้วยท่าทีไม่ปิดบังว่าตัวเองเป็นคนเหยียดสีผิว และคนผิวขาวเท่านั้นมีคุณค่าเพียงพอที่จะอยู่บนแผ่นดินอเมริกาซึ่งได้แย่งมาจากชนเผ่าอินเดียนแดง

การแสดงออกด้านการเหยียดสีผิวอื่น และคนผิวขาวต้องเป็นสุดยอดในแผ่นดินนั้นเป็นที่ชื่นชอบของคนอเมริกันผิวขาวมาก โดยเฉพาะกลุ่มที่ทรัมป์ปลุกเร้าอารมณ์ให้ต่อต้าน ส.ส.หญิงพรรคเดโมแครตที่เกิดในโซมาเลีย อยู่ในสภาสมัยแรก

เสียงร้องตะโกนโดยกองเชียร์ทรัมป์ “ส่งนางกลับไปๆๆ” โดยทรัมป์วางมาดขรึมหน้าโพเดียมหาเสียงทำให้สังคมอเมริกันได้ตื่นรู้ด้วยความช็อกอย่างยิ่งว่า แท้ที่จริงแล้วปัญหาการรังเกียจสีผิวยังคงฝังในใจและความคิดของคนอเมริกันอย่างมาก

เมื่อถึงเวลา ก็ระเบิดออกมาให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่าสังคมอเมริกันไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเสมอภาคดังที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ กฎหมายและของจริงเป็นคนละเรื่อง เมื่อโดนรุมประณามหนัก ทรัมป์ทำเป็นออกตัวว่าไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วย

เป็นการแสดงออกให้เห็นความเป็นทรัมป์ “อย่างหนา” เหมือนเช่นเคย!

ท่าทีเหยียดผิวของทรัมป์จึงเข้าทางกลุ่มคนผิวขาวสุดโต่ง แต่ก็จะเสียคะแนนความนิยมจากคนอเมริกันสีผิวอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มมาจากละตินอเมริกา ซึ่งทรัมป์แสดงความรังเกียจอย่างมาก ทำทุกอย่างสกัดไม่ให้คนจากอเมริกาใต้เข้าประเทศ

ช่วงนี้ทรัมป์ยังอยู่ในช่วง “ขาขึ้น” ต่อเนื่อง ทั้งเศรษฐกิจที่ยังไปได้แรง ตลาดหุ้นไปได้สวย แต่เริ่มมีเค้าลางของความไม่แน่นอนว่าสภาพโดยรวมแล้วทรัมป์จะยังคงมีบุญอุ้มอยู่ต่อไปหรือไม่ ทั้งนโยบายต่างประเทศและในประเทศซึ่งเริ่มไม่แน่นอน

และเรื่องเศรษฐกิจนี่แหละที่จะเป็นตัวฉุดทรัมป์ จะหนักหนาสาหัสเหมือนกรณีวิกฤตหนี้อสังหาริมทรัพย์ในปี 2008 หรือไม่ ต้องรอดูว่าเรื่องหนี้รอบใหม่จะเป็นอย่างไร เพราะการเป็นนักกู้สิบทิศ กู้จากทุกแหล่งเงินที่ขวางหน้า สหรัฐฯ ทำมาตลอด

การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ถ้าได้แหล่งเงินต้นทุนต่ำ และใช้กระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวม ยังทำให้ตลาดหุ้นไปโลด และสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าเป็นนักกู้ไม่รู้จักเลิกราหรืออิ่มตัว เพราะเชื่อมั่นว่าพิมพ์เงินดอลลาร์ไว้ได้เองทุกเวลา

อย่างนั้นทำได้ จนกว่าสภาวะเปราะบางที่ซ่อนอยู่เกิดปัญหา ถ้าเสียดุลยภาพของเศรษฐกิจจากผลกระทบทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งวิกฤตที่มีต้นตอมาจากนโยบายและพฤติกรรมของสหรัฐฯ เช่น สงครามการค้า มาตรการคว่ำบาตร

เป็นหนี้ก็ต้องใช้คืน ช้าหรือเร็ว และสหรัฐฯ เป็นลูกหนี้รายใหญ่ที่สุดในโลก และปัญหานี้ไม่ว่าประธานาธิบดีคนไหนก็จนปัญญาที่จะเอาอยู่ ทำให้หนี้เป็นภาระยิ่งกว่าดินพอกหางหมู นับวันยิ่งโตจนหมูอเมริกันเริ่มรู้สึกว่าหางหนักจนลากไม่ไหว

มาดูตัวเลขหนี้ของสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ หนี้สาธารณะและหนี้ภาคเอกชนมียอดรวมทั้งสิ้น 7 หมื่นล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อยากรู้ว่าเป็นเงินไทยเท่าไหร่ก็คูณด้วย 30 และดูว่าจะมีโอกาสได้ใช้หมดหรือไม่ เป็นหนี้มากที่สุดที่เคยมี

อย่างที่ว่าไว้ ถ้ากู้มาแล้วทำโครงการที่ให้ประโยชน์ ก็ไม่มีปัญหา ถ้าเศรษฐกิจยังลื่นไหลไปได้ดี ขนาดของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ที่ 21 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าอยู่ในสภาพแข็งแกร่ง และธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังจะลดดอกเบี้ยซึ่งจะทำให้กู้ยืมได้ถูกลง

แต่ว่าโลกจะสวยเช่นนี้ตลอดไปหรือไม่ เพราะสงครามการค้าที่ทรัมป์ประกาศกับจีนและประเทศอื่นๆ ทำให้ภาคการผลิตอุตสาหกรรมชะลอตัวลง ไม่ใช่เฉพาะในสหรัฐฯ แต่เกิดขึ้นทั่วโลกเพราะมีความเชื่อมโยงกันในด้านการซื้อขายทุกขั้นตอน

สหรัฐฯ ยังเนื้อหอม พันธบัตรรัฐบาลยังขายได้ดีในกลุ่มนักลงทุน ถ้ามีปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ก็ต้องหาแหล่งเงินกู้ และลูกค้าคือนักลงทุนจากประเทศอื่นๆ รวมทั้งรัฐบาล และจีนเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ถือครองพันธบัตรมากที่สุด

มีหนี้มากก็ยังมีปัญหาขาดดุลงบประมาณ ซึ่งพุ่งพรวด 23 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเดือนตุลาคมปีก่อนถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ ทำให้มียอดขาดดุลอยู่ที่ 750 พันล้านดอลลาร์ เพราะกู้เยอะ ยอดการกู้เงินของสหรัฐฯ อยู่ที่ 101 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีแล้ว

ปัญหาควบคู่กัน แก้ไม่หาย คือการขาดดุลงบประมาณและดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งทรัมป์ยังจัดการให้ได้ นี่เป็นปัญหาทั้งโลก เกือบทุกประเทศใช้เงินเกินตัว หนี้รวมของทุกประเทศอยู่ที่ 246 ล้านล้านดอลลาร์ สูงกว่ายอดจีดีพีรวมถึง 320 เปอร์เซ็นต์

ถ้าเกิดวิกฤต ประเทศไหนหนี้เยอะ รายได้น้อย มีโอกาสตายก่อน!
กำลังโหลดความคิดเห็น...