xs
xsm
sm
md
lg

อนาคตใหม่ฟองสบู่การเมือง

เผยแพร่:   โดย: สุรวิชช์ วีรวรรณ


ถ้าว่าไปแล้วพรรคอนาคตใหม่นั้นมีลีลาที่ดี จากภาพที่มองเห็นและการนำเสนอตัวเองต่อสาธารณะ เป็นคนรุ่นใหม่ที่กล้าพูดกล้าแสดงออก ที่จะรื้อถอนสังคมไทยออกจากโครงสร้างแบบเก่าๆ หลายคนชื่นชมกันใหญ่ว่า พรรคการเมืองต้องเป็นพรรคแบบนี้สิ

พวกเขาต้องการเปลี่ยนแปลงรื้อถอนของเดิมๆ ที่สังคมไทยยึดถือ ควรแต่งกายไปประชุมสภาในชุดไหนก็ได้ ส.ส.ข้ามเพศ สามารถแต่งกายตามเพศสภาพได้ หรือสามารถอภิปรายด้วยภาษาถิ่นก็ได้ ฟังดูก็ดีนะ มันชวนให้ถกเถียงว่า ทำไมเราต้องไปยึดติดกับรูปแบบนั้น ทำไมไม่อนุรักษ์ภาษาวัฒนธรรมท้องถิ่นของตัวเอง กระทั่งเราควรจะภูมิใจในภาษาถิ่นของตัวเอง เรื่องนี้เป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพล้วน เราต้องออกจากกรงขังที่กักขังอัตลักษณ์ให้ได้ ไม่ยึดติดกับขนบแบบเดิม

นโยบายของอนาคตใหม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ล้มล้างมรดก คสช. และไทยเท่าเทียม 1. ยุติระบบราชการรวมศูนย์ กระจายอำนาจ กระจายคน กระจายงบ 2.ไทยเท่าเทียม สวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร 3. ปฏิวัติการศึกษา ลงทุนให้ถูกจุด ลดความเหลื่อมล้ำ ส่วน 8 นโยบายเสาหลัก คือ 1. ทลายเศรษฐกิจผูกขาด ล้างระบบเส้นสาย หยุดทุนใหญ่กินรวบประเทศ 2. ขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน เดินทางได้ไม่ต้องซื้อรถ สร้างเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรมรถไฟ 3. เกษตรก้าวหน้า ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยเทคโนโลยี แก้ปัญหาเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ปลดหนี้เกษตรกร 4. เศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อประชาชน พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยเทคโนโลยี ส่งเสริมธุรกิจใหม่ สร้างไทยเท่าทันโลก 5.เปิดข้อมูลรัฐกำจัดทุจริต สร้างรัฐโปร่งใส ให้อำนาจตรวจสอบอยู่ในมือประชาชน 6. โอบรับความหลากหลาย เคารพความแตกต่าง ศักดิ์ศรีคนต้องเท่าเทียม 7. สิ่งแวดล้อมยั่งยืน ลดใช้พลาสติก สร้างเศรษฐกิจจากขยะ และ 8.ปฏิรูปกองทัพ ลดนายพล ละอาวุธ เลิกเกณฑ์ทหาร สุดท้ายคือ 1 ปักธงประชาธิปไตย ล้างมรดกรัฐประหาร สร้างการเมืองแบบใหม่ เจ้านายคือประชาชน

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ บอกว่า จะปลดปล่อยพันธนาการให้พี่น้องชาวไทยบ้างจะสมบูรณ์ไม่ได้ หากไม่มีคานคอยรับเสาให้ตรงตระหง่าน และรับน้ำหนักของหลังคา ซึ่งคานคือ ปักธงประชาธิปไตย เพื่อนำพาไปสู่ให้ไทยเท่าเทียมกันและเท่าทันโลกให้ได้

แต่ละถ้อยคำหรูๆ เท่ๆ ทั้งนั้น ตอนหาเสียงก็ทำป้ายใส่เสื้อยืด แบบคนรุ่นใหม่ที่ไร้แบบฟอร์มดูแล้ว cool cool ทำไมจะต้องใส่สูทสวมเสื้อครุยมันล้าสมัย จำกัดกรอบกันเกินไป

อนาคตใหม่สร้างความแปลกใหม่ด้วยเลือกคนจากหลากหลายอาชีพ หลายวงการ หลายเพศสภาพมาลงในนามพรรคแบบไม่ต้องมีใครรู้จักมาก่อนว่าทำอะไรที่ไหน แล้วก็ได้รับการเลือกเข้ามาเป็นผู้แทนแบบงุนงงจำนวนมาก คนไปใช้สิทธิ์หลายคนบอกว่า ยังไม่รู้เลยว่า ใครลงสมัครในนามพรรคอนาคตใหม่ในเขตตัวเอง แต่เข้าคูหาไปกาบัตรเลือกเข้ามาเลย

การเกิดขึ้นของอนาคตใหม่ โอ้โหมันน่าเร้าใจปลุกให้คนรุ่นใหม่ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งเลือดพุ่งพล่านมันต้องอย่างนี้สิ เบื่อแล้วนักการเมืองรุ่นเก่าที่เอาแต่ถกเถียง แดกดัน โกงกินคอร์รัปชัน จนบ้านเมืองวุ่นวาย ก้าวไม่ทันโลกเป็นพวกไดโนเสาร์

พอผลเลือกตั้งออกมากองเชียร์หลายคนก็แห่แหนบอกนี่ไง โลกใหม่กำลังมาสังคมต้องการเปลี่ยนแปลง คนรุ่นเก่าบางคนเพื่อจะทำให้ดูว่าตัวเองทันสมัยทันโลก มีความก้าวหน้า ก็ต้องลุกขึ้นมาสรรเสริญอนาคตใหม่ว่า นี่ใช่เลยเป็นความหวังของอนาคต พวกที่ตกใจตื่นตะลึงคือพวกไดโนเสาร์ที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง

จะเห็นได้ว่า สิ่งที่นำเสนอมันเป็นนามธรรมกับรูปแบบล้วนๆ ไม่มีเนื้อหาตรงไหนที่อธิบายว่าจะขับเคลื่อนสังคมอย่างไร หลายสิ่งที่จะทำนั้นมันจะก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือปะทะกันในสังคมหรือไม่ หรือจะแก้ไขผลกระทบที่ตามมาอย่างไร

บางคนบอกว่านี่แหละพลังของคนหนุ่มสาวที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมไทย เหมือนกับหนุ่มสาวในยุค 14 ตุลา 16 ที่ต้องการประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการ แต่คำถามว่ามันใช่เหรอ เขาเลือกพรรคอนาคตใหม่เพราะต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเชิงอุดมการณ์ หรือเลือกอนาคตใหม่เพราะรูปลักษณ์และข้อเสนอที่เป็นนามธรรมการตลาดนั้นมันโดนใจมากกว่าจะคิดว่านำไปสู่ความสำเร็จอย่างไร

ก็ต้องดูว่าคนรุ่นใหม่ที่ลุกขึ้นมาเชียร์และเลือกพรรคอนาคตใหม่นั้น เขาจะดีใจที่ได้เลือกและติดตามสิ่งที่อนาคตใหม่ได้กระทำให้เห็นเป็นรูปธรรมมากกว่านามธรรม และลีลาที่ผ่านการปรุงแต่งหรือไม่

ผมยังขำเลยตอนที่ธนาธรเสนอออกมาเป็นรูปธรรมในระหว่างที่ประชุมอาเซียนว่า ให้ประเทศอาเซียนแต่ละประเทศแทรกแซงตรวจสอบเรื่องภายในของกันและกัน ไม่ต้องอะไรมากหรอกลองนึกภาพบ้านใกล้เรือนเคียงลุกขึ้นมาตรวจสอบเรื่องภายในของกันและกันดูสิ มันสะท้อนว่า เขาไม่เข้าใจเรื่องความเป็นอิสระของประเทศ และไม่เข้าใจเรื่องของเขตของสิทธิในอาณาเขตของกันและกัน

เรื่องรูปธรรมที่เขาเสนออีกเรื่องประมง เมื่อเขาทำท่าว่าไปคุยกับบรรจง นะแส ที่ทำเรื่องประมงพื้นบ้านมายาวนาน เพื่อให้เห็นว่าเขาเอาจริงกับเรื่องนี้ แต่แล้วพอเขาไปคุยกับประมงพาณิชย์เขาบอกว่า ให้แก้มาตรา 81 มีสาระสำคัญ 3 เรื่อง คือ 1. เรือประมงพาณิชย์จะต้องติดอุปกรณ์ติดตามเรือที่เรียกว่า VMS 2. เรือประมงพาณิชย์จะต้องจัดทำสมุดบันทึกการจับปลาที่เรียกว่า Fishing Logbook 3. เรือประมงพาณิชย์ออกไปจับปลาต้องแจ้งศูนย์ควบคุมการเข้าออกที่เรียกว่าศูนย์ PIPO (Port In – Port Out)

ทั้งนี้เป็นกติกาสากลของโลก เรือประมงที่จะส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดในโลกต้องติดไว้ นอกจากจะใช้ติดตามการทำประมงผิดกฎหมายหรือไม่ มันจะทำให้เราติดตามได้ว่าเรือลำนั้นๆ ไปค้ามนุษย์กลางทะเลหรือไม่ ถ้าไม่ติดนอกจากการจับปลาทำลายล้างแล้ว การค้ามนุษย์แรงงานทาสก็จะกลับมาเกิด

แล้วบรรจงก็สอนมวยว่าเป็นการรับฟังแต่ประมงพาณิชย์ซึ่งมีเหลือหลายสิบลำ แต่มีเพียง 15% แต่ประมงพื้นบ้านมีเรือลำเดียวมีถึง 85%

บรรจง บอกว่า ทะเลไทยไม่ได้ย่ำแย่อย่างที่พรรคอนาคตใหม่อ้าง คงย่ำแย่ในส่วนของประมงพาณิชย์ที่เคยชินกับเครื่องมือเดิมๆ แต่พี่น้องประมงชายฝั่ง 22 จังหวัดยืนยันว่าทรัพยากรพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งเพิ่มขึ้น ในบางพื้นที่มีปลาอินทรีย์ตัวละ 30 กิโลกรัม ตนทำมา 30 ปี ไม่เคยเห็นมาก่อน หมายความว่าในพื้นที่ใกล้ชายฝั่งมีการดูแลอย่างดี

“การที่อวนรุนถูกยกเลิก ต้องให้เครดิตรัฐบาลว่ามาตรการไอยูยูทำให้สถานการณ์ประมงโดยภาพรวมดีขึ้น” นายบรรจง ยืนยัน

ใครหลายคนอาจตื่นเต้นกับคำพูดและการตลาดปรุงแต่งที่เป็นนามธรรม พอพูดถึงรูปธรรมว่าจะลงมืออย่างไรกลับไม่เป็นท่าอย่างที่เห็น เป็นพวกท่าดีทีเหลว

เหมือนตอนนี้ที่กำลังสร้างภาพอินเตอร์เดินสายไปพบกับต่างชาติบอกว่าจะไปอัพเดทสถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งกับผู้นำชาติยุโรป ตอนนี้ไม่รู้ไปพบใครมาแล้วบ้าง เห็นแต่ภาพไปยืนสัมภาษณ์กับนักข่าวไทยหน้าสำนักงานบีบีซีที่กรุงลอนดอน

เชื่อว่า พวกที่กองเชียร์แห่แหนคงจะตะลึงกับภาพความเป็นสากลของผู้นำอนาคตใหม่ที่เขาหวังจะให้นำพาชาติของเราเหมือนเดิม ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเราเป็นเมืองขึ้นหรือประเทศราชของเขาหรือจึงต้องไปอัพเดทสถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งกับผู้นำยุโรป

นึกถึงฟองสบู่ทางเศรษฐกิจที่เคยเกิดขึ้น แล้วนึกได้ว่าอนาคตใหม่ก็เหมือนกับฟองสบู่ทางการเมืองที่กำลังลอยล่องที่เราเป่าในวัยเด็ก และมันตกลงมาไม่สามารถลอยขึ้นสูงได้ในที่สุด

ติดตามผู้เขียนได้ที่
https://www.facebook.com/surawich.verawan
กำลังโหลดความคิดเห็น...