xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ ยังชวนคนทะเลาะรอบทิศ

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งนิยมทะเลาะ 10 ทิศ กำลังเป็นเป้าหมายของการเฝ้ามองโดยผู้นำประเทศต่างๆ ว่า ถ้าชนะการเลือกตั้ง ได้อยู่ต่ออีก 1 สมัย จะทำให้โลกนี้น่าอยู่หรือมีความเสี่ยงว่าจะเกิดวิกฤตถึงขั้นเป็นภาวะสงครามหรือไม่

เป็นสงครามจำกัดเป้าหมาย จำกัดพื้นที่ หรือขยายจนเอาไม่อยู่อย่างไร นั่นเป็นเรื่องอนาคต นั่นหมายความว่าทรัมป์จะต้องได้รับความนิยมจากประชาชนอเมริกันซึ่งชอบผู้นำประเทศใจถึง โฉ่งฉ่าง ไม่เรื่องมากด้านหลักการคุณธรรมต่างๆ

ล่าสุดเปิดศึกกับ ส.ส.หญิง สภาคองเกรส สังกัดพรรคเดโมแครต ซึ่งไม่ใช่คนผิวขาว ทรัมป์กล่าวหาเป็นนัยว่า ส.ส.พวกนั้นไม่ได้เกิดในสหรัฐฯ ดังนั้นสมควรกลับไปอยู่ภูมิลำเนาเดิม ทำให้ถูกตอบโต้จาก ส.ส.หญิงอย่างเผ็ดร้อน จวกกลับทรัมป์แบบเจ็บๆ

ช่วงนี้ทรัมป์กำลังเผชิญปัญหาถูกตรวจสอบพฤติกรรมโดยอัยการพิเศษในหลายด้าน และผู้ตรวจสอบมีกำหนดการให้ปากคำต่อกรรมาธิการของรัฐสภาเกี่ยวโยงกับความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับเครือข่ายชาวรัสเซีย เป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ

เรื่องการแทรกแซงการเลือกตั้งช่วงทรัมป์ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโดยกลุ่มคนรัสเซีย ก็ยังไม่สะเด็ดน้ำ ทั้งความสัมพันธ์เร้นลับด้านการเงิน และการลงทุนในรัสเซีย ทำให้สภาคองเกรสหาทางเล่นงานทรัมป์ รวมทั้งแผนถอดถอนให้ออกจากตำแหน่ง

จะรอดหรือไม่ เพราะทรัมป์ยังไม่อยู่ในขั้นจะไปอย่างง่ายๆ ยังมีทีเด็ดอีกเยอะ!ทรัมป์เป็นผู้นำประเทศซึ่งไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีหรือเกียรติภูมิของตนเอง ตราบใดที่ยังทำให้อยู่ในอำนาจได้ โดยไม่มีอำนาจหรือใครทำให้อยู่ในความเสี่ยงว่าจะต้องสูญเสียตำแหน่ง พูดจาอะไรไม่คิดกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อใคร ประเทศอะไร

ยังถือว่าอเมริกาเป็นชาติมหาอำนาจซึ่งทำอะไรก็ได้ ไม่ผิด นั่นเลย ดูแล้วมีอย่างน้อย 3 ประเทศซึ่งชื่นชอบทรัมป์อย่างออกหน้าออกตา นั่นคืออิสราเอล ซึ่งเป็นตัวแทนของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง และครอบครัวทรัมป์มีความสัมพันธ์ด้วยอย่างดี

ลูกเขยทรัมป์ จาเร็ด คุชเนอร์ รับบทที่ปรึกษา ก็เป็นคนยิวตระกูลนักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไปกันได้ดีทั้งพ่อตา ลูกเขย และเป็นตัวเชื่อมโยงอย่างดีกับผู้นำอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งเคยไปอาศัยช่วงไปเรียนหนังสือในสหรัฐฯ

อิสราเอลจึงเป็นลูกค้าสำคัญสำหรับอาวุธจากสหรัฐฯ เศรษฐกิจการเงินและด้านอื่นๆ ก็ถูกคุมโดยกลุ่มธุรกิจชาวยิว ไม่เฉพาะในสหรัฐฯ เท่านั้น ยังลามไปยุโรปอีกด้วย ดังนั้นการอยู่รอดของรัฐอิสราเอลจึงสำคัญต่อนโยบายด้านตะวันออกกลางของสหรัฐฯ

อิสราเอลจึงเป็นทั้งตัวแทนสหรัฐฯ เป็นกันชน และเป็นตัวลุยในการเล่นงานชาติ หรือกองกำลังอื่นๆ ในตะวันออกกลาง มีศักยภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์แต่ไม่ยอมรับเป็นทางการ สหรัฐฯ และชาติอื่นๆ ก็รู้ว่าอิสราเอลมีอะไรซ่อนไว้ใต้ทะเลทรายเนเกฟ

อีกรายหนึ่งคือซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นลูกค้าซื้ออาวุธรายใหญ่ เป็นตัวแทนสหรัฐฯ ทำสงครามในเยเมน รบมาหลายปีด้วยอาวุธทันสมัยแต่ยังเอาชนะกบฏฮูตีได้ แม้จะจ้างทหารรับจ้างจากแอฟริกา มีพันธมิตรในย่านอ่าวเปอร์เซียมาช่วยรบก็ตาม

ทรัมป์เปิดสงครามเย็นและสงครามมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานอิหร่านและเกาหลีเหนือ สงครามการค้าเกือบเต็มระดับกับจีน ยังมีมาตรการเล่นงานด้านภาษีกับกลุ่มประเทศเป็นมิตรในยุโรป รัสเซีย ญี่ปุ่น และสกัดผู้ลี้ภัยจากละตินอเมริกานอกจากนั้นยังมีปัญหาด้านการค้ากับแคนาดา เม็กซิโก โดยทรัมป์ใช้มาตรการด้านการค้าบีบให้เม็กซิโกสกัดผู้ลี้ภัยด้านเศรษฐกิจจากอเมริกาใต้ โดยจะขึ้นภาษีสินค้า ถ้าทำไม่สำเร็จ แต่บีบให้จ่ายเงินสร้างกำแพงกั้นพรมแดนไม่ได้

ล่าสุดทรัมป์มีปัญหาด้านความสัมพันธ์กับอังกฤษ แม้จะไม่เป็นเรื่องโดยตรงกับรัฐบาลก็ตาม หลังจากทูตอังกฤษ คิม ดาร์รอค ส่งรายงานลับไปให้ต้นสังกัด โดยมีข้อความประเมินตัวทรัมป์ด้านลบ สร้างความอับอายและโมโหให้ผู้นำสหรัฐฯ

ทรัมป์ประกาศตัดสัมพันธ์กับทูต ไม่ต้อนรับให้เข้าร่วมงานในทำเนียบขาว ส่งผลให้ทูตต้องลาออก แม้นายกฯ เทเรซา เมย์ หนุนเต็มที่ แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากว่าที่นายกฯ ซึ่งคาดว่าจะเป็นนายบอริส จอห์นสัน อดีต รมต.ต่างประเทศ

รายงานลับเหมือนกับประจานทรัมป์ให้สังคมโลกรู้ว่าในสายตานักการทูตในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และบรรดาเจ้าหน้าที่ในทำเนียบขาว ก็มีมุมมองไม่แตกต่างจากของทูตอังกฤษ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไป แต่โดนเปิดโปงโดยสื่อเดลิเมล์ของอังกฤษ

การที่ทรัมป์ลดตัวลงมาเปิดศึกโดยตรงกับทูต เล่นไม่เลิกด้วยการส่งข้อความหมิ่นทูตผ่านทวิตเตอร์ต่อเนื่อง ทำให้ถูกมองว่าเป็นคนอาฆาตมาดร้าย ทั้งๆ ที่อยู่ต่างระดับกัน คือเป็นผู้นำชาติมหาอำนาจ กับทูตจากมิตรประเทศใกล้ชิดกันแน่นแฟ้น

ล่าสุดสื่อเดลิเมล์มีเรื่องมาปูดจากรายงานลับของทูตคิม ซึ่งอ้างว่าการที่ทรัมป์ยกเลิกข้อตกลงด้านนิวเคลียร์กับอิหร่านนั้นเป็นพฤติกรรมเถื่อนหยาบ เพราะทรัมป์ไม่ชอบขี้หน้าอดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา เป็นความอาฆาตแค้นส่วนตัวแท้ๆ

ประเด็นนี้ก็ถูกรวบรวมจากความคิดเห็นต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ในทำเนียบขาว ซึ่งจะทำให้ทรัมป์ต้องเผชิญกับการซักถามว่าเป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ อย่างไร และแน่นอนว่าจะต้องสร้างอารมณ์โกรธรอบใหม่ แม้ทูตคิมถูกบีบให้ลาออกแล้วก็ตาม

จะมีประเด็นทำให้ทรัมป์ต้องอับอายอีกหรือไม่ ต้องรอดู แต่ทรัมป์ดูไม่สะทกสะท้าน มีช่องทางลดเลี้ยวเอาตัวรอดได้จากกระแสความสงสัยและโจมตีก็ตาม จากนี้ไปทรัมป์จะเหมือนคนไต่ขอบเหว เพราะเรื่องฉาวโฉ่สะสม รอดหรือไม่ต้องรอดู



กำลังโหลดความคิดเห็น...