xs
xsm
sm
md
lg

บ้านเมืองจะไปรอดได้...อย่างไร?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

"โสภณ องค์การณ์"

เป็นอย่างไรกันบ้างละครับ ท่านประชาชนเจ้าของประเทศเพียงนิตินัย รู้สึกอย่างไรเมื่อได้ยลโฉมคณะรัฐมนตรีชุดแรกของประชาธิปไตยแบบไทยๆ หลังจากกว่า 5 ปีภายใต้รัฐบาลจากการรัฐประหาร มีเสียงแซ่ซ้องว่ามีพวก “สายล่อฟ้า” อยู่เยอะ

เป็นคณะรัฐมนตรีเพื่อสืบสานปณิธานเพื่อการขออยู่ยาวของลุงป็อปปูลาร์ ซึ่งมองว่าตัวเองยังเป็นความจำเป็นของประเทศ เป็นช่วงเวลาไม่เหมาะถ้ามีใครอื่นเข้ามาแทน จะทำให้หลายอย่างที่ไม่ลงตัวต้องหยุดชะงัก นำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ได้

มาได้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะนำพาประเทศให้ก้าวต่อไปได้อย่างไร เพราะประชาชนส่วนหนึ่งรู้สึกว่าอยู่ในสภาพไร้ที่พึ่ง หาทางออกเพื่ออนาคตที่ดี มั่นคง มีข้าวกินครบมื้อ ไม่มีหนี้สินมัดตัวจนแทบดิ้นไม่ได้ ไม่ต่างจากหนี้สาธารณะซึ่งพอกพูนเร็วทุกปี

ดูสภาพแล้ว สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤต เพราะคำสัญญาลมๆ แล้งๆ จากผู้มีอำนาจขาดน้ำหนักที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่าบ้านเมืองจะดีขึ้น ที่ผ่านมาชาวบ้านรับรู้ด้วยความขมขื่นว่ากลุ่มกุมอำนาจกับกลุ่มทุนรวมตัวกันทำให้ชาวบ้านอยู่ลำบาก

ทำมาหากินอย่างฝืดเคือง เงินทองหายาก มีที่ดินก็ขายไม่ออก ไม่มีช่องทางสร้างรายได้ ผู้ค้ารายใหญ่กินรวบทั่วประเทศ ผู้มีอำนาจเป็นผู้อุปการะทุนใหญ่

ชาวบ้านก็รู้ว่าที่ต้องใช้เวลา 108 วันก็เพราะอิทธิพลทุนใหญ่ ซึ่งต้องรักษาผลประโยชน์ และต้องการต่อไป หลังจากได้ลงทุนสนับสนุนฐานอำนาจมาหลายปี

ความรู้สึกว่า “ขาดที่พึ่ง” มองไม่เห็นทางออกจะเป็นแรงกดดันว่าบ้านเมืองจะอยู่อย่างนี้ได้นานแค่ไหน เมื่อคนเพียงหยิบมือเดียวเสวยสุขอยู่บนกองทุกข์ของประชาชน เมื่อถึงขีดสุด ทางเลี่ยงมิคสัญญีอาจไม่มีมาก ถ้าคนลำบากเลือดเข้าตา

กว่าจะโผล่มาได้เสนาบดีชุดนี้ได้ผ่านการใช้เวลาในเกมต่อรองเข้มข้นเพื่อจัดสรรปันส่วนผลประโยชน์ตามสิทธิพึงได้พึงมี ตามตัวเลขของนักเลือกตั้งในสภา ต้องเล่นเกมใต้ดิน ใช้อิทธิพลมาเฟีย และแบล็กเมล์ให้กลุ่มต่างๆ ยอมสยบ

เรื่อง “ยี้” นั้นไม่ต้องพูด ดูก็เห็น ยิ่งมีนักกฎหมายรอบจัดเล่นลิ้นตีคารมโวหารให้ชาวบ้านรู้สึกเบื่อหน่าย ระอาใจ ด้วยแล้ว ความอัดอั้นในหัวอก เหมือนภูเขาไฟรอการระเบิด วันนั้นคนร่ำรวยแค่ไหนจะรู้สึกว่ามีเงินแต่ออกนอกบ้านไม่ได้เป็นอย่างไร

จากนี้ไป การแก่งแย่งผลประโยชน์ จะเป็นการเริ่มแตกสาย หลังจากถูกกินรวบโดยกลุ่มเดียว ตามที่ชาวบ้านได้เห็นชัดว่า “รัฐประหารแล้วรวย” กลุ่มทุนใหญ่สบาย

เกมการเมือง แย่งอำนาจ ผลประโยชน์ ดูเป็นภาวะปกติสำหรับคนทั่วไป ซึ่งก็ได้แต่ด่านักเลือกตั้งว่ามัวแต่ไล่ฟัด งับน่องเหมือนสุนัขแย่งชามข้าว

ท่ามกลางความวุ่นวายย่อมมีผู้ได้ประโยชน์จากความขัดแย้ง หวังจะได้อยู่ยาวพร้อมอำนาจพิเศษ และใช้เป็นแรงกดดันพวกร้องหาเก้าอี้ ตำแหน่งเสนาบดีให้เงียบ จะได้ไม่มีปัญหากับความเสี่ยงที่จะโดนรื้อฟื้นคดีอาญา หรือชาวบ้านอดรนทนไม่ได้

นี่ยังเป็นการเมืองที่อำนาจมืดเป็นเครื่องมือทำงานได้ผล ดังนั้น ดูหน้าตา โหงวเฮ้งของเสนาบดี เห็นยิ้มแย้มแจ่มใส สะท้อนให้เห็นว่าได้จัดสรรผลประโยชน์ลงตัวแล้ว แต่ละคน ตั้งแต่หัวหน้าแสดงอาการไฟแรง อยากทำงานหลังพิธีกรรมเสร็จสิ้น

เป็นการสิ้นสุดของอำนาจพิเศษและคณะรัฐประหาร ช่วง 5 ปี ได้สร้างความมั่งคั่งให้หลายคนซึ่งอิงและเข้าถึงกลุ่มอำนาจ มีเศรษฐีแจ้งเกิดใหม่ รู้กันในกลุ่มเพื่อนพ้องว่านี่เป็นผลของ “รัฐประหารแล้วรวย” ไม่ทิ้งพรรคพวกไว้ข้างหลังให้อยู่แบบจนๆ

ดูรายงานทรัพย์สิน และเสียงร่ำลือ ก็รู้ว่ามีคนรวยรุ่นใหม่แฝงเร้นมากมาย แต่ไม่อยากให้ชาวบ้านได้รับรู้ การเมืองใช้เงินต่อเนื่องอย่างนี้ ยังต้องมีคนรวยเพิ่มอีก

ดูหน้าเสนาบดี ทั้งหน้าเก่า หน้าใหม่ และน่าเบื่อดังที่เห็น ประชาชนและบ้านเมืองจะมีความหวังแค่ไหนว่าจะได้ผลประโยชน์จากความรู้ความสามารถของพวกนี้อย่างไรหรือไม่ ต้องเก็บความสงสัยไว้จนกว่าจะได้เห็นฝีมือเป็นที่ประจักษ์

เรียกว่า “ครม. 108 วัน” คงได้ เห็นกันอย่างนี้ น่าจะทำบ้านเมืองอยู่ในความเสี่ยงกับความเสียหายระดับหนึ่ง แต่จะให้ทำอย่างไรได้ นี่ไม่ใช่การจัดตั้งทีมงานบนพื้นฐานของความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ที่ควรจะเป็น

นี่เป็นการทำทุกอย่างเพื่อให้จัดสรรเก้าอี้เสนาบดีให้ลงตัวเพื่อการสืบทอดอำนาจของลุงป็อปปูลาร์และพวก รวมทั้งผลประโยชน์ของนักเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดปัญหาในความขัดแย้งต่อรองยืดเยื้อ เพราะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ อยู่ได้ไม่ง่ายนัก

เสนาบดีคณะนี้ต้องเผชิญการตรวจสอบภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญว่าจะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีจริยธรรมสังคมยอมรับได้ ส่วนใครจะเข้าข่ายร้ายหรือตบตาสังคมได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบโดยฝ่ายค้าน

และฝ่ายค้านเองก็มีทั้งปัญหาความน่าเชื่อถือ ด้านภาพลักษณ์และพฤติกรรมจำอวดพิลึกพิลั่นในการแสดงออกเฉพาะตัว โดยยังไม่ได้แสดงความโดดเด่นด้านภูมิความรู้และสติปัญญา ความมีคุณค่าในการทำหน้าที่ในสภาให้คุ้มค่าเงินภาษี

จะมีใครเฝ้าระวังว่านักเลือกตั้งและนักสืบทอดอำนาจจะเร่งสร้างพฤติกรรมน่ารังเกียจ ความหิวโหยจัด มุ่งหาช่องทางเพื่อถอนทุนและทำกำไรจากโครงการต่างๆ

สภาพอย่างนี้ ไม่มีใครรับประกันได้ว่ารัฐบาลจะอยู่รอดได้ยาว อย่างไร และไม่มีปัญหาโกงกินอย่างมูมมามอย่างไร ที่เห็นชัดก็คือความล่าช้าที่ผ่านมาได้ทำให้เกิดการชะงักของการใช้จ่าย และเงินที่จะเอามาใช้นั้นจะต้องกู้อีกมากน้อยเท่าไหร่

บ้านเมืองจะทนรับกับภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นได้อีกนานแค่ไหน ใครจะใช้คืน ความเสียหายที่ได้เกิดขึ้น และจะเกิดต่อไป ใครจะรับผิดชอบ

ลุงป็อปปูลาร์จะทำอย่างไรเพื่อให้บ้านเมืองอยู่รอดโดยไร้การทุจริต?


กำลังโหลดความคิดเห็น...