xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ จวกทูตเมืองผู้ดีไม่ยั้ง

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา
ยิ่งกว่าแค้นฝังหุ่น ผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ตอกกลับทูตเมืองผู้ดีด้วยลูกหนักๆ ใส่แบบไม่ยั้งมือ เป็นการเอาคืนบวกกำไรอีกหลายเท่าตัว ไม่ใส่ใจจะถูกมองว่าเป็นการเล่นบทโหดจนเกินงาม เพราะเป็นถึงผู้นำชาติมหาอำนาจ ลดตัวมาทะเลาะกับทูตชาติพันธมิตร

กลายเป็นศึกน้ำลายฝ่ายเดียว เพราะหลังจากเป็นเรื่องขึ้นมา ทำให้เกิดความวิตกในกลุ่มคนรัฐบาลสหรัฐฯ และอังกฤษว่าจะเกิดความบาดหมางอย่างแรงระหว่าง 2 พันธมิตรสำคัญ และจะนำไปสู่ดุลของการเปลี่ยนแปลงด้านความสัมพันธ์

วันก่อนการประเมินตัวตนของทรัมป์โดยทูตอังกฤษประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แบบตรงไปตรงมา เป็นรายงานส่งถึงกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ ทำให้ผู้นำทำเนียบขาวดูไม่ดีเอามากๆ เพราะมองทรัมป์ว่าเป็นพวกอ่อนหัด มือไม่ถึง ขาลอย และทำงานไม่เป็นเรื่อง

ถ้ารายงานดังกล่าวเป็นการรับรู้กันในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอังกฤษ ก็คงไม่เกิดเรื่อง แต่หนังสือพิมพ์เดลีเมล์ ดันไปเจาะเอาข้อความที่เป็นรายงานประจำผ่าน “โทรเลขช่องทางการทูต” แล้วเอามาเปิดเผย ทำให้เกิดวิกฤตในความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ

ทูต คิม ดาร์รอค ไม่ทำอะไรพลาด กระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลอังกฤษ โดยนายกฯ เทเรซา เมย์ ก็บอกว่าเป็นหน้าที่ของทูตต้องรายงานความเป็นจริง ไม่ใส่สีตีไข่ วาดภาพให้ดูโลกสวย ถ้าทูตไม่รายงานความจริง ก็จะเป็นการไม่ทำงานอย่างมืออาชีพ

“รายงานลับรั่ว” นั่นแหละ ทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ทำท่าจะส่งผลกระทบกว้าง

หลายอย่างที่ทำให้ทรัมป์ยัวะสุดขีดปรี๊ดแตก ก็คือ ทูตคิมรายงานว่าการทำงานในทำเนียบขาว “เละตุ้มเป๊ะ” ไม่มีระบบชัดเจน พวกคนทำงานในนั้นเปิดศึกกันเป็นประจำ เหมือนทำงานพร้อมกับกำมีดไว้เพื่อทิ่มแทงกัน จนบรรยากาศเป็นเหมือนศึกดวลมีดกัน

แถมยังบอกว่าอนาคตทางการเมืองของทรัมป์น่าจะจบลงด้วยความอัปยศ!

เมื่อเรื่องแตก รัฐบาลอังกฤษพยายามทำให้สถานการณ์เบาลง บอกว่าไม่ได้เห็นตามรายงานของทูตคิมทุกอย่าง ทูตคนอื่นๆ ก็ต้องทำแบบเดียวกัน แม้แต่ทูตสหรัฐฯ ในอังกฤษก็ต้องมีมุมมองของตัวเองเช่นกัน แต่อารมณ์ร้ายของทรัมป์ไม่ยอมสงบง่ายๆ

รัฐบาลอังกฤษกำลังล่าตัวคนปล่อยข่าว เพราะสร้างความบาดหมางด้านความสัมพันธ์ระหว่างทำเนียบขาวและอังกฤษ ทรัมป์ฉวยโอกาสจวกทูตอย่างหนัก เขียนด่าทูตว่าเป็น “ไอ้หน้าโง่” และที่มาทำหน้าที่เป็นทูตทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะมีใครชอบขี้หน้า

“ผมไม่รู้จักไอ้หมอนี่หรอก แต่รู้ว่าเป็นพวกขี้โอ่ วางมาดเว่อร์” ทรัมป์ใส่ไม่ยั้งทรัมป์ยัวะจัด แม้จะจวกทูตแล้วก็ยังฟาดงวงฟาดงาใส่ผู้นำรัฐบาลอังกฤษเรื่องความล้มเหลวซ้ำซากในการผลักดันแผน “เบร็กซิต” ว่า “ผมบอกนายกฯ อังกฤษหลายครั้งแล้วว่าให้ทำอย่างที่ผมว่า แต่ก็ไม่ฟัง ยังดันทุรังทำเองแบบโง่ๆ จนเกิดหายนะนี่ไง”

ตั้งแต่เกิดเรื่อง ทรัมป์เล่นงานทูตคิมและแว้งฟัดอังกฤษทวิตเตอร์หลายรอบ และมีให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่เฝ้ารอถามถึงท่าทีของทรัมป์ว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร

ทูตคิมอยู่ในฐานะลำบาก เพราะทรัมป์ประกาศว่าจะไม่ยอมทำสังฆกรรมด้วย แม้ตัวทูตมีผลงานดีเด่นในการจัดวางแผนต่างๆ สำหรับทรัมป์ในช่วงที่เดินทางไปเยือนกรุงลอนดอนอย่างเป็นทางการไม่นานมานี้ ทำให้ทรัมป์ชื่นชม พูดภาษาดอกไม้โดยตลอด

เมื่อเกิดเรื่อง ทรัมป์ต้องเก็บความทรงจำอันดีไว้ ขอเล่นบทยักษ์พิโรธใส่อังกฤษ!

ทรัมป์บอกจะไม่ยอมพบปะพูดคุยกับทูตคิม วันจันทร์ที่ผ่านมาทรัมป์จัดงานเลี้ยงผู้นำนครรัฐกาตาร์ แต่ไม่ยอมเชิญทูตอังกฤษให้เข้าร่วมโต๊ะด้วย มีแต่รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สตีฟ มนูชิน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นทูตคิมเป็นแขกประจำงานเลี้ยงในทำเนียบขาว

ทูตคิมคงต้องยอมรับสภาพว่าตัวเอง “เข้าหน้าทรัมป์ไม่ติด” ซ้ำร้ายทรัมป์จะสั่งให้หน่วยงานต่างๆ ห้ามเชิญทูตอังกฤษเข้าร่วมงานด้วย จนกว่าจะได้ทูตคนใหม่ที่ตัวเองพอใจ และมีมุมมองต่างๆ เข้าทางผู้นำทำเนียบขาว ซึ่งมองว่าตัวเองต้องเหนือกว่าใคร

ทูตอังกฤษคาดว่าจะสิ้นสุดวาระการทำงานในสหรัฐฯ อีก 6 เดือนข้างหน้านี้ แต่อาจจะต้องไปก่อน ถ้าอังกฤษได้ผู้นำคนใหม่ ซึ่งทรัมป์ทวิตเตอร์บอกว่า “ถือว่าเป็นการดีเพราะอังกฤษจะได้ผู้นำรัฐบาลคนใหม่ในอีกไม่นานจากนี้” พูดเหมือนไล่ส่งผู้นำปัจจุบัน

นายกฯ อังกฤษคนใหม่คาดว่าจะเป็นตัวเต็ง นายบอริส จอห์นสัน ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ เป็นผู้มีแนวคิดมุมมองแบบทรัมป์ ทั้งยังไว้ผมสีทองแบบรังนกกระจาบอีกด้วย และทูตคิมคงถูกเปลี่ยนตัวเพื่อให้รัฐบาลใหม่เข้ากับทรัมป์ได้ง่าย

ประเด็น “รายงานลับรั่ว” จนเป็นวิกฤตด้านความสัมพันธ์ถูกมองว่าทำให้ทรัมป์ได้แต้มต่ออย่างมากในความสัมพันธ์กับอังกฤษ เพราะเมืองผู้ดีต้องพึ่งพาสหรัฐฯ ด้านการค้าอย่างมากเมื่อต้องออกจากสมาชิกกลุ่มอียู ทรัมป์จะต้องเค้นเอาความได้เปรียบทุกทางอังกฤษถูกมองว่าอาจตกอยู่ในสภาพเหมือน “ลูกไล่ ไก่รองบ่อน” ของสหรัฐฯ เพราะการเสียรังวัดอย่างแรง และต้องเอาใจทรัมป์ ซึ่งเป็นคนแบบ “ได้ที ขี่แพะไล่” เป็นผู้นำประเภทวางก้าม ยกตนข่มท่าน เห็นผู้นำประเทศอื่นๆ เป็นเหมือนลูกไล่ไก่กาทำนองนั้น

และทรัมป์จะต้องจ้องเอาเปรียบทุกทาง เช่นจะต้องเค้นให้อังกฤษเล่นงานอิหร่านด้วยมาตรการคว่ำบาตร หรือเห็นดีเห็นงามกับการที่สหรัฐฯ กดดันอิหร่านทุกรูปแบบ ที่ผ่านมาอังกฤษยังมีท่าทีผ่อนปรน ไม่ยอมยกเลิกข้อตกลงกับอิหร่านในแผนอาวุธนิวเคลียร์

หรือทรัมป์จะเร่งมือบีบเอาให้ได้มากกว่านั้น คือการกดดันให้อังกฤษใช้มาตรการระดับเดียวกับสหรัฐฯ ในการจำกัดแผน 5จีของบริษัทหัวเว่ย ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของจีน ซึ่งทรัมป์ใช้เป็นเบี้ยหลักตัวหนึ่งในการทำสงครามการค้ากับจีน

จากนี้ไป ทรัมป์ต้องรอผู้นำอังกฤษคนใหม่ว่าจะเป็นคอหอยกับลูกกระเดือกหรือไม่
กำลังโหลดความคิดเห็น...