xs
xsm
sm
md
lg

"บิ๊กป้อม"เปรยคุม กห.8ปีพอแล้ว “สามมิตร”ไม่น้อยใจ-ก้มหน้าทำงาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

"นายกฯ"เผยทูลเกล้าฯรายชื่อ ครม.เร็วๆนี้ แจงไม่ได้ล่าช้า ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนด “ประวิตร” อุบนั่งแค่รองนายกฯ บอกคุม กห. 8 ปีพอแล้ว “สามมิตร” ไม่ติดใจโผ ครม. “สุริยะ” แค่อุตฯ “อนุชา” วืด ยันไม่น้อยใจ จี้ ส.ส.ก้มหน้าทำงานเต็มที่ "หม่อมเต่า" รับ "สุเทพ" ดีล รมต.ให้ “อนุทิน”ไม่ห่วงเรือเหล็กนายกฯโดนสนิม เชื่อทำดีอยู่นาน ด้านพรรคร่วมรัฐบาลทยอยส่งนโยบายให้ พปชร.รวบรวมเป็นร่างนโยบายแห่งรัฐ "กอบศักดิ์" เผย 4 ภารกิจเร่งด่วน "ปากท้อง -ลดเหลื่อมล้ำ - สร้างอนาคต-แก้ปัญหาเฉพาะหน้า" “ชลน่าน” ล็อคเป้าประเดิมซักฟอก “อุตตม” เล็งยื่นศาล รธน.วินิจฉัยคุณสมบัติ

วานนี้ (4 ก.ค.) ภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2562 เสร็จ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าได้นำรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทูลเกล้าฯแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบเพียงว่า เร็วๆนี้ กลางเดือน (ก.ค.) จะเรียบร้อยทั้งหมด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า กลางเดือนจะมีการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนฯ เลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า โปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อใดก็เมื่อนั้น แต่คงไม่นาน อยู่ในช่วงเวลาทั้งหมด ยังไม่มีเปลี่ยนแปลงอะไร ใครบอกว่า 3 เดือน ต้องดูว่า 3 เดือนที่ผ่านมาทำอะไรกันบ้าง อย่ามองกันตรงนี้ว่า 3 เดือนเลือกตั้งมาแล้ว แสดงว่าไม่เข้าใจการทำงานเลยว่าได้ทำอะไรมาบ้าง

เมื่อถามต่อว่ารายชื่อที่ออกมาตรงตามที่สื่อรายงานหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถาม ก่อนที่จะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที

“ประวิตร” พอแล้ว 8 ปีคุมกลาโหม

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะนั่งรองนายกฯเพียงตำแหน่งเดียว กล่าวย้ำกับผู้สื่อข่าวว่า "ไม่รู้ ไม่รู้" เมื่อถามว่าตำแหน่งไหนก็พร้อมทำงานใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็แล้วแต่"

ส่วนเหตุผลว่าเพื่อลดภาระงานหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ก็เห็นสภาพอยู่แล้ว ว่ามันแย่" เมื่อถามว่าจะคิดถึงกระทรวงกลาโหม หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็อยู่มา 8 ปีแล้ว” ผู้สื่อข่าวจึงกระเซ้าว่า น่าจะอยู่อีก 2 ปีให้ครบ 10 ปี พล.อ.ประวิตร กล่าวทีเล่นทีจริงกลับว่า "เฮ้ย พอแล้ว"

กรณีที่มีการคาดการณ์ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ คนสนิทของ พล.อ.ประวิตร จะได้เป็น รมว.แรงงานนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ เป็นการตั้งกันเองของสื่อ

ส่วนที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯเปรียบรัฐบาลชุดใหม่ว่าเป็นเรือเหล็กนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็คงมองเหมือนนายวิษณุ

"สามมิตร"ลุยงานสภาฯแม้โควตาหด

อีกด้าน นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะสมาชิกกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงกระแสข่าวที่ทางกลุ่มไม่พอใจโผ ครม.ที่แกนนำกลุ่ม อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เป็น รมว.อุตสาหกรรม ขณะที่ นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท ไม่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่า ยังไม่ทราบว่านายกฯจะพิจารณาให้ใครนั่งในตำแหน่งใด หากเป็นไปตามโผล่าสุด ทั้งนายสุริยะ และนายอนุชา ยืนยันจะเคารพการตัดสินใจของนายกฯ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด จะทำงานเพื่อประเทศชาติ ในนามพรรคพลังประชารัฐต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส.ส.ในกลุ่มสามมิตร อาทิ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย, นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา และ นายภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร เป็นต้น ได้ขึ้นปรึกษาหารือถึงปัญหาในพื้นที่ และร่วมอภิปรายในญัตติแก้ไขราคาพืชผลเกษตรกร อย่างต่อเนื่อง โดยแกนนำกลุ่มสามมิตร ทั้งนายสุริยะ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้กำชับให้สมาชิกทุกคนทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ เพื่อแสดงความเป็นมืออาชีพ แม้ว่าทางกลุ่มจะไม่ได้รับตำแหน่งในฝ่ายบริหารตามที่ผู้ใหญ่ได้เคยตกลงไว้ก็ตาม

"หม่อมเต่า"รับ"เทือก"เป็นคนดีล

ขณะที่ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่ตามโผจะได้เป็น รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าจะได้รับตำแหน่งใด เพราะไม่ได้เป็นผู้เจรจาเอง แต่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรคฯเป็นตัวแทนในการเจรจา โดยทางพรรคไม่ได้มีเงื่อนไข ว่าจะต้องได้ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใด ส่วนที่มีข่าวก่อนหน้านี้ว่า ตนจะไปนั่ง รมว.การต่างประเทศ แต่ล่าสุดปรากฏชื่อ นายดอน ปรมัติถ์วินัย เป็นรมว.การต่างประเทศต่อนั้น ก็คิดว่าเหมาะสมเนื่องจากนายดอน กำลังปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการประชุมอาเซียน ซึ่งต้องใช้เวลาอีกหนึ่งปี และนายดอน ก็ทำได้ดีมาก หากมีการเปลี่ยนตัวบุคคล ก็คงจะเป็นเรื่องแปลกมาก เพราะเพิ่งประชุมไปแล้ว จะมาเปลี่ยนคนเขาไม่ทำกัน ถ้าย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว จะเห็นว่าการประชุมมีปัญหาต้องหนีลงทะเล แต่ในครั้งนี้ทำได้ดีมาก

"เสี่ยหนู"พอใจโควตาภท. มาครบ

นายอนุทิน ชาญชีวรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง โผครม. ล่าสุด ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ว่า ในส่วนของพรรค ถือว่านิ่งมานานแล้ว โดยตนได้ส่งประวัติของ ว่าที่รัฐมนตรี ทั้ง 7 คน 8 ตำแหน่ง ไปครบถ้วนแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อกลับมา ส่วนกรณี น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ น้องสาวของ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า ถูกตีกลับนั้น ก็ไม่มีอะไร เคลียร์กันแล้ว เพราะท่านก็มีความเหมาะสม เคยเป็นถึงผู้บริหาร และนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ซึ่งทางนายชาดาเอง ก็มีความเป็นห่วงว่าจะไม่มีใครคอยช่วย ท่านก็เลยเสียสละให้น้องสาวขึ้นมาเป็น และ นายชาดาเองก็จะไปทำหน้าที่ประธานวิปของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งส่วนตัวถือว่าเหมาะสม

ส่วนกรณี นางนาที รัชกิจประภา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่ออกมายอมรับว่า ลืมแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ต่อ ป.ป.ช. ว่า นางนาที ได้บอกว่าลืมแจ้งไปตั้งแต่ปี 54 คนรวยก็มักจะมีปัญหาแบบนี้ทุกปี ซึ่งส่วนตัวมั่นใจว่า นางนาที ลืมโดยไม่ตั้งใจจริงๆ เพราะเท่าที่ตนจำได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสำนักงานของพรรคภูมิใจไทย ที่ จ.สตูล แกคงลืม เพราะมีตึกแถวเยอะ ที่ผ่านมานางนาที ก็มายอมรับกับตน ดังนั้นเมื่อตนทราบก็บอกไปว่า เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการทำงาน เลยได้มีการเสนอชื่อ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ขึ้นมาเป็นว่าที่ รมว.ท่องเที่ยวและการแทน

เมื่อถามว่า มีความกังวลต่อกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มองว่ารัฐบาลชุดใหม่เป็นเหมือนเรือเหล็ก ที่อาจจะมีสนิมเนื้อใน หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า "ก่อนทำเรือเขาได้เคลือบบลิ๊งโค๊ด สนิมขึ้นไม่ได้ เวลาทำเรื่องเหล็ก ต้องถามผม เพราะต้องมีหลายชั้น หลายขั้นตอน ไม่มีปัญหาหรอกครับ ทำงานเพื่อบ้านเมือง อะไรดีก็ว่ากันไป อะไรไม่ดี ต่อให้เสียงปริ่มน้ำหรือไม่ปริ่มน้ำ ก็ต้องค้านกัน รัฐบาลจะอยู่รอดได้ก็ต้องทำความดี ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทำงานเพื่อประชาชนและบ้านเมือง ถ้าทำแบบนี้ ต่อให้มีเสียงเกินหนึ่งเสียงก็ไม่มีปัญหา แต่ว่าถ้าทำสิ่งที่ไม่ได้ความ ต่อให้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ก็พังมาให้เห็นหลายรัฐบาลแล้ว"

พปชร.เจ้าภาพร่างนโยบายแห่งรัฐ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หนึ่งในทีมทำงานร่างนโยบายรัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดทำนโยบายรัฐบาลในขณะนี้ ว่า ในส่วนของพรรคพปชร. กำลังเตรียมดำเนินการในเรื่องของตัวนโยบายแห่งรัฐ ที่ทางพรรคได้หารือไปได้ในระดับหนึ่งแล้ว โดยเบื้องต้นได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนำนโยบายที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชนในช่วงเลือกตั้ง เช่น เรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะมาขยายผลต่อ เรื่องมารดาประชารัฐ เรื่องการดูแลหนี้สินของประชาชน เป็นต้น ซึ่งในสัปดาห์นี้ พรรคร่วมรัฐบาลได้เริ่มทยอยส่งนโยบายมาที่พรรคพลังประชารัฐ เพื่อร่วมจัดทำขึ้นเป็นนโยบายรัฐบาล

สำหรับสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลจะส่งมาให้นั้น มี 2 ส่วน คือ นโยบายเร่งด่วน ที่จะทำในช่วง 1 ปีแรก ใน 4 ภารกิจ ได้แก่ 1. การแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน 2. การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และยกระดับระบบสวัสดิการ 3. การสร้างอนาคตให้ประชาชน และ 4. การแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้า ส่วนนโยบายระยะยาวที่จะต้องดำเนินการในช่วง 4 ปี อาทิ นโยบายด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สังคม สาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของรัฐบาล เป็นต้น

"ขั้นต่อไปหลังจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคส่งนโยบายมาให้กับเราแล้ว จากนั้นจะได้เชิญตัวแทนของแต่ละพรรคการเมืองมาร่วมกันร่างนโยบายรัฐบาล ซึ่งจะต้องแถลงว่าต่อรัฐสภา ภายใน 15 วัน หลังจากที่ครม.ได้ถวายสัตย์ปฎิญาณตนแล้ว" โฆษกพรรคพปชร.กล่าว

“ชลน่าน” จองกฐินคุณสมบัติ“อุตตม”

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตามที่ตนเคยระบุว่า หากมีการแต่งตั้ง นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็น รมว.คลัง จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากแต่งตั้งบุคคลที่ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญนั้น ขณะนี้คงไปปิดกั้น พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ให้ตั้งไม่ได้ ยกเว้น พล.อ.ประยุทธ์ มีจิตสำนึกในขั้นตอนของการทูลเกล้าฯ ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ชอบ เป็นของที่มีคุณสมบัติไม่ดี เป็นสิ่งที่มิบังควรก็อาจจะเกิดความยับยั้งชั่งใจได้ และคงไม่ทูลเกล้าฯชื่อนายอุตตม

“เรื่องของนายอุตตมจะเริ่มเข้มข้นขึ้นตั้งแต่วันแถลงนโยบายเป็นต้นไป หลังจากนั้นในพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการปรึกษาหารือกันว่ามาตรการจะเป็นอย่างไร แต่แน่นอนมาตรการที่รุนแรงที่สุดคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญเพราะกรณีของนายอุตตมชัดมาก” นพ.ชลน่าน กล่าว

เมื่อถามว่าจะมีการยื่นอภิปรายคนอื่นด้วยหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า มีอีกหลายคน ซึ่งขณะนี้กำลังติดตามกันอยู่ แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง คงต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง ส่วนกรณีนายอุตตมจะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องคุณสมบัติเหมือนกับ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ อยู่ในขั้นตอนและกระบวนการที่สามารถทำได้ เพราะรัฐมนตรีสามารถถูกตรวจสอบโดยสมาชิกสภา โดยผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้.
กำลังโหลดความคิดเห็น...