xs
xsm
sm
md
lg

"เพื่อแม้ว"ผลัดใบ ใบเก่าร่วงหล่นจมดิน!?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

**ในที่สุดก็ถึงเวลาสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง สำหรับพรรคเพื่อไทย ที่จะต้องมีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งนั่นก็หมายถึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่แบบยกชุด หลังจากหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันคือ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ได้ยื่นใบลาออก โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม เป็นต้นไป และจะมีประชุมพรรคเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันที่ 12 เดือนเดียวกัน มาทำหน้าที่บริหารพรรคต่อไป
แน่นอนว่าสำหรับพรรคการเมืองทั่วไป การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรค ย่อมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ มีการคัดเลือก มีการเลือกตั้ง อาจมีการลอบบี้ วิ่งเต้นหาเสียงกันภายใน แต่ก็เป็นเรื่องของกลุ่มก๊วนที่แข่งขันชิงตำแหน่ง เพื่อจะได้มีบทบาท แต่สำหรับพรรคเพื่อไทย อาจมีข้อสังเกตที่ผิดแผกไป เนื่องจากสังคมทั่วไปรับรู้กันมานานแล้วว่า นี่เป็นพรรคของครอบครัวของ ทักษิณ ชินวัตร ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาล้วนอยู่ภายใต้การชี้นำ และครอบงำ ของคนในครอบครัวนี้นับตั้งแต่ก่อตั้ง"พรรคไทยรักไทย" มาจนกระทั่งกลายเป็น "พรรคเพื่อไทย" ในปัจจุบัน
หากมองจากภาพภายนอกว่า นี่อาจเป็นภาพของประชาธิปไตย ที่ต้องผ่านการเลือกตั้ง แต่เชื่อหรือไม่ว่า ตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ถูกล็อกไว้แล้วว่า ต้องเป็น "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" ส.ส.จังหวัดเชียงใหม่ ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนใหม่ที่จะมาแทน "ภูมิธรรม เวชยชัย" ก็ถูกกันเอาไว้เช่นเดียวกันว่าต้องเป็น น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.ค่อนข้างแน่
หลายคนก็มองออกว่า สำหรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้นย่อมต้องได้รับ "ไฟเขียว" จาก"พวกคนแดนไกล" อยู่แล้ว และไม่น่ามีปัญหา หากมองจากพรรษาการเมือง และภูมิหลังทางการเมืองของ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรคนั้น หากหวยออกที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ก็หมายความว่า นั่นคือการรอมชอมของ "พวกลูกน้องของลูกน้อง" อีกทีหนึ่งแบบลงตัวแล้ว เพราะก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ทั้งสองคนคือ สมพงษ์ และ น.อ.อนุดิษฐ์ ต่างก็เป็น "นอมินี" ของกลุ่ม "ขาใหญ่" ระดับรองลงมา นั่นคือ รองมาจาก ทักษิณ ชินวัตร ที่ถือว่าอยู่บนยอดสุด แต่สองคนที่ว่านั้นถูกมองว่าเป็นตัวแทนของสองกลุ่ม โดยสมพงษ์ เมื่อพิจารณาจากแบ็กกราวด์แล้ว ก็น่าจะได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวชินวัตร ที่มีฐานทางภาคเหนือคือ เชียงใหม่ นั่นแหละ ดังนั้นหากมองในมุมนี้ มันก็น่าจะแบเบอร์แล้วว่าตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ก็ต้องเป็น สมพงษ์ อมรวิวัฒน์
**ขณะที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรค หากพิจารณาจากคำพูดของ สมพงษ์ ที่ย้ำว่า น.อ.อนุดิษฐ์ เหมาะสม มันก็่น่าจะเป็นไปตามนั้น แม้ว่าก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า น.อ.อนุดิษฐ์ ที่ถูกมองว่าอยู่ในสายของ "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" ในกลุ่มกทม. ต้องการนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ เพื่อขับเคลื่อนงานของพรรค ทั้งในและนอกสภา แต่เมื่อแนวโน้มออกมาแบบนี้ก็ถือว่า น่าจะโอเค อีกทั้งก็น่าจะเป็นความต้องการของพวกคนแดนไกล ที่เป็นเจ้าของตัวจริง ก็คงยึกยักได้ลำบาก
ดังนั้น หากให้สรุปอีกทีสำหรับตำแหน่งหลักของพรรคเพื่อไทย โดยหัวหน้าพรรคก็ต้องเป็น สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส่วนเลขาธิการพรรคก็น่าจะเป็น น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ที่มีแนวโน้มสูง แต่ตำแหน่งหลังนี้อาจจะยังไม่ชัวร์ร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจมีพลิกได้ เพราะต้องรอฟังเสียงจาก ส.ส.ในภาคอีสาน และภาคอื่นด้วย
ขณะเดียวกัน ที่น่าจับตาควบคู่กันไปก็คือ เมื่อมีการคัดเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่เข้ามาแล้ว ชุดเก่าจะไปไหน แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมกรรบริหาร ที่กำลังจะเกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นผลมาจากกติกาใหม่ ที่กำหนดเอาว่าสำหรับตำแหน่ง "ผู้นำฝ่ายค้าน" ต้องมาจากหัวหน้าพรรคที่เป็น ส.ส.เท่านั้น แต่ปรากฏว่าบรรดา"ขาใหญ่" ในพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็น ส.ส.แบบยกชุด จึงนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
แต่ที่น่าจับตาก็คือบบาทของคณะกรรมการบริหารพรรคชุดเก่า ไม่ว่าจะเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ภูมิธรรม เวชยชัย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รวมทั้ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นต้น คนพวกนี้จะไปไหน จะมีบทบาทอย่างไร ในเมื่อมีคลื่นลูกใหม่ไล่หลังกระแทกเข้ามาเป็นระลอก จนเริ่มจะถูกกลืนหาย เพราะตราบใดที่พวกเขาไม่ได้เดินเข้าสภา มันก็เหมือนกับทุกอย่างถูกปิดตาย อีกทั้งด้วยสูงวัย ร่วงโรย ก็ยิ่งทำให้ไม่เป็นที่จดจำ อย่างมากก็ต้องพึ่งพาสื่อโซเชียลฯ ในการโพสต์ข้อความเพื่อสื่อสารกับสังคมภายนอก ซึ่งมีหลายคนที่ไม่ถนัดเสียอีก
**หากพิจารณาจากอาการเท่าที่เห็นในเวลานี้สำหรับกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดเก่า ถือว่าหมดเวลาแล้ว เหมือนใบไม้ที่ปลิดปลิวร่วงหล่นลงพื้นรอเป็นปุ๋ยย่อยสลายไปตามธรรมชาติ อีกทั้งนี่อาจเป็นการเมืองยุคใหม่ที่หักมุมเปลี่ยนไปแทบจะสิ้นเชิง และยิ่งรัฐบาล "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ได้นายเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งเลือนหาย
เหมือนกับที่เห็นในเวลานี้ ที่แทบจะถูกลืมไปแล้ว !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...