xs
xsm
sm
md
lg

‘วิกฤต’ รออยู่ข้างหน้า

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์


ท่านลุงป็อปปูลาร์กลับจากเมืองโอซากาหลังจากไปกระทบไหล่กับบรรดาผู้นำชาติอภิมหาอำนาจ และชาติพัฒนาแล้ว ได้รับฟังแลกเปลี่ยนมุมมอง ฟังวิสัยทัศน์การถกปัญหาระหว่างประเทศ เพื่อนำมาคิดว่าจะหาทางพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนอย่างไร

ลุงผู้นำจากการรัฐประหารคงได้รับรู้แล้วว่าโลกได้ก้าวไปไกลมากกว่าบ้านนี้เมืองนี้ซึ่งยังติดอยู่ในกับดักการเมืองน้ำเน่า การแก่งแย่งชิงผลประโยชน์ การทุจริต โกงกินคำโต ขาดจิตสำนึกของความรักชาติ มองแล้วไม่เห็นว่าอนาคตจะดีขึ้น

แต่ละชาติล้วนมีปัญหา เอาเพียงเฉพาะในอาเซียน ก็มีความหลากหลาย แต่ไม่มีประเทศใดที่ยังคงความสุ่มเสี่ยงว่าอาจเกิดปัญหาความไม่พอใจของมวลชนซึ่งคุกรุ่นรอวันปะทุเหมือนภูเขาไฟเพราะความคับแค้น ยากจน ชีวิตไม่เห็นทางออก

น่าจะไล่นับตัวเลขดูว่า ในยุคของรัฐบาลลุง มีคนฆ่าตัวตายหนีปัญหาเศรษฐกิจกี่ราย ปัญหาอาชญากรรมด้านชิงทรัพย์ ดิ้นรนค้ายาเสพติดมากแค่ไหน คนล้นคุกมากกว่าพื้นที่รองรับได้ถึง 3-4 เท่าตัว สะท้อนให้เห็นปัญหาได้ชัดเจน

กลับจากญี่ปุ่นมาสู่สภาพการเมืองน้ำเน่า ด้อยพัฒนา บ้านเมืองยังมีปัญหาน่าหนักอก หนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะ ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ ชาวบ้านสิ้นหนทางทำมาหากินเพราะเศรษฐกิจเสรีอวยทุนใหญ่ เงินคงคลังร่อยหรอ ถังแตก!

ฝีมือในการบริหารบ้านเมืองของลุงเป็นอย่างไรก็เห็นกันอยู่ ช่วง 5 ปีผ่านไปไม่เห็นแม้แต่ความกล้าหาญในการปฏิรูปประเทศด้านโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจ สังคม อำนาจพิเศษใช้เป็นเพียงฐานค้ำอำนาจ ชาวบ้านเสพติดแผนประชานิยม

เป็นการมอมเมาชาวบ้าน ผู้นำประเทศเสพติดอำนาจ ชาวบ้านเสพติดของฟรี จากเงินภาษีของคนที่ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากิน ขณะที่รายใหญ่หาทางไม่ต้องเสียภาษี ทำให้ลุงป็อปปูลาร์รักษาความนิยมโดยเสพติดการกู้เงินมาเอาใจชาวบ้าน

สะสมหนี้สินประเทศกว่า 7 ล้านล้านบาท ชาตินี้จะมีวันใช้หมดได้หรือ เพราะต้องกู้อีก กู้จนกว่าไม่มีใครให้กู้ วันนั้นเจ้าหนี้จะเข้ายึดกิจการต่างๆ ไม่ต่างจากอาร์เจนตินา หรือสิ้นท่าเหมือนเวเนซุเอลา หรือกรีซที่ทำหน้าใหญ่ กระเป๋ามีรูโหว่

ลุงป็อปปูลาร์เชื่อมั่นในตัวเอง แต่มีพื้นฐานแข็งแกร่งรองรับหรือไม่ เช่นคุณงามความดี ใจซื่อมือสะอาดพิสูจน์ได้ ตั้งใจทำงานเพื่อชาติ ห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โอภาปราศรัยแบบผู้เจริญแล้ว ไม่หยาบกระด้าง เห็นชาวบ้านเป็นลูกไล่

ไปไหนมาไหน ไม่จำเป็นต้องจัดฉาก สร้างภาพ เหมือนลุงป้อมโดนแหกตาโดยขบวนการทวงโฉนดที่ดินคืนจากพวกนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ที่ผ่านมา ไม่มีปัญญาแก้ไขแม้เรื่องเด็กแว้น คิวมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ไม่บริการชาวบ้าน

กะอีแค่ถนนไม่ติดหลอดไฟสร้างความสว่างเพียงพอ สภาพถนนฟ้องให้เห็นการทุจริตเรื้อรัง เจ้าหน้าที่รัฐไม่ปฏิบัติหน้าที่ กลัวคนมีเงินมากกว่ากลัวกฎหมาย แล้วอย่างนี้จะนำพาบ้านเมืองไปสู่ 4.0 เดินเชิดหน้าชูอกไปคุยกับผู้นำชาติอื่นได้หรือ

จากผู้นำรัฐประหารกำลังจะก้าวสู่การเมืองจากการเลือกตั้ง โดยที่ลุงไม่ได้ผ่านกระบวนการเลือกตั้งอะไรกับเขาด้วย แต่คงได้รับรู้แล้วว่าการจะเป็นผู้นำรัฐบาลผสมโดยพรรคการเมืองนั้น ไม่ง่ายเหมือนสั่งให้ทหารเกณฑ์ซ้ายหัน ขวาหันหรือนอนวิดพื้น

ถ้าลุงมีเจตนาดี ใจซื่อมือสะอาด ก็ควรจะมีความน่าเชื่อถือ มีบารมี เป็นที่ยอมรับของนักการเมืองสารพัดสายพันธุ์ได้ เมื่อฐานไม่แข็งแกร่ง ต้องพึ่งอำนาจบารมีของลุงป้อม ก็ต้องเผชิญปัญหาจากการแย่งชิงผลประโยชน์ในกลุ่มนักเลือกตั้ง

ดูลุงชวน ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ไม่กี่วัน วางตัวดี ประชาชนไม่เห็น ส.ส.นักเลือกตั้งทำท่าพยศ ลองของ ต่อปากต่อคำ ตีรวน มีแต่ความเกรงใจ มีความเคารพระดับหนึ่ง ไม่กล้าล่วงเกินล้ำเส้น ที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครเรียก “ไอ้ชวน” ให้ได้ยิน

ต่างจากอดีตผู้นำอื่นๆ บางราย ที่ถูกชาวบ้านจิกหัวเรียกอย่างเหยียดหยาม!

นี่เป็นภาพเปรียบเทียบให้เห็น การปฏิบัติของ ส.ส.ในสภาฯ เดียวกัน ซึ่งรอที่จะออกฤทธิ์ออกเดชกับลุงป็อปปูลาร์ เมื่อถึงวาระต้องแถลงนโยบาย และนำเสนอร่างกฎหมายสำคัญอื่นๆ อาการพยศทั้งเปิดเผยและหลบในจะทดสอบบารมีของลุง

เมื่อในพรรคหาบหามลุงมีหลายก๊วน ไม่มีใครยอมใคร จึงได้เห็นอาการพยศ ตั้งท่าง่องแง่งโดยตลอด ยิ่งมีเก้าอี้เสนาบดีมีผลประโยชน์มหาศาล เป็นฐานสำหรับทุนการเมืองด้วย สภาพปริ่มน้ำของรัฐบาลจึงมีการต่อรอง ขู่ฟ่อๆ เป็นเรื่องธรรมดา

ล่าสุดอาการพยศเพราะไม่ได้เก้าอี้เสนาบดีด้านพลังงาน อาจทำให้เกิดวิกฤต เพราะกระทรวงนี้เป็นเป้าหมายของการแย่งชิงโดยกลุ่มนายทุนพลังงานเอกชนรายใหญ่ ทุนหนุนการเมือง ซึ่งต้องการไว้เพื่อแผนการกินรวบทั้งด้านก๊าซ น้ำมัน ไฟฟ้า

ถ้าการคุมพลังงานหลุดไปอยู่ในมือของเครือข่ายนายทุนรายใหญ่ จะเป็นตัวกำหนดนโยบายสำคัญ หน่วยงานหลักเช่น ปตท. และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ และฝ่ายอื่นจะโดนตัดตอนบอนไซจนสิ้นโอกาสขยายตัวอย่างที่ได้เกิดขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

นายทุนใหญ่คุมธุรกิจพลังงาน มีฐานการเงินหนุนการเมืองอย่างแข็งแกร่งพร้อมเครือข่ายอิทธิพลด้านการเมือง การเงินกว้างขวาง ได้วางตัวแทนเชื่อมโยงไว้ทุกระดับ ถ้ายังยึดกระทรวงพลังงานได้อย่างเดิม ก็สร้างปัญหาในประชาชนอย่างมาก

ถ้าการเมืองช่วยอวยทั้งทุนใหญ่ด้านการค้า การเงิน พลังงาน ชาวบ้านคงอยู่ในสภาพเหมือนทาส ต้องจ่ายสำหรับทุกอย่างที่คุมโดยทุนใหญ่ สิ้นหนทางลืมตาอ้าปาก ยิ่งพึ่งพาคนกุมอำนาจรัฐไม่ได้ บ้านเมืองมีแต่จะไปสู่ความเสี่ยงต่อการลุกฮือ

ถ้าถึงวันนั้น ทุนใหญ่ อำนาจการเมืองใหญ่แค่ไหน ก็เอาไม่อยู่ ไม่เชื่อลองดู!
กำลังโหลดความคิดเห็น...