xs
xsm
sm
md
lg

"สราวุธ"เผยไม่มีแนวคิดตั้งศาลจราจร ฟ้อง”เสี่ยเบนซ์”ชน”รองตี๋”3ข้อหา

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

วานนี้ (30 มิ.ย.) นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงแนวคิดการตั้งศาลจราจร ว่า ตามที่ตนเป็น 1 ในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ด้านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีนายอรรถพร จารุจินดา เป็นประธานนั้น จริงๆ ตามแผนปฏิรูปก็เสนอออกเป็นแค่ ร่างกม. "วิธีพิจารณาคดีจราจร..." ซึ่งเป็นตัวเดียวกับศาลยุติธรรมเคยยกร่างไว้ เมื่อมีสภาปฏิรูปฯ ขึ้นมา จึงนำร่างนั้นมาปัดฝุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม โดยหลักการแล้วเราไม่ต้องการศาลเพิ่ม โดยให้ศาลยุติธรรมที่มีอยู่แล้ว เช่น มีศาลแขวง ก็ใช้ศาลแขวง โดยคิดว่าจะให้มีแผนกจราจร ใช้ "ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีจราจร..." ส่วนนี้คือสิ่งที่จะทำ ซึ่งตอนนี้ประธานศาลฎีกา ก็ยังไม่มีนโยบายเปิดศาลเพิ่ม
สำหรับแนวทางว่า จะเกิดเป็น "ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีจราจร..." หรือ ทำเป็นแผนกคดีจราจร ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ทันภายในปี 62 นี้ เพราะวันนี้การพิจารณาร่างกฎหมายคงต้องใช้เวลาในการเสนอเข้าครม. ผ่านสภาผู้แทน และวุฒิสภา อีกทั้งยังมีอีกหลายประเด็นต้องพิจารณา
ส่วนก่อนหน้านี้ เคยมีการพูดคุยกันในวงสัมมนา มีการเสนอให้ปรับอัตราโทษขั้นต่ำ การลงโทษกลุ่มเมาแล้วขับ ในข้อหากระทำประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็น 15 หรือ 20 ปี เพื่อไม่เปิดช่องในการรอลงอาญา แทนที่จะเสนอข้อหาฆ่า หรือพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ที่จะเป็นการลงโทษรุนแรง ทำให้ผู้ก่อเหตุรู้สึกในความผิดและเกิดความเกรงกลัว
นายสราวุธ กล่าวว่า ถ้ามุมมองของศาล ก็เหมือนปัญหายาเสพติด การเพิ่มโทษแก้ปัญหาอาชญากรรม แก้ปัญหาความผิดได้หรือไม่ ทุกวันนี้คดียาเสพติด 70-80 % ทั้งหมดที่อยู่ในเรือนจำ ก็โทษสูงจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต ไม่ใช่หรือ แล้วโทษประหารชีวิตแก้ปัญหาการกระทำผิดของคนได้หรือไม่
"ผมคิดว่าการจะแก้ปัญหาเหล่านี้ ไม่ใช่แก้โดยวิธีการเพิ่มโทษ เพราะไม่ใช่ทางออกในทางอาชญวิทยา แต่ปัญหาเหล่านี้ต้องสร้างการรับรู้ของคนในสังคมให้คนช่วยกันรณรงค์ป้องกันที่จะทำสิ่งเหล่านั้น อย่างถ้าไปงานเลี้ยงแล้วเมา แทนที่เราจะขับกลับเอง แล้วเราก็เรียกรถที่ให้บริการส่งคนมาช่วยขับกลับบ้าน พยายามรณรงค์ให้ ข้อมูล ให้ความสะดวก ให้ทุกคนทำโดยชี้ให้เห็นว่าอย่างนี้จะมีประโยชน์มากกว่า ให้ทำในเชิงป้องกันดีกว่า"
ส่วนการพิจารณาคดีเมาแล้วขับ ที่มีการเสนอว่าไม่ควรนำเรื่องการรอการลงโทษมาใช้นั้น ตนเห็นว่า การรอลงอาญา ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่เห็นว่า การจำคุกระยะสั้นไม่เกิดประโยชน์อะไร แทนที่จะให้เขากลับตัวคนดี และเยียวยาชดใช้ให้สังคมกับการลงลงโทษเพื่อแก้แค้นทดแทนเราต้องชั่งน้ำหนักให้ดี ต้นคิดว่ากลไกกฎหมายเรื่องการใช้ดุลยพินิจรอการลงโทษตามประมวลความอาญา มาตรา 56 มีไว้ก็เพื่อสร้างความสมดุล ในการพิจารณาแต่ละเรื่องซึ่งเราไม่สามารถที่จะพิจารณาลงโทษคนตามกระแสตามความสะใจของแต่ละคนนั้นไม่ได้
ดังนั้น เราต้องมองภาพรวมทั้งหมดในระบบของการบริหารจัดการ ซึ่งสิ่งที่ตนมองว่าเราควรทำงานเน้นเรื่องการรณรงค์ เพื่อเป็นการป้องกันนั้นก็ต้องทำแบบบูรณาการตั้งแต่ครอบครัว สถานศึกษา และทุกองคพยพในสังคมต้องช่วยกัน
**ฟ้อง"เสี่ยเบนซ์"ซิ่งชน"รองตี๋"ดับ 3ข้อหา

นายสราวุธ ยังกล่าวถึง กรณีนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ เสี่ยเจ้าของโรงงาน ขับรถเบนซ์สปอร์ต ซิ่งชนกับรถส่วนตัวของ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล หรือ “รองตี๋”รอง ผกก.สอบสวน กก.2 บก.ป. ที่เดินทางมาพร้อมครอบครัว ทำให้พ.ต.ท.จตุพร เสียชีวิตพร้อมภรรยา ส่วนลูกสาวคนเล็กได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา
ล่าสุด พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายสมชาย เป็นจำเลย ต่อศาลจังหวัดตลิ่งชัน ในฐานความผิดฐานขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กม.กำหนด , ขับรถในขณะเมาสุรา หรือของมึนเมาอย่างอื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย , ขับรถโดยประมาทอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับอันตรายสาหัส รวม 3 ข้อหา
โดยอัยการสั่งไม่ฟ้อง ความผิดฐานฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่นฯ ตามที่พนักงานสอบสวนสรุปสำนวนแจ้งข้อหาดังกล่าวมาด้วย เนื่องจากอัยการพิจารณาแล้วพฤติการณ์ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดทางกม.
ทั้งนี้ ศาลจังหวัดตลิ่งชัน สอบคำให้การจำเลยแล้ว ให้การรับสารภาพ ตามฟ้องอัยการโจทก์ ซึ่งศาลนัดฟังคำพิพากษา วันที่ 31 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายสมชาย ยินยอมที่จะเยียวยาชดใช้ค่าเสียหาย 45 ล้านบาท ให้กับครอบครัวของนายตำรวจผู้เสียชีวิต ซึ่งปัจจุบันคงเหลือเพียงบุตรสาวคนโต และบุตรสาวคนเล็ก ที่มีป้าเป็นผู้ปกครองดูแลอยู่
กำลังโหลดความคิดเห็น...