xs
xsm
sm
md
lg

พปชร.เอาคืน ร้อง33ฝ่ายค้านถือหุ้นสื่อ พท.ขู่“ชวน”ผิดม.157

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“พลังประชารัฐ” ย้อนเกล็ดยื่น “ชวน” ชงศาล รธน. สอบ 33 ส.ส.ฝ่ายค้านถือหุ้นสื่อ ด้าน “ชวน” รับเรื่องเอง ส่งเลขาสภาฯตรวจสอบตามขั้นตอน “ปิยบุตร” รีบออกตัวถ้า พปชร.รอด อนาคตใหม่ต้องรอดด้วย ปชป.เตือนเลิกกดดันศาล แนะสู้ด้วยความจริง “วิษณุ” แจงศาลรับคำร้องว่าที่รมต.ถือหุ้นสื่อ ไม่กระทบรับตำแหน่ง ส่วน 4 อดีต รมต.วินิจฉัยเป็นลบมีผลคุณสมบัติ 7 พรรคฝ่ายค้านขู่ยื่น ป.ป.ช.สอบ "ประธานสภาฯ-รองประธานสภาฯ" ผิด ม.157 ตีตกญัตติตรวจสอบที่มา ส.ว. “เด็กชวน” สวนระวังติดคุกกันเอง

จากกรณีที่ ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยรับคำร้อง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล 32 คน เพื่อไต่สวนกรณีถือหุ้นบริษัทที่ประกอบกิจการด้านสื่อ แต่ไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ซึ่งทาง พรรคอนาคตใหม่ ผู้ที่ยื่นคำร้องดังกล่าวผ่าน นาย ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงศาลรัฐธรรมนูญ ได้เรียกร้องให้มีการใช้มาตรฐานการพิจารณาเดียวกับกรณี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกร้องว่าถือหุ้นในกิจการสื่อ และถูกสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ชั่วคราวนั้น

วานนี้ (27 มิ.ย.) ที่หอประชุมใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ถ.แจ้งวัฒนะ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กรรมการบริหาร และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้ยื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ส.ส.ฝ่ายค้านจำนวน 33 คน เข้าข่ายการถือครองหุ้นกิจการสื่อ โดยมีรายนาม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 51 คนร่วมเข้าชื่อยื่น

โดยนายชัยวุฒิ ระบุว่า การยื่นดังกล่าวไม่ใช่การตอบโต้พรรคฝ่ายการ เพราะเมื่อฝ่ายค้านยื่นตรวจสอบ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลย่อมสามารถยื่นตรวจสอบ ส.ส.ฝ่ายค้านด้วยเช่นกัน

ขณะที่ นายชวน ที่มารับหนังสือด้วยตัวเองกล่าวว่า จะส่งเอกสารคำร้องให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องและจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

“ชวน” เชื่อปมหุ้นสื่อไม่กระทบสภาฯ

ก่อนหน้านั้น นายชวน ได้กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องในส่วนของ 32 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ว่า คงไม่กระทบต่อเสถียรภาพการทำงานในสภาฯ แม้ศาลจะรับคำร้องไว้ แต่ไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะข้อเท็จจริงที่สภาฯส่งไปตามหน้าที่ยังไม่มีการไต่สวน หรือสอบสวน คงต้องให้ผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายได้ชี้แจงและพิจารณาเป็นรายๆไป

ส่วนกรณี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นสอบจริยธรรม น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ กรณีโพสต์ภาพไม่เหมาะสมนั้น นายชวน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือ ถ้าได้รับแล้วจะอธิบายให้ฟัง

กางชื่อ 33 ส.ส.มี “เสรีพิสุทธ์” ด้วย

ทั้งนี้ ส.ส.จำนวน 33 รายที่พรรคพลังประชารัฐยื่นคำร้องเป็น ส.ส.ในส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งสิ้น ประกอบด้วย พรรคอนาคตใหม่ 21 คน คือ 1.พล.ท.พงศกร รอดชมภู 2.นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ 3.นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ 4.นายสุรชัย ศรีสารคาม 5.นายชำนาญ จันทร์เรือง 6.นายวินท์ สุธีรชัย 7.นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ 8.นายคารม พลพรกลาง 9.นายวาโย อัศวรุ่งเรือง 10. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล 11.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 12.นายวิภพ วิริยะโรจน์ 13.น.ส.เบญจา แสงจันทร์ 14.นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ซึ่งเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด 15.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. 16.น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี 17. นายวุฒินันท์ บุญชู ส.ส.สมุทรปราการ 18. น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม 19.นายจิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา 20. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก และ 21.น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม.

พรรคเพื่อไทย 4 คน ได้แก่ 1.นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย 2.นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 3.นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ และ 4.นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อชาติ 4 คน เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด ได้แก่ 1.นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ 2.นางลินดา เชิดชัย 3.น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช และ 4.นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล พรรคเสรีรวมไทย จำนวน 3 คน เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด ได้แก่ 1.พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส 2.น.ส.ธนพร โสมทองแดง และ 3.น.ส.พัชนี เพ็ชรจินดา อีก 1 รายคือ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ

“ปิยบุตร” จี้ศาลใช้มาตรฐานเดียว

จากนั้น นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวทันทีว่า ต้องติดตามดูต่อไปว่าจะใช้เวลาเท่าใด สำหรับกรณี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 21 ราย ที่ปรากฏรายชื่อในคำร้องนั้น เรายืนยันว่าหลายกรณีมีการโอนหุ้นไปแล้ว หลายกรณีเป็นบริษัทที่ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อ และหลักใหญ่ใจความที่ตนย้ำมาตลอด คือเจตนารมณ์ที่แท้จริงของรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้นักการเมืองไปครอบงำสื่อ เพื่อใช้เอาเปรียบกันทางการเมือง แต่จากกรณี นายภูเบศวร์ เห็นหลอด อดีตผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง พิจารณาจากหนังสือบริคณห์สนธิ เจอวงเล็บใดเกี่ยวกับสื่อก็ตัดสิทธิทันที จึงเกิดปัญหาซ้ำซ้อนกันแบบนี้ ดังนั้น สิ่งที่เรายืนยัน คือเราเห็นว่าการตีความกฎหมายเช่นนี้มีปัญหา ความจริงควรดูเรื่องการครอบงำสื่อเป็นหลัก แต่ท้ายที่สุด เรื่องนี้จะอยู่ในมือของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราหวังว่าศาลจะมีมาตรฐานในการตัดสินที่เท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ

เมื่อถามว่า เคยมีกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญอาศัยบรรทัดฐานของศาลฎีกาในการตัดสินหรือไม่ นายปิยบุตรกล่าวว่า เท่าที่ได้ตรวจสอบ พบว่ามีโอกาสที่จะตัดสินไม่เหมือนกัน แต่ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินสอดคล้องหรือวางแนวแบบใหม่ ก็ขอให้ใช้มาตรฐานเดียวกันกับ ส.ส. ทุกคนทุกพรรคการเมือง

“ครั้งนี้เป็นโอกาสให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เกิดความชัดเจน หากกรณีที่ถือหุ้นในบริษัทที่ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อจริงๆ แต่หนังสือบริคณห์สนธิมีเรื่องสื่อ ถ้าแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญจะไม่เหมือนศาลฎีกา หากเขารอด เราก็ต้องรอด” นายปิยบุตร กล่าว

ปชป.ฮึ่ม อนค.อย่ากดดันศาล

ด้าน นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าคณะทนายความต่อสู้คดีที่มีผู้ร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ ส.ส. แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในการสู้คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 7 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ถือหุ้นในบริษัทที่จดทะเบียนวัตถุประสงค์ประกอบกิจการสื่อ ว่าทาง พรรคน้อมรับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่รับวินิจฉัยเรื่องดังกล่าว โดยวันนี้มีการเรียกประชุมให้ส.ส.ทั้ง 7 คนยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วันนับจากได้รับสำเนาคำร้อง ทั้งนี้ไม่มีความหนักใจในการต่อสู้คดี เพราะไม่มีการประกอบกิจการสื่อสามวลชน มีการเตรียมพยานหลักฐานครบ 100 % แล้วรอเพียงสำเนาคำร้องจากศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น ส่วนกรณีที่พรรคอนาคตใหม่เรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีมาตรฐานเดียวกันในกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงคือแม้จะใช้รัฐธรรมนูญมาตราเดียวกันคือ 98 (3) แม้จะเหมือนกับกรณีของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แต่แตกต่างกันในข้อเท็จจริง จึงเรียกร้องไปยังพรรคอนาคตใหม่ว่า อย่ามีพฤติกรรมกดดันการปฏิบัติหน้าที่ของศาลัฐธรรมนูญ ขอให้สู้ด้วยความจริง

ถือหุ้นสื่อไม่กระทบว่าที่ รมต.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีชื่อว่าที่รัฐมนตรี 4 คนที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องว่า ไม่กระทบต่อการรับตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะหากจะมีผลกระทบจะกระทบตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง ส.ส. แล้ว ซึ่งตนตอบตามหลักของกฎหมาย แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ส่วนนายกฯจะคิดอย่างไรนั้น ตนก็ไม่ทราบ ยืนยันว่าทั้งหมดจะมีผลกระทบหรือไม่ขึ้นอยู่กับผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 3 นายวิษณุ กล่าวว่า ความเป็นรัฐมนตรีของม.ล.ปนัดดา ดิศกุล อดีต รมช.ศึกษาธิการ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีต รมว.วิทยาศาสตร์ฯ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีต รมว.ศึกษาธิการ และนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่ ในกรณีที่ถือครองหุ้นบริษัทที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐหากผลวินิจฉัยออกมาเป็นลบก็ย่อมมีผลต่อคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีอยู่แล้ว

ฝ่ายค้านโวย “ชวน” ผิด ม.157

วันเดียวกัน ที่หอประชุมใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ตัวแทน 7 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว นายสุทิน คลังแสง จากพรรคเพื่อไทย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ เป็นต้น ร่วมแถลงถึงกรณีที่ประธานสภาไม่บรรจุญัตติที่ฝ่ายค้านยื่นร้องขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบที่มาของ ส.ว. โดย นายปิยบุตร ระบุว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านเราได้ยื่นญัตติเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปถึง 3 ญัตติ แต่กลับถูก นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯคนที่ 2 ไม่บรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาฯ โดยอ้างว่าไม่มีอำนาจ ซึ่งเราเห็นว่ามีความจำเป็นต้องใช้อำนาจที่ได้รับมาจากประชาชนในการทำงานตรวจสอบต่างๆ ตามที่ประชาชนสงสัย หากรองประธานสภาฯ พิจารณาเช่นนี้ เท่ากับลดอำนาจของสภาผู้แทนฯ ลง วันข้างหน้าสภาฯ อยากพิจารณาเรื่องประกาศคำสั่ง คสช. จะทำได้หรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วเมื่อคสช.ไปแล้ว ผลผลิตการใช้อำนาจของเขายังอยู่ และเราไม่สามารถไปยุ่งอะไรกับเขาได้เลย แบบนี้เป็นอันตราย และอยากให้รองประธานสภาฯ ทบทวน เพราะหากไม่ทบทวนจะมีปัญหาในทางกฎหมาย และพรรคร่วมฝ่ายค้านจะสงวนเรื่องนี้ไว้พิจารณาในทางกฎหมายต่อไป

ด้าน นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เมื่อมีเจตนาไม่บรรจุญัตติ และไม่แจ้งเจ้าของญัตติทราบ เข้าข่ายกระทำความผิด 1.เจตนาฝ่าฝืนกฎหมาย โดยป.ป.ช. มีหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ และ 2.เราจะส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ไต่สวนประธาน และรองประธานคนที่ 2 ที่ใช้อำนาจหน้าที่ในส่วนนี้ และส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และถ้ามีความผิดปรากฎชัดแจ้ง จะผิดกฎหมายอาญา มาตรา 157 ตามมาอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่จำเป็นต้องทำ ทั้งนี้หากไม่ทบวนบรรจุญัตติดังกล่าว เราจะเดินทางไปยื่นป.ป.ช. ในวันที่ 1 ก.ค. เพื่อให้ตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวต่อไป

ขณะที่ นายสุทิน กล่าวเสริมว่า การไม่บรรจุวาระดังกล่าวนี้เป็นการกระทำผิดของของประธานสภาฯหลายประเด็น ดูจะเป็นการสมคบคิดกันระหว่าง คสช. รัฐบาล และประธานสภาหรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเราตรวจสอบการได้มาซึ่ง ส.ว. ขอย้ำว่า เราให้เวลาถึงวันก่อนที่ 1 ก.ค. ถ้าประธานสภาฯ ยังไม่ยอมบรรจุวาระ ทุกคนจะเดินทางไปขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ถ้าดูแล้วมีความผิดทางอาญาก็จะไปยื่นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในระหว่างการอภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ มาตรา 270 ตามรัฐธรรมนูญ นายสุทิน ได้อภิปรายตอนหนึ่งถึงกรณีที่ นายชวน ไม่บรรจุญัตติที่ฝ่ายค้านยื่นร้องขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบที่มาของส.ว.ว่า “แม้ชื่นชมท่านประธานฯมาโดยตลอด แต่เมื่อท่านไม่รับญัตตินี้ พรุ่งนี้ผมต้องแจ้งความดำเนินคดี”

“เด็กชวน” ตอกกลับระวังติดคุกเอง

จากนั้น นพ.สุกิจ อัตโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ และนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ ร่วมกันแถลงข่าวตอบโต้ นายสุทิน และตัวแทน 7 พรรคฝ่ายค้านว่า การแบ่งงานการพิจารณาบรรจุญัตติ นายชวน ได้มอบให้นายศุภชัย เป็นผู้พิจารณา ท่านก็ต้องพิจารณาไปตามขั้นตอนตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าจะบรรจุหรือไม่ เรื่องนี้จึงยังไม่ถึงนายชวน ดังนั้นการที่นายสุทิน ออกมาข่มขู่ว่าจะฟ้องนายชวนอย่างนี้ ตนก็ขอฝากบอกไปยังนายสุทิน ด้วยว่าระวังตัวเองด้วย เพราะที่ผ่านมานายสุทินอภิปรายในห้องประชุม มักจะส่อว่าหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ เช่น ผ่านมา10 ปีกระบวนการยุติธรรมไม่มีมาตรฐาน กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจทำให้นายสุทินถูกฟ้องข้อหาหมิ่นศาลแล้วติดคุกเสียเองก็ได้

“คุณสุทิน อาจจะเคยขู่คนอื่นแล้วได้ผล แต่สำหรับท่านชวน ไม่สามารถขู่ได้ เพราะท่านยึดมั่นในกฎหมายข้อบังคับและรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ทุกอย่างต้องทำเป็นไปตามขั้นตอน และเรื่องนี้ก็กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรองประธานสภาฯคนที่ 2 ว่าจะบรรจุเป็นญัตติหรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วเรื่องนี้ยังไม่ได้บอกว่าจะบรรจุหรือไม่ ฝ่ายค้านไม่ควรรีบออกมาพูดอย่างนี้” นพ.สุกิจ กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...