xs
xsm
sm
md
lg

อนาคตใหม่คืออนาคตที่ไปไม่ถึง

เผยแพร่:   โดย: สุรวิชช์ วีรวรรณ


ความมุ่งหมายที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศตามทัศนคติของพวกเขาอันหมายถึงพรรคอนาคตใหม่นั้น น่าสนใจว่าจะเดินทางไปบนถนนการเมืองไทยได้ยาวไกลแค่ไหน และในอนาคตผู้คนจะจดจำพวกเขาในฐานะอะไร

การเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศครั้งใหญ่คือการปฏิวัติสยาม 2475 โดยคณะราษฎร์ในอดีตนั้น สังคมทุกวันนี้แต่ละฝ่ายต่างจดจำเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ด้วยสถานะที่แตกต่างกัน บางคนมองในแง่บวก บางคนมองในแง่ลบ บางคนชื่นชมบูชา บางคนบริภาษสาดเสีย

แล้วพวกเขายังประกาศว่าจะสานต่ออุดมการณ์ 2475 ที่ยังทำไม่สำเร็จ โดยพูดในวันที่ 24 มิถุนายน วันครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครองว่า ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะล้มล้างสถาบัน หลังภาพนี้ติดต่อแกนนำทั้ง 3 คนของพรรค ที่ล้วนแล้วแต่มีพฤติกรรมที่ผ่านมาที่มีจุดยืนที่มุ่งมั่นจะลดทอนสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่เป็นนายทุน และการแสดงบทบาทต่อสาธารณะ

วันนี้พรรคอนาคตใหม่ที่นำโดย ธนาธร ปิยบุตร และช่อ นั้นมีความมุ่งหมายที่จะเข้าสู่วิถีการเมืองในระบบ โดยประกาศเป้าหมายว่า จะลมล้างมรดกรัฐประหาร และอุดมการณ์ที่ซ่อนเร้นแต่สังคมส่วนใหญ่รับรู้จุดหมายปลายทางของพรรคการเมืองนี้

แน่นอนในฐานะความเป็นมนุษย์ ทุกคนที่แสวงหาอำนาจล้วนแล้วแต่มีความมุ่งหมายจะนำอุดมการณ์ของตัวเองมาเปลี่ยนแปลงสังคม หรือให้สังคมเดินไปตามอุดมคติที่ตัวเองคิดฝัน แต่ถ้าสิ่งนั้นขัดแย้งกับค่านิยมเดิมของสังคมก็ต้องปฏิวัติโค่นล้มทำลายศูนย์อำนาจเดิมลงมาให้ได้ ซึ่งน่าสนใจว่าคนกลุ่มนี้ยังมีความหวังไหม และเขาพร้อมที่จะแตกหักกับสังคมที่มีจุดยืนต่างกับเขาไหม

แล้วลองคิดดูว่าทำไมพรรคอนาคตใหม่จึงกลายเป็นแนวร่วมกับระบอบทักษิณ ยืนเคียงข้างกับพรรคเพื่อไทยที่เป็นผู้สืบทอดอุดมการณ์ของระบอบทักษิณ น่าคิดว่าการต่อสู้เพื่อเป้าหมายทางการเมืองนั้น ถ้าไม่เอารัฐบาล คสช.หรือรัฐบาลสืบทอดอำนาจจะต้องยืนเคียงข้างกับระบอบทักษิณเช่นนั้นหรือ

สิ่งที่ธนาธรแสดงออกตลอดมานั้นคือการชื่นชมและพูดถึงทักษิณในแง่ดีและเห็นอกเห็นใจเสมอมา ธนาธรมองว่า ทักษิณถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม และมีความคิดจะพาทักษิณกลับมาแล้วให้รื้อฟื้นคดีใหม่

ภายใต้ความคิดนี้น่าสนใจว่าธนาธรมองไม่เห็นการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลของทักษิณเลยหรือ เรียกตัวว่าฝ่ายประชาธิปไตยแต่เป็นเผด็จการในพรรค ทำไมคนครึ่งหนึ่งของประเทศจึงมองว่าทักษิณผิด แม้คนอีกครึ่งหนึ่งจะมองว่าทักษิณถูก แล้วเหตุผลอะไรที่จูงใจธนาธร ปิยบุตร และช่อ ให้ยืนอยู่ข้างหนึ่งอย่างหลงใหลหัวปักหัวปำ

ถ้าถามว่าปัจจุบันมีกระแสธนาธรฟีเวอร์หรือไม่ก็ต้องตอบว่าทั้งใช่และไม่ใช่ คือ ใช่ในหมู่คนรุ่นใหม่ แต่ไม่ใช่ในหมู่คนส่วนใหญ่ น่าสนใจว่าจะรักษากระแสฟีเวอร์นี้ไปได้ยาวนานแค่ไหน แต่ถ้าจะนับเป็น “ปรากฏการณ์ธนาธร” หรือไม่ ผมคิดว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น

เพราะคิดว่ากระแสที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแฟชั่นที่เปลี่ยนไปตามห้วงเวลาเท่านั้น และไม่ได้เกิดจากกระแสที่มองจากคุณค่า แต่มาจากการมองเห็นภาพลักษณ์ที่ผ่านลีลาท่าทางและฝีปากที่ผ่านการฝึกฝนราวกับละครเวทีที่เล่นกันมาอย่างช่ำชอง บวกกระแสการตลาดโฆษณาชวนเชื่อที่ปลุกเร้าอย่างฉาบฉวยในโลกเสมือนจริง

คนส่วนใหญ่อาจจะตื่นตะลึงกับผลเลือกตั้งที่พรรคอนาคตใหม่กลายเป็นพรรคอันดับ 3 เหนือกว่าพรรคเก่าแก่ประชาธิปัตย์ สามารถชนะในเขตเลือกตั้งได้อย่างไม่มีใครคาดคิดเพราะส่งผู้สมัครโนเนมลงสมัคร รวมได้ ส.ส. 2 ระบบถึง 80 กว่าที่นั่ง

ตอนนี้ก็เลยมั่นใจมากขึ้นประกาศจะส่งผู้สมัครลงในระดับท้องถิ่นในนามพรรค ส่วนใหญ่การเลือกตั้งระดับนี้พรรคการเมืองระดับชาติจะไม่ส่งแข่งเต็มตัว ปล่อยให้คนในท้องถิ่นแข่งกันเอง บางทีคนพรรคเดียวกันก็แข่งกัน มีเปิดหน้าในฐานะมีพรรคการเมืองหนุนบ้างก็ไม่มากนัก

เพราะพรรคการเมืองเหล่านั้นต้องการเปิดช่องให้คนในท้องถิ่นมีลมหายใจ หากพรรคไปหนุนใครคนหนึ่งชัดเจนก็จะส่งผลต่อการเลือกตั้งใหญ่ จึงวางตัวกลางๆ บางทีผู้ใหญ่ในพรรคก็กระจายลงไปหาเสียงให้คนที่ตัวเองสนับสนุนแข่งกันเองแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย

แต่การที่อนาคตใหม่เห็นกระแสกระทั่งมั่นใจว่าจะลงชิงการเมืองท้องถิ่นนั้น ผมคิดว่าน่าจะประเมินอะไรผิดไป เพราะการเมืองท้องถิ่นนั้นเขาต้องการความผูกพันมักคุ้นใจถึงพึ่งได้ มีสายโยงด้วยระบบอุปถัมภ์คลุกคลีตีโมง แม้อาจจะมีข้อยกเว้นในเขตเมืองหลวงและเมืองใหญ่ก็ตาม

จริงๆ ส.ส.ก็หนีคุณสมบัติเหล่านี้ไม่ได้ ผมจึงรอดูว่า การที่ ส.ส.อนาคตใหม่หมิ่นแคลน ส.ส.ไปงานศพว่า ส.ส.ตลาดล่าง แล้วไม่ลงไปคลุกพื้นที่แบบให้ชาวบ้านพึ่งพิงได้นั้นจะรักษาที่นั่งไว้ได้ไหมในเลือกตั้งครั้งหน้า แถมถ้าไม่มีทรัพยากรมากพอที่จะทำงานกับมวลชนชาวบ้านทั้งกำลังเงินและกำลังคน น่าคิดว่าจะมัดใจชาวบ้านได้นานไหม เพราะว่าจริงๆ แล้ว แม้ ส.ส.พรรคนี้จะมีคนเก่งอยู่ไม่น้อย แต่หลายคนไม่รู้เป็นใครมาจากไหน มีประวัติความเป็นมาอย่างไร เคยทำความสำเร็จอะไรมาให้น่าเชื่อมั่นบ้าง

หลายคนคิดว่าจะได้เป็นเพียงผู้สมัครของพรรคเท่านั้นไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เป็น ส.ส.จริง แม้จะใช้เวลาหาเสียงหลังสมัครหลายวัน รู้ผลเลือกตั้งแล้ว ยังต้องหยิกแก้มตัวเองหยิกแล้วหยิกอีก เพราะไม่คิดฝันว่าจะได้รับเลือกตั้ง แต่ก็ชื่นชมนะครับว่า พรรคอนาคตใหม่ได้สร้างโอกาสที่หลากหลายให้คนที่อยากเข้าสู่การเมืองมีโอกาสมาเป็นผู้แทนปวงชนได้

แต่จากความซับซ้อนของการเมืองนั้น ผมทายเลยว่าส่วนใหญ่สมัยเดียวจอด ถ้าจะกลับมาอีกก็ต้องทำแบบจารีต ส.ส.เขาทำกันนั่นแหละ แต่ก็จะถูกถามกลับว่า แล้วที่วิจารณ์คนอื่นเอาไว้ทำไมทำเสียเอง

อีกเหตุผลที่สำคัญอื่นคือ การเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยมองเห็นความผิดพลาดในการแตกพรรคแล้วก็ต้องจัดเต็มไม่ให้ผิดพลาดอีก พรรคเพื่อไทยรู้แล้วว่า การส่งไม่ครบนั้นเป็นการวางแผนที่ผิดพลาด ดังนั้นการที่พรรคอนาคตใหม่จะได้คะแนนที่เกิดจากพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ แล้วเพื่อไทยส่งไม่ครบทุกเขตก็จะยากขึ้น

ที่สำคัญมวลชนของอนาคตใหม่ที่แอคทีฟเที่ยวล่าแม่มดในโซเชียลเป็นคอการเมืองจริงนั้นไม่มาก แต่คะแนนจริงๆ ที่มาจากคนหนุ่มสาวนั่นน่าจะเป็นกระแสมากกว่า และเมื่อขึ้นชื่อว่า กระแสแล้วก็มักจะผันแปรเปลี่ยนแปลงได้เร็ว อย่าไปเปรียบพลังหนุ่มสาวที่เลือกอนาคตใหม่ว่า เลือกเพราะอุดมการณ์แบบคนหนุ่มสาวในยุคตุลา 16 เพราะคนละอารมณ์กันเลย

กระแสและฟีเวอร์ก็คือความวูบวาบของห้วงเวลาหนึ่ง

ที่สำคัญคนหนุ่มสาวเริ่มเห็นแล้วว่า คำพูดของธนาธรล้วนเป็นวาทกรรมนามธรรมที่ปรุงแต่ง ยากจะเป็นได้จริง และค่อยๆ เห็นว่าความคิดและแนวคิดของพรรคนี้อาจจะนำไปสู่ความรุนแรง เพราะมุ่งมั่นจะรื้อถอนศรัทธาของคนกลุ่มอื่น และมีอุดมการณ์ที่ผิดแผกจากคนส่วนใหญ่

ดังนั้นผมเชื่อว่าอนาคตใหม่จะเป็นเพียงกระแสที่วูบไหว แล้วจะรอดูว่าสิ่งที่ผมคาดคิดนั้นจะผิดหรือถูก

ติดตามผู้เขียนได้ที่
https://www.facebook.com/surawich.verawan


กำลังโหลดความคิดเห็น...