xs
xsm
sm
md
lg

สงครามการค้าทำชาวนาสหรัฐฯ เจ็บหนัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: โสภณ องค์การณ์

นายซอนนี เพอร์ดิว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ
ผู้นำสหรัฐอเมริกา โดนัลด์ ทรัมป์ อาจรู้สึกว่าตัวเองกุมสภาพความได้เปรียบในสงครามการค้าและการคว่ำบาตรกับประเทศที่ตัวเองมองว่าเป็นศัตรูคู่แข่ง และจะต้องจัดการให้หมดหนทางที่จะหาญกล้าท้าทายความเป็นชาติมหาอำนาจของพญาอินทรี

ทรัมป์อาจรู้สึกย่ามใจด้วยว่าสภาวะเป็นต่อนั้น อยู่บนพื้นฐานของความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี แสนยานุภาพด้านการทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ ดังนั้นการใช้มาตรการต่างๆ เพื่อเล่นงานคู่แข่งและปฏิปักษ์ดังเช่นจีน เกาหลีเหนือ อิหร่าน และเวเนซุเอลา

แต่การทำสงครามก็เหมือนการสาดน้ำเข้าใส่กัน ไม่มีฝ่ายใดรอดจากการเปียกได้ เมื่อเล่นเกมที่มีเดิมพันสูง เท่ากับว่าระดับความเสี่ยงก็มากตามไปด้วย และสามารถลามไปสู่ความรุนแรง จนถึงขั้นเป็นปฏิปักษ์ยากที่จะถอนตัวหรือพ้นจากระดับการเจรจาได้

สงครามการค้ากับจีน ทรัมป์รุกหนักด้วยมาตรการกำแพงภาษีสำหรับสินค้าจากประเทศจีน รวมมูลค่ากว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้สินค้าเข้าสู่สหรัฐฯ มีราคาแพงขึ้น นั่นหมายความว่าชาวอเมริกันต้องจ่ายแพงขึ้นสำหรับสินค้าหลากหลายในชีวิตประจำวัน

เมื่อจีนตอบโต้ด้วยกำแพงภาษี เลือกสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อภาคสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ ทำให้ชาวนาและเกษตรกรอเมริกันอยู่ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้วย เพราะสินค้าขายให้จีนมีราคาแพง จีนลดการนำเข้า หรือยกเลิกการนำเข้า ทำให้ตกค้างสต็อก

ภาคเกษตรคือฐานเสียงสำคัญของผู้นำทำเนียบขาวในศึกเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และได้ออกมาตรการใช้เงินก้อนมหาศาลชดเชยความเสียหายจากการส่งออกสินค้าไม่ได้

ภาคอุตสาหกรรมและการค้าทั่วไปก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ไม่ได้รับเงินสำหรับเยียวยาเหมือนภาคเกษตรซึ่งจำเป็นจะต้องหาตลาดใหม่เมื่อการส่งออกไปจีนมีปัญหา

รัฐมนตรีเกษตรของสหรัฐฯ นายซอนนี เพอร์ดิว ยอมรับว่าเกษตรสหรัฐฯ ประสบภาวะเดือดร้อนอย่างหนักจากสงครามการค้ากับจีนซึ่งทำท่าจะยืดเยื้อ แต่ยังตั้งความหวังว่าจะมีหนทางหยุดยั้งได้ภายในปีนี้ จากการเจรจาระหว่างผู้นำของทั้ง 2 ประเทศในสัปดาห์นี้

ในการให้สัมภาษณ์สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น นายเพอร์ดิว ยอมรับว่าเกษตรกรอเมริกันเป็นผู้เสียหายจากสงครามการค้า เพราะทำให้มีภาวะติดขัด ไม่ราบรื่นอย่างมาก

“เราก็รู้ว่าภาคเกษตรมีปัญหาแน่นอน เมื่อเราเล่นงานประเทศจีนด้วยมาตรการกำแพงภาษี และต้องถูกตอบโต้เช่นกัน ชาวนาอเมริกันต้องเผชิญกับความเดือดร้อน”

สินค้าเกษตรสำคัญของสหรัฐฯ สำหรับส่งออกสู่ตลาดจีนมีถั่วเหลือง ข้าวโพด ข้าวสาลี ประสบความลำบากเพราะกำแพงภาษีที่จีนตั้งเพื่อตอบโต้มาตรการของสหรัฐฯ ทำให้มีราคาแพง ทำให้บริษัท ผู้นำเข้าเอกชนของจีนได้ยกเลิกการซื้อถั่วเหลืองและข้าวสาลี

แต่ก็ยังมีเกษตรกรอเมริกันได้สนับสนุนทรัมป์ในการทำสงครามการค้ากับจีน หวังว่าจะนำไปสู่เงื่อนไขและข้อตกลงดีกว่าเดิม หลังจากสหรัฐฯ เสียดุลการค้ากับจีนอย่างต่อเนื่องยาวนาน และยังมองว่าไม่เป็นธรรมอย่างมาก โดยจีนได้เปรียบด้านดุลการค้า

แต่ก็มีชาวนาอเมริกันจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่เริ่มจะสิ้นความอดทนหลังจากสงครามการค้าขยายไปครอบคลุมสินค้าจากจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าทั้งสองประเทศยังห่างไกลจากโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงกันได้โดยเร็ว

เมื่อไม่มีวี่แววว่าจะหยุดยั้งได้ ทำให้ราคาสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ ตกต่อเนื่อง รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภาวะขาดทุน และการเสียตลาดส่งออก ด้วยการจ่ายเงินอุดหนุนชดเชยเยียวยาให้ภาคเกษตรมากถึง 28 พันล้านดอลลาร์

เป็นการสั่งจ่ายเงินโดยตรงให้เกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทรัมป์อ้างว่าการทำให้สินค้าจีนเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ มีราคาแพงขึ้น รัฐบาลได้เงินจากภาษีเพิ่มขึ้น แต่ผู้ที่ต้องจ่ายเงินสำหรับสินค้าแพงขึ้น ก็คือบริษัทนำเข้าและผู้บริโภคอเมริกันนั่นเอง

และเงินรายได้จากภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าจีน ก็ต้องนำไปจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรอเมริกันที่ขายสินค้าไม่ได้นั่นเอง จีนเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ เมื่อเลิกซื้อ ทำให้ชาวนาอเมริกันไม่สามารถหาตลาดทดแทนได้ทันทีสำหรับสินค้าจำนวนมหาศาล

รัฐมนตรีเกษตรสหรัฐฯ บอกว่าตนเองได้เตือนทรัมป์และทรัมป์ก็เข้าใจดี ว่าจะเอาความรักชาติทดแทนการจ่ายเงินชดเชยสำหรับความเสียหายไม่ได้ แม้จะเป็นมาตรการระยะสั้นก็ตาม ดังนั้นจะต้องมีมาตรการอื่นๆ ที่เยียวยาผลกระทบและการชะงักในการค้า

มาตรการสำหรับช่วยเหลือเกษตรกรอเมริกันเริ่มในเดือนพฤษภาคม และเงินน่าจะเริ่มจ่ายออกได้ในช่วงฤดูร้อน รัฐมนตรีเพอร์ดิว ก็ได้เตือนเกษตรกรไว้เช่นกันว่าไม่ควรตั้งความหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือเป็นตัวเงินชดเชยในปีหน้า

“ผมจะไม่ให้สัญญาอะไรทั้งนั้นว่าจะมีความช่วยเหลือสำหรับปี 2020” เพอร์ดิวย้ำ

ทรัมป์จะมีโอกาสได้เจรจากับผู้นำจีน สี จิ้นผิง ในการประชุมกลุ่มประเทศ จี20 ในเมืองโอซากา ซึ่งเริ่มวันพฤหัสบดีนี้ รัฐมนตรีเพอร์ดิวก็ไม่ได้ตั้งความหวังว่าทั้งสองผู้นำจะบรรลุข้อตกลงได้ในสัปดาห์นี้ แต่ยังมองโลกในแง่ดีว่าน่าจะตกลงกันได้ช่วงสิ้นปีนี้

ทรัมป์เป็นฝ่ายเริ่มสงครามการค้า หลังจากได้มองว่าจีนเป็นฝ่ายเอาเปรียบและได้เปรียบสหรัฐฯ มาโดยตลอด โดยไม่พยายามจะซื้อสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่ม ทำให้สหรัฐฯ ต้องเสียดุลการค้ามหาศาลและจีนยังเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของสหรัฐฯ อีกด้วย

มีเสียงเตือนจากนักวิชาการจีนว่าในช่วงที่สหรัฐฯ ประสบวิกฤตอย่างหนักในปี 2008 มีแต่จีนเท่านั้นที่อยู่ในสภาวะที่ช่วยเหลือสหรัฐฯ ให้รอดได้ แต่สิ่งที่จีนได้รับคือกำแพงภาษี ดังนั้นถ้าสหรัฐฯ จะเผชิญวิกฤตทางเศรษฐกิจอีกครั้ง อย่าได้หวังว่าจีนจะยื่นมือเข้าช่วยอีก

แต่รัฐมนตรีเพอร์ดิวยังมีความหวัง “ผมเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดี สี และทรัมป์ จะทำให้ทั้งสองประเทศเจรจากันจนได้ข้อตกลงโดยเร็ว”
กำลังโหลดความคิดเห็น...