xs
xsm
sm
md
lg

‘ลุง’ จะพาบ้านเมืองไปไหน...?

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์


หลังจากภารกิจประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ประเทศไทยน่าจะก้าวไปได้ด้วยคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นำโดยลุงป็อปปูลาร์ ซึ่งคนรู้ทันมองว่ากำลังเสพติดอำนาจงอมแงม หลงเชื่อว่าบ้านเมืองจะขาดตนเองไม่ได้ อาจถึงขั้นเสี่ยงกับหายนะนั่นเลย

จะเสพติด หลงมัวเมาในอำนาจวาสนาอย่างที่คนมองหรือไม่ ลุงป็อปปูลาร์น่าจะรู้ตัว ถ้าความคิดสติปัญญากระจ่าง ไม่ลุ่มหลงกับถ้อยคำป้อยอของเสียงคนรอบข้างที่หวังผลประโยชน์จากการได้กุมอำนาจรัฐจัดสรรปันส่วนทรัพย์สินแผ่นดิน

ลุงระวังให้ดี ลงจากรถหรู เดินเข้าทำเนียบสักวันจะมีนักเชลียร์อุทาน “กระผมเห็นแสงเฮ้ากวงเปล่งประกายออกจากศีรษะของท่าน” อย่าตัวลอยก็แล้วกัน

ลุงจะเดินตามโมเดลไหน จอมพลป. นายพลซูฮาร์โต หรือเป็นแบบเฉพาะลุง!

เพียงแค่เห็นคณะเสนาบดี ชาวบ้านตาสว่างรู้ทัน ไม่ใช่กลุ่มคนลุ่มหลงใหลลุงก็มองเห็นได้ชัดว่าอนาคตบ้านเมืองไม่สดใสแน่ เพราะลุงจะต้องประสานผลประโยชน์ของกลุ่มก๊วนการเมืองนักต่อรองต่างๆ เพื่อความอยู่รอดของตัวเองให้ได้นานที่สุด

ยิ่งถ้าได้อยู่ยาวเกิน 10 ปี จะได้ถูกจารึกว่าเป็นผู้นำอยู่ในอำนาจยาวนาน ทั้งในระบอบเผด็จการ สืบทอดด้วยประชาธิปไตยปูทางด้วยรัฐธรรมนูญเขียนให้เฉพาะกลุ่ม ดังนั้นเพื่อความอยู่รอดต้องจำยอมในข้อต่อรอง รวมทั้งตัวคนในคณะรัฐมนตรี

จะมียี้น้อย ยี้ใหญ่ ซูเปอร์ยี้มากหรือไม่ คงไม่ต้องสงสัย เห็นรายชื่ออยู่แล้ว! และยิ่งไม่ต้องถามหาความน่าเชื่อถือ ความน่าศรัทธา ความโปร่งใส ความเป็นไปได้ของการไม่มีทุจริต คอร์รัปชัน ที่เห็นหน้ามีนักถอนทุนบวกกำไรเด่นดังอยู่หลายคน

ขนาดยังไม่ประกาศรายชื่อ ครม. สำนักโพลบางแห่งได้ฟันธงไปแล้วว่ารัฐบาลลุงป็อปปูลาร์มีปัญหาด้านความน่าเชื่อถือ ด้านความเป็นคนใจซื่อมือสะอาดแล้ว กว่าจะได้รายชื่อเสนาบดีได้ ต้องต่อรองกับพวกเรียกร้องหลายรอบ อยู่แบบปริ่มน้ำ

จะหวังใช้พระเจ้าเงินตรา อิทธิพลมาเฟียการเมืองกำราบพวกงอแงขอนั่นนี่โน่นอย่างเดียว คงได้ผลบางช่วง เพราะถึงจุดหนึ่งจะไม่มีใครยอมใครกลัวใคร ไม่ยอมเสียผลประโยชน์ตามสิทธิพึงได้พึงมี ในระบบรัฐธรรมนูญกำหนดให้เฉพาะกลุ่ม

เสียงในสภาผู้แทนคุมโดยจำนวน ส.ส.นักเลือกตั้ง เป็นกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง ยิ่งถ้าคณะ 3 ลุงขาลอย กองทัพไม่เข้ามายุ่มย่าม ก็ต้องอยู่แบบใจระทึก อิทธิพลมาเฟีย แบล็กเมล์ ต่อรองคดีชนักปักหลัง ทำได้ผลเฉพาะบางพวกไร้น้ำยา

สุดท้ายต้องอยู่รอดด้วยผลงาน และเริ่มต้นด้วยข่าวไม่ดีมากๆ นั่นคือมีงบสำหรับนโยบายประชานิยมถมไม่เต็มแสนกว่าล้านบาท ตามการหาเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล ที่เหลือจะไปเอามาจากไหน เพราะที่ผ่านมาเก่งแต่เรื่องกู้เงินสร้างหนี้สิน

ช่วง 5 ปี มีแต่รวยกระจุก โกงกระจุก จนกระจายไปทั่วทุกระดับ หนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะ ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ ประเด็นเหล่านี้ติดอันดับโลกทั้งนั้น การโกงบ้านกินเมืองไม่ลด แถมยังมากกว่าเดิม ทั้งๆ ที่ไม่มีนักการเมืองอยู่ร่วมด้วย

เป็นความพิสดารในการบริหารบ้านเมือง แต่มีคนลุ่มหลงว่าเป็นคนดีมีฝีมือ!

วันก่อนมีนักการเมืองค่ายสะตอมาโพนทะนาเสียงดังว่ารัฐบาลลุงมือเติบ “อยู่ในสภาพถังแตก” เงินคงคลังแทบเกลี้ยง รายได้จากเงินภาษีไม่เข้าเป้า เดือดร้อนหนักต้องไปยืมเงินธนาคารพาณิชย์มาจ่ายเงินเดือนให้ข้าราชการ ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
จริงเท็จอย่างไร ชาวบ้านรอฟังคำชี้แจงจากทีมงานรัฐบาลลุงอยู่ว่าถังแตกจริงหรือไม่ อย่างร้ายที่สุดก็อ้างได้ว่า “เป็นผลงานของรัฐบาลก่อน รัฐบาลนี้ไม่เกี่ยว” ถ้าจะพูดอย่างนี้จริง ทำได้หน้าตาเฉย ก็ขอให้พี่น้องชาวไทยรอความหายนะก็แล้วกัน

จะเป็นแบบอาร์เจนตินา เวเนซุเอลา หรือแบบไทยๆ ก็แล้วแต่เวรกรรม นี่เป็นผลร้ายของนโยบายประชานิยมถมไม่เต็ม การใช้เงินมือเติบ เป็นนักกู้สิบทิศ ไม่ใส่ใจแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ใช้เป็นคำอ้างเมื่อไปพูดให้ตัวเองดูดีบนเวทีต่างประเทศ

เรื่องถังแตกหรือไม่ ต้องบอกประชาชนให้รับรู้ ถ้าบ้านเมืองต้องเผชิญวิกฤต จะได้เตรียมตัวทัน จากนี้วิกฤตการเมือง การค้าระหว่างประเทศจะส่งผลกระทบเร็ว นักกู้สิบทิศ เสพติดนโยบายประชานิยม กู้เก่ง หนี้เยอะ จะมีปัญหาถึงขั้นวิบัติก่อนใคร

กลัวเหลือเกินกับแนวคิดของพวกมาพร้อมความหิวโหย “บ้านเมืองจะเป็นอย่างไรช่างมัน ช่วงนี้ขอกอบโกยให้มากไว้ก่อน อย่าให้ตัวเองและครอบครัวลำบาก” เพราะกว่า 5 ปี มีบางพวกสะสมความมั่งคั่งไว้เต็มที่แล้ว แต่ยังไม่รู้สึกว่าพอหรืออิ่ม

คนคิดไม่ซื่อต่อแผ่นดิน คดในข้อ งอในกระดูก หลอกลวงประชาชน มีจุดจบไม่สวย ช้าหรือเร็วเท่านั้น ยุคโซเชียลมีเดีย กรรมเวรพัฒนาจังหวะก้าวย่างได้เร็วเช่นกัน

แน่นอน ลุงป็อปปูลาร์ไม่ผ่านการรับเลือกจากประชาชน มาแบบต้นทุนต่ำ ไม่ต้องดีเบต ไม่ผ่านการทดสอบความนิยมอะไรทั้งนั้น แต่ก็ยังต้องเผชิญกับการซักฟอกหนักในช่วงแถลงนโยบาย และขอให้สภาฯ ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณแผ่นดิน

ประเด็นเรื่องต้องกู้เงินเพื่อประชานิยม หนี้บาน ถังแตก เงินคงคลังร่อยหรอ จะต้องมีคำอธิบายที่มีเหตุผล ใช้คารมองครักษ์ปกป้อง ช่วยไม่ได้ เพราะจะมีแรงกดดันจากนอกสภาฯ พวกไม่ยอม พวกฝังแค้น นานาประเภท ไม่ยอมให้ลุงสบายแน่

ลุงจะเป็นผู้มีโชคทางการเมืองตลอดไปหรือไม่ ต้องรอการพิสูจน์อย่างแรง จะเลี่ยงไม่เข้าประชุมสภาฯ อ้างนั่นนี่โน่นหรืออย่างไร ไม่คำนึงถึงความสง่างาม ไม่ใส่ใจเสียงนกเสียงกา ผลงานจะเป็นตัววัดสำคัญว่าลุงจะนำพาบ้านเมืองไปรอดหรือไม่

ถ้าจะโทษวิกฤตว่าเกิดจากปัจจัยภายนอก ก็ต้องไปหาที่พูดแก้ตัวนอกประเทศ


กำลังโหลดความคิดเห็น...