xs
xsm
sm
md
lg

ปมหุ้นสื่อลาม21ส.ว. โพลถูกใจ”สมคิด”สุด”ลุงตู่”ตามติด- หากวุ่นไม่จบเสนอยุบสภา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ปมหุ้นสื่อลาม "เรืองไกร" จ่อร้อง กกต.สอบ 21 ส.ว. เข้าข่ายต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพ หลังตรวจพบถือหุ้นสื่อ ด้านทีมกฎหมาย พปชร. เตรียมยื่นคำร้อง "ชวน" สอย 30 ส.ส.ฝั่ง 7 พรรคฝ่ายค้าน "สวนดุสิตโพล" เปิดโผ รมต.ที่โดนใจประชาชน ส่วนใหญ่มาจากครม.ชุดที่แล้ว “สมคิด” เป็นอันดับ 1 ตามติดด้วย” วิษณุ”และ”ลุงตู่” ขณะที่ "ซูเปอร์โพล" เผยคนส่วนใหญ่อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข หากยังวุ่นวายไม่จบ เสนอให้ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ไม่เอารัฐประหาร

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ เปิดเผยว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ของสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) จำนวนหนึ่ง พบว่า มี 21 ราย ที่อาจเข้าข่ายต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพ เพราะการเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ อันเข้าลักษณะต้องห้ามตามความใน รัฐธรรมนูญ มาตรา 111 (4) ประกอบมาตรา 108 (ข.) และ มาตรา 98 (3) หรือไม่ เพราะเมื่อพิจารณาตามคำสั่งศาลฎีกา ที่ 8475/2561 และตามข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ 10/2562 มีเหตุที่ต้องขอให้กกต. รีบส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย และขอให้ศาลสั่งให้ส.ว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วย ตามแนวทางที่กกต.ใช้กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มาแล้ว

ดังนั้น จากข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ ตนจะไปยื่นหนังสือให้ กกต. ตรวจสอบเรื่องนี้ว่าส.ว. 21 รายดังกล่าว จะเข้าข่ายเป็นผู้ถือหุ้นสื่อ และต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เหมือนนายธนาธร หรือไม่ ในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ เวลา 11.00 น.

ด้านนายทศพล เพ็งส้ม อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะ หัวหน้าทีมต่อสู้คดีกรณี 27 ส.ส.พรรค พปชร. ถูกร้องเรียนเรื่องถือครองหุ้น และเป็นเจ้าของกิจการสื่อ เปิดเผยว่า การต่อสู้คดีในส่วนของ 27 ส.ส.พรรค พปชร. ที่ทางพรรคฯได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญไปก่อนหน้านี้ เพื่อขอให้ศาลฯมีมติคุ้มครองชั่วคราวนั้น เพราะต้องการขอให้ศาลฯ มีการไต่สวนพยานหลักฐาน ก่อนจะรับไว้พิจารณา หรือมีคำสั่งวินิจฉัย ซึ่งศาลฯอาจจะไม่มีการไต่สวนก็ได้ แต่เราเพียงขอโอกาสชี้แจง

"ส่วนกรณีที่พรรค พปชร. จะยื่นให้ตรวจสอบการถือหุ้นสื่อมวลชนของ 7 พรรคฝ่ายค้านนั้น ขณะนี้คณะทำงานได้ส่งรายชื่อที่เข้าข่ายมาแล้วมากกว่า 30 รายชื่อ เพื่อให้ตรวจสอบในรายละเอียด พร้อมจัดทำคำร้องให้ถูกต้อง ไม่ให้ตกม้าตายเหมือนพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่ยื่นให้มีการตรวจสอบส.ส.พรรค พปชร. ผิดช่องทาง คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าระหว่างการประชุมสภา จะสามารถยื่นต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป" นายทศพล กล่าว

ดุสิตโพลเปิดโผ 10 ว่าที่รมต.โดนใจปชช.

"สวนดุสิตโพล" เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจากทั่วประเทศ จำนวน 1,254 คน ในหัวข้อ "โผครม.ประยุทธ์ 2 ในสายตาประชาชน" ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 19-22 มิ.ย.62 สรุปผลได้ ดังนี้

1. ประชาชนคิดอย่างไร กับโผครม. ที่เป็นกระแสข่าว ณ วันนี้ อันดับ 1 ปัญหาเยอะ มีแต่เรื่องผลประโยชน์ การต่อรอง แย่งเก้าอี้กันวุ่นวาย 32.81% อันดับ 2 บางตำแหน่งไม่เหมาะสม ควรตรวจสอบคุณสมบัติ ประวัติ ให้รัดกุม 28.13% อันดับ 3 เป็นการจัดสรรตามโควต้า มีแต่หน้าเดิมๆ ระบบพวกพ้อง เครือญาติ 24.22%

2."10 รายชื่อ" ว่าที่ ครม. ที่ถูกใจประชาชน อันดับ 1 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ(ฝ่ายเศรษฐกิจ) 42.12% อันดับ 2 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ (ฝ่ายกฎหมาย) 37.58 % อันดับ 3 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม 30.61% อันดับ 4 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ 26.82 % อันดับ 5 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 24.55%

อันดับ 6 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ 20.00% อันดับ 7 ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.ต่างประเทศ 19.09% อันดับ 8 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ 15.30% อันดับ 9 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม 12.12% อันดับ 10 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.พลังงาน 11.21%

3. "จุดแข็ง"ของโผครม. อันดับ 1 พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำ มีฐานอำนาจเก่า 44.75% อันดับ 2 มาจากการเลือกตั้ง มีเสียงสนับสนุนจากหลายฝ่าย 29.83% อันดับ 3 ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองเก่า มีประสบการณ์ น่าจะทำงานร่วมกันได้ 27.62%

4. "จุดอ่อน"ของโผครม.ที่ปรากฏ ณ วันนี้ คือ อันดับ 1 ไม่เป็นที่ยอมรับ อยากได้คนที่มีความรู้ความสามารถ เหมาะสมจริงๆ 51.41% อันดับ 2 มีแต่เรื่องผลประโยชน์มากเกินไป ภาพลักษณ์ไม่ดี 39.79% อันดับ 3 ไม่มีเสถียรภาพ มีเสียงแตกภายในพรรค 21.13%

หากบ้านเมืองวุ่นวาย ให้ยุบสภา

ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนามเรื่อง"สิ่งที่ประชาชนอยากเห็น" จากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,654 ตัวอย่าง โดยถามถึง สิ่งที่คนไทยอยากเห็น โดยตอบได้มากกว่า 1 ข้อ พบว่า ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 57.0 ระบุ อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ไม่วุ่นวาย รองลงมา ร้อยละ 49.4 อยากเห็นคนดีปกครองบ้านเมือง ร้อยละ 41.0 อยากเห็นคนไทยมีงานทำ ทักษะดี รายได้ดี ร้อยละ 36.5 อยากเห็นคนไทยมีวินัย ร้อยละ 34.8 อยากเห็นคนไทยมีทัศนคติที่ดีต่อกัน ร้อยละ 34.8

เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากเห็น ถ้าบ้านเมืองวุ่นวายเดินต่อไปไม่ได้ พบว่า ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 87.0 ระบุ ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ในขณะที่ ร้อยละ 7.7 ระบุยึดอำนาจ และร้อยละ 5.3 ระบุอื่นๆ เช่น นายกรัฐมนตรีลาออก เปลี่ยนรัฐบาล เป็นต้น

ที่น่าสนใจคือ ความพอใจต่อการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ นายชวน หลีกภัย การทำหน้าที่ของ ส.ว. และการทำหน้าที่ของส.ส. ในสภาฯ พบว่า ร้อยละ 71.9 พอใจการทำหน้าที่ของประธานสภาฯนายชวน หลีกภัย ร้อยละ 70.7 พอใจการทำหน้าที่ของ ส.ส.ในสภา และร้อยละ 46.3 พอใจการทำหน้าที่ของส.ว. ตามลำดับ

"จุรินทร์"ชูประกันราคายางกก.ละ 60บาท

วานนี้ (23มิ.ย.) ที่นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และคณะเดินทางพบกับตัวแทนนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ และตัวแทนสหกรณ์การยางพารารัตภูมิ เพื่อสอบถามความก้าวหน้าเมืองยาง ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จะนำข้อมูลเกี่ยวกับยางพาราจากพื้นที่จริง นำข้อมูลเสนอครม. ในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ที่ประสบปัญหาราคายางพาราที่ตกต่ำมาหลายเดือนให้รวดเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ตัวแทนนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ กล่าวว่า นิคมอุตสาหกรรมฯ มีความก้าวหน้า มีเป้าหมายผู้ประกอบการเขตประกอบการเสรี 70 ราย มูลค่าการลงทุน 8,000 ล้านบาท มูลค่าการผลิต 6000- 10,000 ล้านบาท ต่อปี จ้างงาน 7,000 คน ใช้ยางปีละ 200,000 ตันต่อปี และอีก 4 ปี จะต้องใช้ยาง 430,000 ตัน และเยี่ยมโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพาราและสหกรณ์การเกษตรรัตภูมิ

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในพื้นที่เมืองยาง (รัมเบอร์ ซิตี้) ขณะนี้มีนักลงทุนเข้าไปลงทุนแล้ว 4 ราย และอีก 2 ราย กำลังดำเนินการอยู่ คาดว่าใช้ยางดิบและยางสดปีละ 130,000 ตัน ส่วนนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ที่มีความก้าวหน้า ก็ต้องทำต่อไป เพื่อให้มีการใช้ยางภายในประเทศเพิ่มขึ้น จากร้อยละ16 ของปริมาณการผลิตปีละ 4,000,000 ตัน ในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมฯ ใช้ยางปี 130,000 ตัน และในอีก 3 ปี จะต้องใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้น 200,000 ตัน

ส่วนท่าเรือสงขลา เป็นกรณีหนึ่งที่เป็นปัญหากับการส่งออกยาง จึงต้องมีการพัฒนาท่าเรือเพิ่ม เพื่อรองรับการส่งยาง ส่วนของการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง นอกจากมีการดึงยางออกจากตลาดยางให้มากที่สุด ส่งเสริมให้มีการแปรรูปยาง เพื่อให้เกษตรกรขายยางราคาที่สูงขึ้นแล้ว ส่วนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพาราเร่งด่วน นโยบายประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยางพารา กก.ละ 60 บาท แปลงเป็นนโยบายรัฐบาลชุดใหม่
กำลังโหลดความคิดเห็น...