xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

**บารมียังคับฟ้า "ข้าราชการพลเรือนสามัญ โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" ไหว้ศาลหลักเมืองนครฯ ตำรวจแห่รับ จัดเต็ม รถนำขบวน -ปิดถนน อำนวยความสะดวก ราวผู้ยิ่งใหญ่

เห็นทำตัวเงียบๆ เหมือนหายเข้ากลีบเมฆ ตั้งแต่เจอ"คำสั่งย้ายฟ้าฝ่า" และถูกคำสั่งคสช.ให้ขาดจากความเป็นตำรวจไปเป็นข้าราชการพลเรือน สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา
"โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล แทบไม่ปรากฏตัวให้ใครเห็น ไปรายงานตัวและทำงานที่สำนักนายกฯ ในฐานะข้าราชการพลเรือน ก็ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครได้เห็น แต่เมื่อวานนี้ (20มิ.ย.) เขาไปโผล่ไหว้ศาลหลักเมือง ที่นครศรีธรรมราช กลายเป็น "ทอล์กออฟเดอะทาวน์" ของชาวบ้าน ชาวเน็ต ... ใครจะไปคิดว่า "โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" แม้เป็นเพียงข้าราชการพลเรือน ไม่ได้เป็นตำรวจใหญ่เหมือนเดิม แต่บารมียังยิ่งใหญ่เหนือธรรมดา "คนเมืองคอน" ถึงกับอึ้ง..แบบนี้ก็ได้เหรอ...
ขบวนรถของ"โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" ตลอดเส้นทาง มีกำลังตำรวจคอยดูแล อำนวยความสะดวกให้แบบมีทั้งรถนำ ปิดถนน ตามแยกต่างๆ ไม่ต้องรอสัญญานไฟ ฝ่าไฟแดงกันไป เรียกว่า เต็มที่เพื่อนาย... ชาวบ้านเห็นจะจะ มีทั้ง "พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์" รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายนาย ตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช และตำรวจท่องเที่ยว ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก อดีตนายตำรวจใหญ่ อย่างเอิกเกริก
สังคมโซเซียลวิจารณ์กันรัวๆ อย่างในแฟนเพจ MGR Online ภาคใต้ ก็พากันตั้งคำถามถึงควมเหมาะสมในเรื่องนี้ เพราะเมื่อไปค้นระเบียบปฏิบัติ สำหรับการใช้รถนำขบวน ไล่ดูยังไง เชื่อว่ากรณี "โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" ไม่ได้อยู่ในข่ายแน เป็นบารมีที่"พวกพ้องสีกากี" จัดให้มากกว่า และไม่แน่ใจว่า หาก "พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร." มาเองจะได้รับการดูแลเท่านี้หรือไม่...
เอาละ แม้ "โจ๊ก หวานเจี๊ยบ" จะยังมากบารมี แต่ตำรวจที่แห่แหนไปดูแลอารักขา ก็ควรทราบว่า "พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ หักพาล" อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) คนนี้ อยู่ในบัญชีรายชื่อเพิ่มเติมตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2558 โดยให้ขาดตำแหน่งหน้าที่ และอัตราเงินเดือนเดิม ใน สตช. เพื่อโอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ โดยคำสั่งนี้ ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นมา
และต้องไม่ลืมว่า สำหรับคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2558 นั้นเป็น เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบ และการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ... ระบุตอนหนึ่งว่า ... เจ้าหน้าที่ของรัฐในส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐหลายรายอยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบของสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และ สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน มูลกรณีเป็นเรื่องกล่าวหาว่า เกี่ยวข้องกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ ทําให้เสียหายแก่ทางราชการหรือทําให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน...
แม้ผลการตรวจสอบยังไม่อาจสรุปความผิดได้ชัดเจนถึงขั้นชี้มูลความผิด แต่ของแบบนี้ ควรหรือไม่ควร ไม่ต้องให้ชาวบ้านมาบอกกระมัง ... อย่างน้อยไม่เกรงใจชาวบ้าน ผู้ใช้รถ ใช้ถนน ก็ถาม ผบ.ตร.ของท่านดูบ้างก็ยังดี ท่านเห็นควรด้วยหรือไม่
หรือบารมี"โจ๊ก" ในสายตาตำรวจภาค 8 มีมากกว่า ผบ.ตร. ?

** "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์-น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ" ชิงหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อไปเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ศึกครั้งนี้ เป็นเสมือนตัวแทนของ "สองนางสิงห์" เจ้าแม่วังบัวบาน กับ เจ้าแม่วังทองหลาง ... รับรองไฟต์นี้ ไม่จืดชืด

ถึงวันนี้ โผครม.นิ่งแล้ว ตามที่ "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้บอกกับสื่อ เหลือเพียงการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯลงมา นายกรัฐมนตรีต้องนำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน และแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภาฯก่อน จึงจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้
เมื่อมีนายกรัฐมนตรี เป็น"หัวหน้าฝ่ายรัฐบาล" แล้วก็ต้องมี "หัวหน้าฝ่ายค้าน" ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งใน 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น พรรคเพื่อไทย มีจำนวน ส.ส.มากสุด ก็ต้องรับบทหัวหน้าฝ่ายค้านไป แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำหนดให้ผู้นำฝ่ายค้านต้องมาจากส.ส.เท่านั้น ทำให้ "พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์" หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนปัจจุบัน เจอไฟต์บังคับให้ลุกจากเก้าอี้ตามกฎหมาย เพราะสอบตก เนื่องจากลงสมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งทั้งพรรควืดหมด ไม่มีใครได้เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ เลยสักคน
ดังนั้น "เพื่อไทย" จึงถึงคราวต้องเลือกหัวหน้าพรรคกันใหม่ แต่เมื่อกวาดสายตามองไปยังบรรดาแกนนำคนเด่น คนดังของพรรค ที่เก๋าเกมการเมือง พอที่จะไปสู้กับฝ่ายรัฐบาลในสภาได้ ก็ไม่มีใครได้เป็น ส.ส.เลยซักคน เพราะดันไปอยู่ในบัญชีรายชื่อกันหมด ... แคนดิเดตหัวหน้าพรรคคนใหม่ จึงไปตกที่ "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" ส.ส.เชียงใหม่ ที่ได้ทั้งอาวุโส และประสบการณ์ทางการเมือง
ความจริงแล้วก่อนการเลือกตั้งครั้งนี้ "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" ถูกวางตัวให้เป็นหัวหน้า "พรรคเพื่อธรรม" ของ "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของ "ทักษิณ ชินวัตร" หวังจะเก็บที่นั่ง ส.ส.โซนภาคเหนือ ตามยุทธศาสตร์ "แตกแบงก์พัน" ของทักษิณ และมีการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยเรียบร้อยแล้ว ... แต่บังเอิญ จังหวะนั้น "เจ๊แดง" โดนรุกหนัก จากขั้วตรงข้าม เพราะมีชื่อไปพัวพันกับการทุจริตระบายข้าว แบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่ปูดออกมาจากป.ป.ช. แถม "ลูกน้องเก่า" อย่าง"บุญทรง เตริยาภิรมย์" อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ขณะนี้ต้องเข้าไปรับกรรมอยู่ในคุก แทนผู้มีพระคุณ ก็ดันเปลี่ยนขั้ว สั่งให้ลูกชายไปเข้าสังกัด "พรรคพลังประชารัฐ" เพื่อจะลงสมัคร ส.ส.เชียงใหม่ ...
เมื่อเป็นอย่างนี้ "เจ๊แดง" เลยต้องเปลี่ยนแผน พับโปรเจกต์ "พรรคเพื่อธรรม" เอาไว้ก่อน แล้วสั่ง "สมพงษ์"กลับไปอยู่พรรคเพื่อไทยตามเดิม เพื่อไปลงสมัคร ส.ส.เชียงใหม่ ในเขตที่ลูกชายบุญทรง จะลงสมัคร ซึ่งในที่สุด "สมพงษ์" ก็ได้เป็น ส.ส. ตามความตั้งใจของ "เจ้าแม่วังบัวบาน"
หากครั้งนี้ "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" ได้เป็นหัวหน้าพรรค แน่นอนว่า "เจ้าแม่วังบัวบาน" ก็จะกลับมาแผ่บารมี คุมพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง หลังจากบทบาทการนำ ต้องตกไปอยู่ในมือ "เจ้าแม่วังทองหลาง" คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่เป็นประธานยุทธศาสตร์ของพรรค ซึ่งในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ถือว่าเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งกว่า "พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์" ที่เป็นหัวหน้าพรรคตัวจริงเสียอีก... แต่พอเสร็จศึกเลือกตั้งแล้วจะมองไม่เห็นหัวกันอย่างนี้ "เจ๊หน่อย" ยอมไม่ได้
"ศึกสองนางสิงห์" คัมมิ่งซูน แน่ๆ เพราะ "เจ๊หน่อย" ก็จะส่ง "เสี่ยป๊อป" น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. เข้าชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรคด้วย
"น.อ.อนุดิษฐ์" เป็น ส.ส.กทม. เขตสายไหม เป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ ในรัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" ที่มีความใกล้ชิดเสมือนเด็กในบ้านของ "เจ๊หน่อย" และ ถือได้ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ความสามารถคนหนึ่งของพรรค เป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 23 จบโรงเรียนนายเรืออากาศ รุ่นที่ 30 รับราชการทหาร ก่อนจะมาเล่นการเมือง ได้เป็น ส.ส.เขตสายไหม เมื่อปี 2550 และปี 2554 และได้เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ ในปีเดียวกันนั้นเอง
หากจะวัดกำลังวัดบารมี ของ "สมพงษ์" ที่มี "เจ้าแม่วังบัวบาน" เป็นแบ็ก กับ "น.อ.อนุดิษฐ์" ที่มี"เจ้าแม่วังทองหลาง" เป็นพี่เลี้ยงแล้ว ฝ่าย"สมพงษ์" จะมีภาษีเหนือกว่า ทั้งในแง่ของพรรษาทางการเมือง ประสบการณ์ในสภา ตลอดจนเสียงสนับสนุนภายในพรรค จาก ส.ส.ภาคเหนือ และภาคอีสานส่วนหนึ่ง ... ต่างจาก "เจ๊หน่อย" ที่คนในพรรคส่วนใหญ่ ก็ไม่เอากันอยู่แล้ว เพียงแต่เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานี้ "นายใหญ่" ได้วางตัวให้เป็น "แม่ทัพ" เท่านั้น ก็เลยไม่มีใครขัด ...ยิ่งผลการเลือกตั้งในกทม.ครั้งนี้ ถูกพรรคพลังประชารัฐ และพรรคอนาคตใหม่ แย่งชิงพื้นที่ไปไม่น้อย ยิ่งทำให้บารมีของ "เจ๊หน่อย" แผ่วลงไปกว่าเดิมเยอะ โอกาสที่จะพ่ายแพ้จึงมีเปอร์เซ็นต์ค่อนข้างสูง ... เว้นแต่จะมี "ปาฏิหาริย์"
แต่การชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคครั้งนี้ เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี ของ "สองนางสิงห์" จึงเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาประดาบ จะเข้มข้น ดุเดือด ไม่จืดชืดแน่
----------
รูป- พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล

-- คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ - เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ - สมพงษ์ อมรวิวัฒน์- น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ


กำลังโหลดความคิดเห็น...