xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ทันได้เริ่ม ก็ดูร่อแร่ล่วงหน้าแล้ว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"โสภณ องค์การณ์"

เกือบครบ 3 เดือนหลังจากวันเลือกตั้ง 24 มีนาคม ต้องเจรจาจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคต่างๆ ต่อรองแบ่งปันผลประโยชน์ตามสิทธิพึงได้พึงมีตามตัวเลข ส.ส. ในเครือข่าย กลุ่มก๊วน กว่าจะจำยอมจำใจ พอใจจนตกลงกันได้ ก็ต้องถกแบบเอาเป็นเอาตาย

เป็นเรื่องผลประโยชน์ล้วนๆ การต่อรองมีทั้งทวงบุญคุณ อ้างสิทธิจากการลงทุน สื่อมวลชนพาดหัวข่าว “แย่งชามข้าว-แย่งกระดูก” ฟัดกันนัว ทำให้เห็นภาพของนักแสวงหาโชคลาภทางการเมืองที่ต้องพยายาม “เอาให้ได้” ไม่ลดราวาศอก

เมื่อนักเลือกตั้งยังทำท่าเล่นไม่เลิก ทำเอาคณะ 3 ลุงต้องออกแรงพยายามประสานผลประโยชน์ ใช้งาน นักประสาน นักเจรจา ขาใหญ่ระดับเดอะเฮีย ในวงการ เพราะเงินทองและผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร ถ้าไม่ได้พร้อมแตกหักนั่นเลย

ลุงป็อปปูลาร์ ซึ่งมาแบบต้นทุนต่ำซ้ำสอง เพื่อขอสืบทอดอำนาจและตำแหน่งผู้นำรัฐบาล ต้องใช้มือเจรจาประสานผลประโยชน์จัดการ ก่อนที่ชาวบ้านจะทนไม่ได้กับการเมืองน้ำเน่าแบบไม่เห็นผลประโยชน์ของประชาชนอยู่ในสายตา พากันล่มจม

เอาเป็นว่าชาวบ้านน่าจะได้เห็นคณะเสนาบดีใหม่เข้ารับตำแหน่งเดือนหน้าโน่น จะมีทั้งหน้าเก่า หน้าเดิม น่าเบื่อ ดูแล้วไม่มีอะไรชวนให้จรรโลงใจเชื่อมั่นว่าอนาคตบ้านเมืองจะไปได้ดี เพราะรู้แล้วว่าการกอบโกยโกงกิน น่าจะยังเหมือนเดิม

ที่ผ่านมา การหาเสียงรณรงค์เรื่องต่อต้าน ปราบปรามการทุจริต คอร์รัปชั่นเป็นเพียงลมปากนักเลือกตั้ง นักแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ ไร้ค่าน่าสะอิดสะเอียนเหมือนผายลมสุนัข ไม่มีวี่แววว่าการโกงบ้านกินเมืองจะลดลง เพราะนี่คือโอกาสทอง

ผลประโยชน์ทางการเมืองจะทำเป็นคนหน้าบาง มีมารยาท เปี่ยมจริยธรรมคุณธรรม มีแต่จะอดอยากปากแห้ง การเมืองด้อยพัฒนาเปรียบเหมือนพาราสาวัตถี ไม่มีใครปรานีใคร กฎกติกามีไว้เพื่อความโก้หรูแหกตาชาวบ้านบ้องตื้นหน้าซื่อตาใส

การที่ลุงป็อปปูลาร์รับเคลียร์หน้าเสื่อ เป็นกาวใจประสานผลประโยชน์ให้ทุกฝ่ายก็เป็นเพราะความอยากอยู่ต่อในอำนาจ ถึงขั้นถูกมองว่าคิดจะกินรวบเอาพรรคและคณะลูกหาบมาเป็นของตัวเอง โดยไม่ต้องลงทุนให้เหนื่อย ใช้เงื่อนไขได้เปรียบ

ความอยากอยู่ต่อในอำนาจทำให้ไม่ต้องห่วงว่าจะมีรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ เพราะเชื่อมั่นในตัวนักประสานเจรจาผลประโยชน์ มีทั้งไม้นวมและไม้แข็ง ซึ่งย้ำรอยให้เห็นอีกครั้งว่าการได้ตัวนักเลือกตั้งมาเข้าทีมหามลุงก็ใช้มาตรการอ่อนและแข็ง

พวกมีชนักปักหลัง มีปัญหาหมิ่นเหม่กับกฎหมายบ้านเมืองย่อมต้องจำยอม รอจังหวะเหมาะเพื่อการดัดหลัง เมื่อเห็นคนกุมอำนาจรัฐเริ่มคุมเกมไม่อยู่ ขาลอย การจะใช้อิทธิพลมืด พลังมาเฟียช่วยเคลียร์ก็ทำได้ระดับหนึ่ง ถ้าใช้เงินไม่ได้ผลมาก

เมื่อถึงจุดหนึ่ง จะไม่มีใครกลัวใคร ยิ่งในวงการเมืองน้ำเน่ามีผลประโยชน์เป็นตัวหลัก การแทงข้างหลัง หักหลัง เกิดขึ้นได้ อย่างที่ว่า “ผลประโยชน์ขัดกันก็บรรลัย” ฝ่ายค้านเตรียมปล่อยของรบกวนความสุขของลุงป็อปปูลาร์ด้วยญัตติต่างๆ ในสภา

เรื่องอะไรก็ตามที่เป็นประเด็นสงสัยในข้อกฎหมาย ฝ่ายค้านจะยื่นเพื่อขัดขา ขัดขวางลุงป็อปปูลาร์ สุดยอดสปอนเซอร์นโยบายประชานิยมถมไม่เต็ม นอกสภาก็จะมีประเภท “นักร้อง” ในเรื่องต่างๆ มีทั้งสร้างราคาให้ตัวเองและเพื่อผลภายหน้า

ก่อนจะมี ครม. อย่างเป็นทางการ เข้ารับหน้าที่ ชาวบ้านอาจได้เห็นการเล่นลิ้น ตีสำนวน ในการอธิบายเรื่องต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล เช่นมี “ยี้” มากน้อยเพียงใด ระดับยอดยี้หรือยอดแย่ มีเยอะแค่ไหน สะท้อนให้เห็นภาระจำยอมของลุง

ความอยากที่จะอยู่ต่อในอำนาจ ทำให้ลุงป็อปปูลาร์ต้องมีคนใน ครม. ซึ่งสังคมไม่ปรารถนา และลุงไม่รับประกันว่าบ้านเมืองจะปลอดจากการทุจริต คอร์รัปชั่น และลุงไม่ให้สัญญาชัดเจนเพราะเกรงว่าจะล้มเหลวเหมือนช่วง 5 ปีที่อยู่

การตรวจ “คุณสมบัติ” ของคณะเสนาบดี เป็นเพียงพิธีกรรมอย่างหนึ่ง ที่เห็นชัดก็คือ การได้ตำแหน่งอยู่บนพื้นฐานของการจัดสรรปันส่วนตามโควตา ไม่เกี่ยวกับความรู้ ความสามารถ ไม่มีมาตรฐานที่สังคมพัฒนาแล้วยอมรับว่าใช้ได้

“เมื่อคนนั้นไม่ได้กระทรวงนั้น เพราะมีคนจองตามโควตา ก็ไปนั่งกระทรวงนี้แทน” ทั้งๆ ที่ไม่มีประสบการณ์ ความรู้เฉพาะงานที่จะต้องรับ ดังนั้นจึงเห็นสภาพของการ “ผิดฝาผิดตัว” เป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวกในการจัดสรรตำแหน่ง

เมื่อเป็นแบบนี้ไม่มีใครรับประกันว่าเสนาบดีจะทำงานได้ผล ได้เรื่องในตำแหน่งนั้น เป็นความเสี่ยงว่าบ้านเมืองจะเสียหาย ก้าวหน้าไปได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น ยิ่งถ้ามีแต่หมกมุ่นแสวงหารายได้ จะเป็นการเสียเงิน เสียเวลา เสียโอกาส

และการเมืองด้อยพัฒนาขาดจิตสำนึก มีแต่ถ่วงความก้าวหน้า ทำลายระบบจริยธรรม คุณธรรม และศีลธรรม สร้างความอับอายขายหน้าต่อประชาคมโลก

มีคำพูดของลุงป็อปปูลาร์เรื่องการตรวจคุณสมบัติของนักเลือกตั้งทำนองว่า “ก็ประชาชนเลือกพวกเขาเข้ามา” ผ่านขั้นตอนการคัดเลือกมาแล้ว ก็เป็นเสนาบดีได้

แต่ตัวลุงป็อปปูลาร์ไม่ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง ไม่ผ่านการทดสอบความนิยมโดยประชาชน มารอให้นักเลือกตั้งหาบหามด้วยเงื่อนไขกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับ “ลุงหมวก” ซึ่งมีความพิสดารเพราะมีบทเฉพาะกาล เฉพาะกลุ่ม เฉพาะเวลา

สภาเปิดนัดแรก ลุงน่าจะเริ่มรู้สึกถึงแรงเสียดทานของรังสีอำมหิตของการเมืองเฉพาะกลุ่ม การตรวจสอบจะหนักหนาสาหัส ยิ่งถ้ามีพวกไม่พอใจเรื่องโควตาสะสมแค้นสุมหัวอก วาระสำคัญในการประลองกำลังจะทำให้ลุงนึกถึงนักเผด็จการรุ่นพี่ๆ

เว้นแต่ลุงจะเชื่อมั่นว่าเอาอยู่เพราะมีทั้งเงิน อำนาจ อิทธิพล จัดการฝ่ายไม่เอาลุง และฝ่ายค้านในสภา ดังนั้นต้องรอวันพิสูจน์ศักยภาพด้านการเมืองของลุง

ที่ผ่านมา มีไม่กี่คนเท่านั้นที่ลงจากหลังเสือได้โดยไม่มีแผลสาหัส


กำลังโหลดความคิดเห็น...