xs
xsm
sm
md
lg

อัตราฆาตกรรมในลอนดอนเป็นเรื่อง

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

นายซาดิค ข่าน นายกเทศมนตรีแห่งลอนดอน
มหานครลอนดอน เมืองหลวงของอังกฤษกำลังเผชิญปัญหาความรุนแรง จำนวนคดีฆาตกรรมเพิ่มขึ้นสูงรวดเร็ว จนถึงขั้นใกล้วิกฤตจริงหรือไม่?

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น มีรายงานว่าถ้าวัดจากคำพูดของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ช่วงที่ไปเยือนกรุงลอนดอนไม่นานมานี้ แล้วเชือดเฉือนคารมกับนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน นายซาดิค ข่าน กรณีปัญหาฆาตกรรม ทำให้ลอนดอนดูเหมือนมีปัญหาหนัก

และเหน็บเจ็บๆ ว่าซาดิค ข่านควรดูแลเมืองที่ตัวเองบริหารให้ปลอดภัยดีกว่า

ทรัมป์พูดเหมือนกับว่าความรุนแรงด้านฆาตกรรมในลอนดอนอยู่ในภาวะที่จะเอาไม่อยู่ เมื่อเอาตัวเลขคดีฆาตกรรมในเมืองต่างๆ ของสหรัฐฯ มาเทียบแล้ว ยังห่างกันมาก แต่พูดเพื่อเล่นงานซาดิค ข่านเพราะทั้งคู่เคยปะทะคารมกันก่อนหน้านี้หลายรอบ

ซาดิค ข่านถึงกับประกาศก่อนทรัมป์มาเยือนว่าอังกฤษไม่ควรปูพรมแดงต้อนรับทรัมป์ เป็นการไม่สมเกียรติภูมิอย่างยิ่ง เมื่อทรัมป์เหน็บเอาคืน ก็อ้างถึงคดีทำร้ายร่างกายในลอนดอนซึ่งส่วนใหญ่ผู้ก่อเหตุร้ายมักใช้มีดไล่แทงผู้เคราะห์ร้าย

ต่างกันมากกับปัญหาฆาตกรรมในสหรัฐฯ ซึ่งใช้อาวุธปืนสงครามร้ายแรงยิงคนทั่วไป เหตุร้ายเกิดได้ในสถานที่ต่างๆ ทั้งโรงเรียน สถานศึกษา และสถานที่สาธารณะ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตตั้งแต่หลายคนจนถึงหลายสิบคน โดยไม่เกี่ยวกับการก่อการร้าย

เกิดขึ้นแต่ละครั้ง ถ้ามีผู้เสียชีวิตมาก ทำให้คนอเมริกันรู้สึกช็อกกับสภาพปัญหา!

เป็นรูปแบบปัญหาสังคมอเมริกันโดยแท้ เพราะมีอาวุธปืนร้ายแรงได้โดยง่ายกว่าในประเทศอื่นๆ ความพยายามคุมเข้มไม่ประสบความสำเร็จเพราะกลุ่มผู้ผลิตอาวุธปืนมีเสียงสนับสนุนทางการเมืองแข็งแกร่ง เป็นผู้บริจาคเงินหาเสียงให้นักการเมืองต่างๆ

โดยเฉพาะนักการเมืองจากค่ายรีพับลิกัน ซึ่งมีความคิดแนวอนุรักษนิยม

กรุงลอนดอนมีปัญหาฆาตกรรมแน่ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุฆาตกรรม 4 ราย และนั่นเป็นเหตุให้ทรัมป์เล่นงานนายกเทศมนตรีลอนดอนในสงครามน้ำลายข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ก่อนนั้นมีนักวิจารณ์แนวขวาจัดให้ฉายาเมืองว่า “เมืองเสียบ”

เมื่อเอาตัวเลขจากตำรวจนครบาลมาเทียบกัน ปีที่ผ่านมา กรุงลอนดอนมีคดีฆาตกรรม 136 ราย คิดเป็นอัตราส่วนเท่ากับ 1.54 รายต่อประชากร 1 แสนคน ในปี 2017 ตัวเลขสูงกว่า อยู่ที่ 140 ราย หรือ 1.59 ต่อประชากร 1 แสนคน

ตัวเลขดังกล่าวรวมถึงกรณีมีคนร้ายขับรถไล่ชนคนเดินถนนย่านลอนดอน บริดจ์ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจัดในอยู่ในกลุ่มการก่อการร้าย

เมื่อเทียบกับตัวเลขคดีฆาตกรรมใน 30 เมืองของสหรัฐฯ กับประชากร 1 แสนคน อัตราของฆาตกรรมสูงกว่าลอนดอนมาก เช่น เมืองบัลติมอร์ ดีทรอยต์ ชิคาโก ซึ่งมีอัตราส่วนสูงถึง 55.8, 39.8 และ 24.1 ตามลำดับ มากกว่าในกรุงลอนดอนหลายเท่าตัว

เทียบกับเมืองอื่นๆ ในสหรัฐฯ ก็ได้เห็นตัวเลขในปี 2017 เช่น 7.0 ในลอสแอนเจลิส 11.5 ในฮิวสตัน 20.1 ในฟิลาเดลเฟีย 12.6 ในลาสเวกัส 12.5 ในดัลลัส 8.2 ในซานแอนโตนิโอ และ 9.5 ในฟีนิกซ์ โดยที่ลอนดอนอยู่ที่ 1.6

หน่วยงานตำรวจเอฟบีไอ ชี้ว่าตัวเลขการฆาตกรรมในเมืองต่างๆ ของสหรัฐฯ ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกันเพราะมีปัจจัย สภาพแวดล้อม สภาวะสังคม ชุมชนท้องถิ่นและความหลากหลายของคนสีผิว ที่มาที่ไป ความซับซ้อนต่างกันมากในแต่ละเมือง

รายงานประจำปี 2018 ของเอฟบีไอระบุว่าการเปรียบเทียบเชิงวิเคราะห์บนพื้นฐานและปัจจัยแตกต่างกัน อาจนำไปสู่ภาพที่ไม่สะท้อนกับความเป็นจริง และมุมมองประเมินจากความไม่สมบูรณ์จะส่งผลกระทบต่อความรู้สึก ชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน

หน่วยงานเอฟบีไอเตือนว่า มีความจำเป็นต้องศึกษารายละเอียด การวิเคราะห์อย่างรอบคอบ ในด้านสภาพของชุมชนแต่ละแห่ง และการบังคับใช้กฎหมาย การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ว่ามีขีดความสามารถ และจำนวนคนรับกับเหตุร้ายได้หรือไม่

อย่างเช่นมหานครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ตัวเลขอัตราส่วนของฆาตกรรมอยู่ที่ 3.4 รายต่อประชากร 1 แสนคน และตัวเลขคดีฆาตกรรมในเมืองนี้มีแนวโน้มลดลงในหลายปีที่ผ่านมา และอยู่ในระดับต่ำสุดในปี 2017

ตัวเลขของคดีฆาตกรรมในลอนดอนในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ผิดกับสภาพความเป็นจริง เพราะเป็นช่วงสั้นๆ ที่มีคดีฆาตกรรมสูงกว่าในกรุงนิวยอร์ก

คดีทำร้ายร่างกายและฆาตกรรมในกรุงลอนดอนโดยใช้มีดเป็นอาวุธ ถือว่าเป็นรูปแบบธรรมดา ได้พุ่งสูง 21 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2017

ตัวเลขคดีฆาตกรรมในลอนดอนเป็นข่าวดังเพราะสงครามน้ำลายระหว่างทรัมป์กับ ซาดิค ข่าน ซึ่งยืดเยื้อต่อเนื่องหลายปี ถือว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมา ล่าสุดก่อนการเยือนกรุงลอนดอนทรัมป์ได้เยาะเย้ยซาดิค ข่านว่าเป็น “ไอ้ขี้แพ้หมดสภาพ” อะไรทำนองนั้น

ทรัมป์เปิดฉากฉะก่อนเครื่องบินลงจอดด้วยซ้ำ ไม่เกรงใจประเทศเจ้าภาพ และคนอังกฤษซึ่งไม่ชอบขี้หน้าผู้นำสหรัฐฯ ก็จัดการเดินขบวนประท้วง มีลูกโป่งขนาดยักษ์เป็นรูปทรัมป์ตอนเด็ก ปล่อยลอยฟ้ากรุงลอนดอน โดยการอนุมัติอย่างเต็มใจ ของซาดิค ข่าน

ทรัมป์ยังเล่นงานซาดิค ข่านอีกว่าเป็น “ตัวร้าย” ฝีมือการบริหารก็ไม่เอาไหน แสดงความทรามต่อผู้นำประเทศซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของอังกฤษ “น่าจะไปแก้ปัญหาอาชญากรรมในกรุงลอนดอนให้สำเร็จ อย่ามายุ่งกับข้า” ทรัมป์ว่า

สงครามน้ำลายระหว่างคู่อาฆาตข้ามทวีปจะยังไม่จบง่ายๆ


กำลังโหลดความคิดเห็น...