xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลใหม่ “บิ๊กตู่คนหน้าเดิม” นี้ มีทั้ง “ยี้น้อยยี้ใหญ่”..?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”

“การใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้อง มันไม่ได้ทำให้คุณดูมีอำนาจ แต่ดูกลายเป็นคนบ้าอำนาจมากกว่า”

“คำพูด” ของใครคนหนึ่งเกี่ยวกับ “อำนาจ” เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นทั่วโลก รวมทั้งในชาติไทยของเรา เรื่องของการใช้ “อำนาจ” นั้น มีทั้งการใช้ “อำนาจ”ไปในทางที่ “ดี” เพื่อคนส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และใช้ “อำนาจ”ไปในทางที่ “เลว” เพื่อคนส่วนน้อยเอาเปรียบคนส่วนใหญ่ ดังที่เกิดขึ้นในสังคม “มือใครยาวสาวได้สาวเอา” นั่นเอง

อืม..นั่นเป็นเรื่องจริงที่มิได้อิงนิยายใดๆทั้งสิ้น อีกทั้งมิใช่จินตนาการในหนังการ์ตูน “ดิสนีย์” แห่งเมือง “ลุงแซม” แล้วก็ไม่ใช่การนอนฝันหวานถึงโลกสวยกลางทุ่งลาเวนเดอร์ด้วย

นี่เป็นเรื่องจริงของ “นายกฯ คนที่ 29 บิ๊กตู่” ที่เข้าสู่อำนาจด้วยการทำรัฐประหาร สำแดงตัวตนให้ประชาชนไทยมีทั้ง “รัก” ทั้ง ”ชัง” กับบทบาท “นายก ฯเผด็จการทหาร” ที่แสดงอารมณ์ “ผีเข้าผีออก-เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย”ได้อย่างคงเส้นคงวา

เพราะยามดี “บิ๊กตู่คนนี้” ก็ดีเหลือหลาย ยิ้มหวานยิ้มสวยรวยเสน่ห์ พูดจาหยอกล้อกับผู้คนอย่างเป็นกันเอง แถมยังตอบคำถามนักข่าวด้วยวจีไพเราะ เต็มไปด้วยเหตุด้วยผล มีจ๊ะมีจ๋าเสียด้วย ว้าว! “บิ๊กตู่คนนี้” จึงน่ารักน่ากอดน่าสนิทเนวินชิดชอบ..เอ๊ย..น่าหนิดหนมยิ่งนัก

แต่ยามร้าย “บิ๊กตู่คนเดียวกันนี้” ก็ร้ายเหลือแสน ด้วยการแสดงอาการกราดเกรี้ยวดุดันหน้าตาบึ้งตึง ใช้อารมณ์มากกว่าใช้เหตุผล ถามตอบนักข่าวด้อยเหตุด้อยผล บางคราก็ไร้เหตุผล “พูดจาเข้ารกเข้าพงลงเหวอารมณ์”ไปเลย บ่อยครั้งถึงกับหลุดคำสบถยุคพ่อขุนรามออกมาด้วย

ทำเอาครูบาอาจารย์ต้องอุดหูปิดตาลูกศิษย์ตัวน้อย มิให้ได้ยินได้เห็น “นายกฯ บิ๊กตู่” ยามมีอารมณ์ร้าย เพราะกลัวว่าเมื่อเติบใหญ่ หากลูกศิษย์ได้เป็นนายกฯ จะเอาไปเป็นแบบอย่าง

แต่เรื่องที่ครูบาอาจารย์เป็นห่วงยิ่งกว่าอารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ก็คือเรื่อง“พูดแล้วไม่ทำ” เรื่อง “ผิดสัจจวาจา” หรือ “พูดอย่างทำอย่าง” เพราะครูบาอาจารย์ทุกคน ต้องปลูกฝังให้ลูกศิษย์ยึดมั่นต่อการรักษาคำพูด ทว่า “นายกฯ บิ๊กตู่” ที่ประกาศโต้งๆว่า จะปฏิรูปชาติก่อนเลือกตั้ง แต่กลับไปจัดให้มีการเลือกตั้งโดยไม่มีการปฏิรูปชาติไทย!

นั่นเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีอย่างยิ่ง ด้วยถ้าลูกศิษย์คนไหนไม่ทำตามคำพูด แล้วโดนครูบาอาจารย์ตำหนิ ครูก็อาจโดนเด็กสวนกลับว่า “ครูมาว่าได้ไง..พวกผมทำเหมือนอย่างนายกฯบิ๊กตู่ทำเป๊ะๆ เลยนะ ก็แล้วทำไมครูไม่ไปต่อว่า “นายกฯ บิ๊กตู่”ล่ะ?”

อิอิ..นี่ยังดีนะที่ลูกศิษย์ไม่วิพากษ์ต่อว่า “แถมครูยังไปชื่นชมเชลียร์ “นายกฯ บิ๊กตู่” สุดลิ่มทิ่มประตูเสียอีก!” โดยไม่แยกแยะอย่างไร้อคติว่าส่วนไหนเรื่องไหน “บิ๊กตู่” ทำดีและทำไม่ดี เพราะแม้ “บิ๊กตู่” จะเป็น “นายกฯ” มีอำนาจล้นฟ้า แต่ “นายกฯ บิ๊กตู่” ก็เป็น “มนุษย์ปุถุชน” เช่นกัน ดังนั้น ไม่มีมนุษย์คนไหนดีไปหมดและเลวไปหมด..จริงไหม?

อย่างไรก็ตาม..เรื่องคำพูดกิริยาท่าทางไม่เหมาะสมของ “ผู้นำชาติ” แม้จะเป็นเรื่องสำคัญสมควรแก้ไข แต่ก็มิได้สำคัญไปกว่าผลงาน “ผู้นำชาติ” ว่า ทำเพื่อชาติและประชาชนเป็นหลักหรือเปล่า? ถ้า “ผู้นำชาติ” กับคณะรัฐบาลของเขา ทุ่มเทกำลังสมองกำลังกายกำลังใจมิรู้เหนื่อย สร้างผลงานใหญ่น้อยที่ดีมากมาย ให้กับชาติและประชาชนอย่างจริงจัง จนเรียกเสียงยกย่องชื่นชม “นายกฯ บิ๊กตู่” สนั่นไปทุกหัวระแหง

ถ้าผลงานดีงามเช่นนั้น ประชาชนส่วนใหญ่จะต้องพากัน “กดไลค์ กดเลิฟ กดฟอลโลว์” ยกขบวนอุ้มลูกจูงหลานไปลงคะแนน ให้พรรคหนุน “บิ๊กตู่” ชนะพรรคเครือข่าย “บิ๊กเหลี่ยม” แบบถล่มทลายขาดลอยในสนามเลือกตั้งอย่างแน่นอน..แม่นบ่?

ทว่า..การเลือกตั้งที่ไม่ปฏิรูปชาติครั้งนี้ ทำให้พรรคหนุน “บิ๊กตู่” (ที่อุตส่าห์ใช้กลยุทธ์นานาวิธีรวบรวมมา)ชนะพรรคเครือข่าย “บิ๊กเหลี่ยม” ได้ ส.ส.ในสภาผู้แทนด้วยคะแนนแบบปริ่มน้ำ โชคดีที่ “ลุงหมวก-มีชัย ฤชุพันธุ์” สร้างกติกา ให้ “บิ๊กตู่” มีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..เอ๊ย..ได้สิทธิ์ตั้ง “พรรค ส.ว.ทั้งสภา” และคงเพราะบรรดา ส.ว.ทั้งสภาชอบอ่านหนังสือกำลังภายในของ “โกวเล้ง” จึงซึมซับหลักคิด “บุญคุณต้องทดแทน” ทำให้มือ “ส.ว.249 คน” ชูสลอนโดยพร้อมเพรียง ราวกับถูกสะกดจิต

นั่นทำให้ “บิ๊กตู่”ได้คะแนนท่วมท้นชนะคู่แข่ง “บิ๊กธร” ได้เป็น “นายกฯ คนที่ 29/2” แบบสบายบรื๋อ!

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับ “บิ๊กตู่” ก็คือ จำนวนเสียง สส.ในสภาล่างของ “บิ๊กตู่” นั้น ชนะ ส.ส.เครือข่ายของ “บิ๊กเหลี่ยม” แบบปริ่มน้ำชนิดห้ามป่วยห้ามลาห้ามเข้าห้องน้ำ นั่นทำให้ “นายกฯ บิ๊กตู่” และรัฐบาลที่ยังตั้งไม่เสร็จ หนีไม่พ้นต้องเป็นนายกฯและรัฐบาล “เป็ดง่อย” อีกทั้งโอกาสจะอยู่ครบวาระ 4 ปีนั้น ยากยิ่งกว่า “บิ๊กตู่” เข็นครกยักษ์ขึ้นภูเขาเสียอีก

เพราะแค่การตั้ง ครม.รัฐบาลของ “นายกฯ บิ๊กตู่” ทั้งภายในพรรคแกนหลักเองกับพรรคร่วมรัฐบาลเกือบ 20 พรรค ซึ่งถือว่ามีพรรคร่วมรัฐบาลมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ย่อมเกิด “ศึกแย่งตำแหน่งรัฐมนตรี” กันอุตลุด เพราะตัวแทนการเจรจาตำแหน่งของพรรคแกนนำ ที่ตะลอนไปเชิญไปเจรจาต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างเปิดเผย กับพรรค ปชป. และ ภท. หาใช่ “ตัวจริง” ไม่ จึงไม่อาจชี้ขาดการให้หรือไม่ให้ตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้ได้

แต่นักเจรจาที่เป็น “ตัวปิด” กลับทำงานลับๆ เจรจายกตำแหน่งนี้ตำแหน่งนั้น ให้กับพรรค ปชป. กับ ภท.ไปเรียบร้อยแล้ว โดยไม่มีการปรึกษาหารือกับแกนนำพรรค พปชร.แม้แต่น้อย เล่นเอา “สี่กุมารอ้วนพี” แกนนำพรรค ที่ออกหน้าเดินงานตั้งรัฐบาล “บิ๊กตู่” ไม่ได้รับความเชื่อถือจากพรรค ปชป. และ ภท.

จนถึงขนาดเกิดความเห็นขัดแย้งกันเฉยเลย เพราะหัวหน้าพรรค พปชร. “อุตตม” บอก การตั้ง รมต.ยังเจรจากันไม่จบ ฝ่าย ปชป. และ ภท. สวนกลับว่า การเจรจาจบลงเรียบร้อยแล้ว เพราะ“นักเจรจาตัวกลม” ได้ตกปากรับคำ ยกตำแหน่ง รมต.ในกระทรวงสำคัญๆ ตามที่ ปชป. และ ภท. ต้องการ จนพออกพอใจกันไปหมดแล้ว ศึกจัดสรรตำแหน่ง รมต.นอกพรรค พปชร.จบลงด้วยดี

แต่ศึกจัดสรรตำแหน่ง รมต.ภายในพรรค พปชร.ยังไม่ยุติ แน่นอน..“บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก” ยังคงยึดกระทรวงเกี่ยวกับความมั่นคงไว้ในมือ ในขณะที่ “บิ๊กสมคิด” ต้องลดบทบาท ในฐานะ “ขุนพลเศรษฐกิจ”ลงไปโดยปริยาย เพราะได้คุมกระทรวงเศรษฐกิจแค่บางกระทรวงเท่านั้น เช่น คลังและอุตสาหกรรม เป็นต้น

ส่วนกระทรวงเศรษฐกิจ อย่างกระทรวง “พาณิชย์” และ “เกษตรฯ” นั้น ตกไปอยู่ในมือของพรรค ปชป. ส่วนกระทรวงเศรษฐกิจอย่าง “คมนาคม” และ “การท่องเที่ยวฯ” ก็ตกไปอยู่ภายใต้พรรค ภท. ขึ้นตรงต่อรองนายกฯ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” กับรองนายกฯ “อนุทิน ชาญวีรกุล” ซึ่งรองนายกฯ “สมคิด” จะทะเล่อทะล่าเที่ยวไปล้วงลูกข้ามพรรคแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ย่อมไม่ได้แน่นอน

งานนี้..รองนายกฯ “สมคิด” จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จเหมือนเดิม ก็ในโครงการพิเศษอย่างอีอีซี.เท่านั้น

ท่ามกลางสถานการณ์ “สงครามการค้า” อันแหลมคม ระหว่าง “มะกันทรัมป์” กับ “มังกรสี” คงไม่จบลงง่ายๆ ส่วนจะส่งผลกระทบต่อประเทศมากน้อยแค่ไหน เป็นเรื่องที่ “นายกฯ บิ๊กตู่” และทีมงานเศรษฐกิจ ทั้งรองนายกฯ “สมคิด-จุรินทร์-อนุทิน” ต้องจับมือกันตั้งรับให้ดี เพราะถ้าคิดต่างแล้วแตกแยกกันเมื่อไหร่ล่ะก้อ..เศรษฐกิจส่งออกกว่า 70% ของชาติ จะต้องประสบกับความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแน่นอน

ส่วน “บิ๊กสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” กับ “บิ๊กสมศักดิ์ เทพสุทิน” ก็ยังไม่แฮปปี้ จึงไม่เอนดิ้งกับตำแหน่ง รมต.ที่ “นายกฯ บิ๊กตู่” จัดสรรปันส่วนให้ แหม..ก็เขาอยากได้ “คมนาคม” กับ “เกษตรฯ” ดันไปเอาเก้าอี้กระทรวงอื่นมาให้เสียนี่!..

แต่ที่แน่ๆ รัฐบาลใหม่ “บิ๊กตู่หน้าเดิมคนนี้” หนีไม่พ้นต้องมีทั้ง “ยี้น้อย-ยี้ใหญ่” เพราะพรรคแกนนำหนุน “บิ๊กตู่” ไปทั้งดึงและดูดตัวให้มาช่วยให้ “บิ๊กตู่” ไปต่อ ก็ต้องได้รับการปูนบำเหน็จ ตำแหน่งในกระทรวงสำคัญเป็นการตอบแทน..

รัฐบาลใหม่ของ “นายกฯ บิ๊กตู่คนเดิม” เนี่ย ไม่มีวันจะทำให้ชาติและประชาชน “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”ได้เลย!?


กำลังโหลดความคิดเห็น...