xs
xsm
sm
md
lg

‘ลุงป็อปปูลาร์ 500 เสียง...’

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"โสภณ องค์การณ์"

หลังจากการลงทุนไปหลายพันล้านบาท จัดการเลือกตั้งทั่วไป เช่าอาคาร ทศท. จัดประชุมเลือกประธานสภาฯ และเลือกนายกฯ ได้คนเดิมคือ ลุงป็อปปูลาร์ จากนี้ไปบ้านเมืองจะเข้าสู่ยุคของการเมืองรัฐบาลผสม มีหลายกลุ่มผลประโยชน์ร่วมกัน

จัดสรรปันส่วนกระทรวงให้พรรคต่างๆ ที่เข้าร่วมหามคณะ 3 ลุง ซึ่งตั้งความหวังไว้ว่าจะรักษาอำนาจรัฐไว้ให้นานที่สุด แม้จะเป็นรัฐบาลเป็ดง่อย มีเสียงสนับสนุนของ สส. ในสภาฯ ระดับปริ่มน้ำ ดูแล้วน่าหวาดเสียวมากก็ตาม

เพราะการประลองกำลังเลือกนายกฯ มี 500 เสียง ที่หนุนลุง แต่ฝ่ายค้านมี 244 เสียง หักพวกงดออกเสียงไปแล้ว รัฐบาลผสมของลุงป็อปปูลาร์มีอำนาจน้อยลงเยอะก็จะมีเสียงเกิน 250 ไปไม่เท่าไหร่ ถ้ามีวาระประชุมสภาฯ ก็ต้องอยู่แบบตัวเกร็ง

ส.ว. ที่เป็นตัวช่วยลงคะแนนหามลุงป็อปปูลาร์ จะหมดบทบาทสำคัญ เว้นแต่จะถึงวาระเลือกนายกฯ ใหม่ ถือว่าจากนี้ไปเป็นการเมืองที่เหมือนการเดินไต่เส้นลวดข้ามอาคารสูง พลาดพลั้งไม่ระวังตัวให้ดี ก็จะตกลงมามีแมลงวันตอมก้นลงมาด้วย

โอกาสจะได้ประชุมร่วมกันระหว่าง ส.ส. กับ ส.ว. มีคะแนนเสียงหามให้อุ่นใจ ไม่มีอีกแล้ว นอกจากวาระสำคัญ แต่ถือว่าคุ้มเพราะบทบาทของ ส.ว. โดยเฉพาะกลุ่มพลเรือนได้รับบทองครักษ์ได้สมราคา บางรายน่าจะทำให้สารเคลือบผิวต้องหลบอาย

คู่ชิงเก้าอี้นายกฯ ดูแล้วเหมือนหมิ่นศักดิ์ศรีบารมีชื่อชั้นของลุง เพราะฝ่ายค้านชูหนุ่มห้าว ลงสนามการเมืองครั้งแรก ทาบชั้นกันไม่ได้ มาเป็นตัวล่อเป้าเพื่อเล่นงานลุง กะว่าจะให้จมเขี้ยว แม้จะไม่ถึงตาย แต่ก็ทำให้ลุงไม่ผ่านไปแบบต้นทุนต่ำอีกรอบ
การเยินยอลุงป็อปปูลาร์ของผู้ทรงวุฒิบางรายล้นแทบสำลัก ขาดเพียงแต่ว่าไม่ประกาศให้โลกรู้ว่ากลิ่นผายลมของลุงช่างหอมหวนอบอวลชวนดม ควรสูดลึกๆ เก็บไว้ในปอดให้นานที่สุด ลีลาการละเลงคารมอวย เป็นอันตรายต่อขนหน้าแข้งลุงมาก

ไปว่าพวกท่านไม่ได้หรอก เป็นภารกิจสำคัญ จำเป็นสำหรับอาชีพและการดำรงชีพ ปากหอยปากปูของใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง เงินเดือนแสนกว่า มีผลประโยชน์อย่างอื่นนานถึง 5 ปี ทำงานสัปดาห์ละไม่กี่วัน งานหลักคือเป็น คณะผู้พิทักษ์ 3 ลุง

ผ่านกระบวนการแรกไปแล้ว ลุงป็อปปูลาร์คงได้ซึ้งว่าการเป็นนักการเมืองเต็มคราบ ไม่มีอำนาจพิเศษ ขาลอยต้องมีนักเลือกตั้งคอยพยุงหามอย่างมีเงื่อนไข จะแตกต่างจากการเป็นผู้นำเผด็จการทหารในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา คำสั่งไม่มีใครกล้าหือ

ไม่อยู่ในที่ประชุมก็จริง แต่ลุงป็อปปูลาร์มีแผลเหวอะหวะไม่น้อย ต้องใช้เวลาเยียวยา ประคบประหงม หลังจากโดนเล่นงานโดยฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น โดยเฉพาะเรื่องบกพร่องคุณสมบัติสำหรับการเป็นนายกฯ ตัวเองไม่มีโอกาสได้ปกป้องด้วย

นี่เป็นการโหมโรงชิมลางเท่านั้น ถ้ามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือวาระสำคัญ จะโดนหนักกว่านี้ แต่ลุงป็อปปูลาร์ยังถือว่าโชคดีเพราะจอมโหดน้ำลายพิษสอบตก ไม่ได้เข้าสภาเพราะกลไกกลเกมวางกฎเลือกตั้ง ทำให้แกนนำกลุ่มเหลี่ยมหลุดหมด

ถ้าส่วนใหญ่ของพวกฮาร์ดคอร์อยู่กันพร้อมหน้า ป่านนี้เละไปแล้วด้วย! แต่พวกหน้าใหม่ กระดูกอ่อนก็ทำหน้าที่ได้ไม่เลวนัก เพราะได้รับรู้การสูญเสียอำนาจ การโดนรัฐประหาร และพวกเหยื่อด้วยกันเอง ก็ยอมโดนต้อนไปหามลุงให้อยู่ต่อได้

การอภิปรายเรื่องคุณสมบัติ ทำให้ลุงบอบช้ำ เลือดออกซิบๆ แต่ฝ่ายค้านก็ไม่ได้เปรียบมากนักเพราะไม่สามารถหาหลักฐานแน่นหนามามัดเอาตัวให้อยู่ได้ และยังไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องอยู่ภายไต้การควบคุมของประธานชวน หลีกภัย

แต่ลุงก็รอดมาได้ ไม่ต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพียงปริ่มน้ำน่าหวาดเสียว ต้องรอการอภิปรายวันรัฐบาลแถลงนโยบายว่าจะโดนกระหน่ำหนักสาหัสแค่ไหน เสียงสนับสนุนจะยังแน่นหนา ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงที่ลงตัวทุกฝ่ายหรือไม่

ลุงป็อปปูลาร์เป็นมนุษย์มีจุดเดือดต่ำ คราวนี้ไม่ต้องประลองเกมน้ำลายเอง

อาศัย ส.ส.เป็นตัวช่วยก็มีไม่มาก ส่วนใหญ่มีผู้ทรงวุฒิป้อนยาหอมผสมลูกยอให้เต็มที่ จนบางพวกทนไม่ได้กับมหกรรมเชลียร์ที่ผู้ทรงวุฒิแข่งกันทำผลงานให้เข้าตาผู้มีอำนาจ จะได้ต่อทอดยาวตำแหน่งโดยการแต่งตั้ง ให้คนทั้งโลกอิจฉาตาร้อน

รัฐบาลผสมจะอยู่ด้วยกันอย่างราบรื่น ผลประโยชน์ลงตัวหรือไม่ เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ ที่เริ่มเห็นความไม่แน่นอนก็คือวันถัดจากการเลือกในสภาฯ ก็มีเสียงร่ำลือว่าพรรคแกนนำหามลุงของ 2 กุมารอ้วนพีพลิกเกม ตั้งท่าขอ 3 กระทรวงสำคัญคืน

เพียงแต่ครั้งนี้วางแผนยืมมือลุงป็อปูลาร์ซึ่งมีอำนาจจัดตั้งรัฐบาลเป็นคนกำหนดว่าใคร จากพรรคใด ควรได้นั่งกระทรวงอะไร ไม่มีใครกล้าขวางเพราะลุงได้เป็นนายกฯ สมใจอยากแล้ว ไม่ต้องพึ่งพาเสียงอีกแล้ว เว้นแต่จะถึงวาระสำคัญ

ถ้ากลุ่ม 4 กุมารอ้วนพี และ 3 มิตรเล่นเกมหักโหดเช่นนี้ ย่อมทำได้เพราะถือไพ่เหนือกว่า อ้างว่าเป็นดุลพินิจของลุงป็อปปูลาร์ในการเลือกคนนั่งใน ครม. โดยต้องให้เหมาะสมกับความรู้และสายงาน แนวนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน

นั่นแหละ การเลือกคนนั่งเก้าอี้ ครม. จะเป็นตัววัดความนิยมเช่นกันว่าดูสภาพแล้วจะเรียกความน่าศรัทธา ไว้วางใจได้เพียงใด และลุงต้องคุมให้อยู่ จะปล่อยให้ทุกฝ่ายเร่งทำมาหากินถอนทุนคืน บวกกำไรเอาไว้ทำศึกเลือกตั้งครั้งหน้าโล่งโจ้งไม่ได้

ยิ่งไม่มีช่วงฮันนีมูนด้วย เพราะฝีมือของลุงและพวกมีเท่าไหร่ก็เห็นกันอยู่ และการต้องอยู่ร่วมกับคนอื่นโดยไม่มีอำนาจพิเศษ ลุงต้องทำตัวเป็นนายวจีไพเราะ จะกระโชกโฮกฮากกับคนอื่นใน ครม. เหมือนเดิมก็ไม่ได้ เพราะไม่มีใครเลือกลุงเข้ามา

ครั้งแรกลุงเข้ามาด้วยวิธีต้นทุนต่ำ มีอำนาจปืนหนุน คราวนี้ก็มาจากต้นทุนต่ำ แต่ขาลอย มีแผลและจุดเปราะบางรอบตัว ถ้าพรรคใดขอถอนตัว ก็จะยุ่งถึงขั้นอยู่ยาก การเมืองไทยจึงเป็นเรื่องของผลประโยชน์ล้วนๆ ถ้ายังลงตัว ก็ไม่มีความขัดแย้ง

บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ดีขึ้นหรือเลวลง ไม่มีใครคาดการณ์ได้ ใครก็ไม่กล้าเดาด้วย ปล่อยให้เป็นไปตามกระแสเวรกรรม และพฤติกรรมของลุงและคณะ ชาวบ้านหวังแต่เพียงว่า ถ้าไม่ดีขึ้น ก็ให้แย่เท่าเดิม อย่าร่วมโกงกินให้บ้านเมืองล่มจม


กำลังโหลดความคิดเห็น...