xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลทหารซูดานเล่นบทโหด

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

ประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาชีร์ แห่งซูดาน
วิกฤตการเมืองของซูดานส่อแววว่าจะลุกลามต่อไป เมื่อประชาชนยังคงชุมนุมประท้วงการกุมอำนาจรัฐโดยคณะรัฐประหารภายใต้ผู้นำ นายพลอับเดล ฟัตตาห์ อัลเดล ราห์มาน เบอร์ฮาน ซึ่งอ้างว่าเป็นองค์กรบริหารบ้านเมืองอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี

การชุมนุมประท้วงโดยประชาชนซูดานได้เกิดในช่วงรัฐบาลนำโดยอดีตประธานาธิบดี โอมาร์ อัล-บาชีร์ ซึ่งอ้างความทุกข์ยากลำบากด้วยค่าครองชีพสูง ตั้งแต่ราคาของขนมปังได้เขยิบขึ้น ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา และขยายตัวไปเมืองใหญ่

อัล-บาชีร์ อยู่ในอำนาจนานเกือบ 30 ปี ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ตัดสินใจยุบสภาในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ประชาชนยังคงชุมนุมประท้วงต่อเนื่อง รัฐบาลสั่งให้เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยทำการปราบปรามจนถึงขั้นใช้กระสุนจริง

กองทัพทำการรัฐประหารในช่วงต้นเดือนเมษายน ล้มรัฐบาลนายอัล-บาชีร์ และจัดตั้งสภาทหารช่วงเปลี่ยนผ่าน ประชาชนไม่พอใจเพราะเห็นว่าอยู่ในอำนาจนานเกินไป หลังจากต่อรองว่าจะอยู่ในอำนาจนานเพียง 9 เดือน ภายหลังก็ล้มข้อตกลงประเด็นนี้

ประชาชนยังประท้วงต่อเนื่อง ด้วยการนั่งชุมนุมหน้าที่ทำการกองทัพซึ่งไม่ยอมอ่อนข้อ และเริ่มเล่นบทโหดมากกว่าเดิม ด้วยการสั่งให้กำลังกองทัพและหน่วยสนับสนุนเข้าปราบปรามโดยใช้ความรุนแรง ใช้กระสุนจริง และวิธีการข่มขู่คุกคาม ลอบสังหาร

ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในการปะทะที่เมืองคาร์ทูม ล่าสุดมีผู้ประท้วงเสียชีวิต 60 ราย หลังจากความรุนแรงที่มีนาน 2 วัน ยังมีการนั่งชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ คณะรัฐประหารไม่ยอมลดราวาศอก เดินหน้าเต็มที่เพื่อหยุดการต่อต้านรัฐบาลชั่วคราวให้ได้

หน่วยที่ใช้กำลังและความรุนแรง ไม่ใช่เพียงกองทหารประจำการ แต่ยังมีกองกำลังผสม ซึ่งตระเวนไปตามถนนและทำร้ายผู้ประท้วงโดยไม่เกรงกฎหมาย

ประชาคมโลกได้ประณามคณะรัฐประหารเมื่อใช้ความรุนแรง นำไปสู่การประลองพลังระหว่างประเทศที่ต่อต้านรัฐบาลชั่วคราว และพวกที่สนับสนุนผู้นำกองทัพ เมืองคาร์ทูมอยู่ในสภาพเหมือนถูกปิดตายโดยกองกำลังของรัฐ ประชาชนเข้าออกลำบาก

นั่นเป็นความพยายามของหน่วยอารักขารัฐบาลที่ต้องการขับผู้นั่งชุมนุมประท้วงหน้ากองบัญชาการกองทัพให้ได้ แม้ต้องใช้เจ้าหน้าที่อุ้ม ลากออกไปจากพื้นที่นั้น เจ้าหน้าที่ได้ยิงปืนขึ้นฟ้า ตระเวนรื้อถอนสิ่งกีดกั้นที่ขวางถนนในเมืองหลวง

ทหารพร้อมอาวุธหนักยังได้จัดกำลังควบคุมเมืองออมเดอร์มาน ซึ่งใหญ่อันดับสองรองจากคาร์ทูม และตั้งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำไนล์ ตัวแทนของรัฐบาลอังกฤษและเยอรมนีได้พยายามเสนอผ่านที่ประชุมสหประชาชาติให้รัฐบาลหาทางออกโดยสันติ

แต่ข้อเสนอถูกสกัดโดยตัวแทนประเทศจีน และได้รับการสนับสนุนโดยรัสเซีย

เท่ากับว่าผู้นำรัฐประหารไม่ยอมคืนอำนาจ เปิดทางให้ไปสู่การเลือกตั้งและหวนคืนสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทั้งพยายามรื้อโครงสร้างต่างๆ ที่ถูกจัดตั้งภายใต้รัฐบาลก่อน ทั้งยกเลิกข้อตกลงต่างๆ เลิกเจรจากับตัวแทนผู้ประท้วง

ใช้อำนาจกองทัพและปืนเพื่อให้อยู่ต่อจนครบเวลา 3 ปี แต่นั่นไม่มีใครรับประกันว่าสันติภาพจะเกิดขึ้นถ้ายังมีการประท้วงและการปราบปรามอย่างรุนแรง รัฐบาลสหรัฐฯ อังกฤษ และนอร์เวย์ได้แสดงความกังวลกับสถานการณ์รุนแรง และให้มีรัฐบาลพลเรือน

รัฐบาลทหารได้ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์วันจันทร์ที่ผ่านมา ว่ากำลังดำเนินมาตรการจัดการกับพวกก่อกวน ก่อความไม่สงบ และพวกอาชญากรระดับปลายแถว และคุ้มครองปกป้องความปลอดภัยด้านชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ฝ่ายประท้วง นำโดยสมาคมผู้ประกอบอาชีพชาวซูดาน ได้เรียกร้องให้ประชาชนใช้มาตรการรณรงค์เพื่ออารยะขัดขืน เลี่ยงความรุนแรง ล้ม “รัฐบาลทหารนักฆ่า” ให้สำเร็จ

สหประชาชาติก็เรียกร้องให้รัฐบาลและทางการซูดานมีการตั้งคณะสอบสวนการกระทำต่างๆ เช่นฆาตกรรมและอาชญากรรมต่างๆ และนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ขณะเดียวกันก็มีความกังวลว่าความรุนแรงจะขยายตัวถ้ายังหาทางออกไม่ได้

ซูดานกำลังอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน ถ้าจัดการเลือกตั้งทันที เป็นที่คาดหวังว่ากลุ่มอำนาจเก่าและยังมีเครือข่ายลงรากฝังลึก จะสามารถชนะการเลือกตั้ง และหวนคืนมาอีก และนั่นจะทำให้เกิดการล้างแค้น เกิดการสู้รบ ลุกลามไปเป็นสงครามกลางเมือง

เห็นได้ชัดประชาชนซูดานมีความเด็ดเดี่ยวที่จะจัดการรัฐบาลทหาร แม้แต่ช่วงเทศการรอมฏอน การประท้วงก็ยังมีอยู่ต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่เป็นวาระสำคัญทางศาสนา รัฐบาลทหารคงต้องสังหารประชาชนมากขึ้น ถ้ามีการประท้วงและขยายตัวไปเมืองอื่นๆ

ระหว่างที่สวดมนต์ ก็มีเสียงเรียกร้องและขานรับให้มีการปฏิวัติโดยประชาชน

ในการชุมนุม มีการส่งหน่วยอาสาเพื่อตระเวนไปขอรับการสนับสนุนด้านการเงิน อาหารตามบ้านต่างๆ บริษัท ห้างร้านใช้รถขนน้ำดื่มและอาหารไปให้ผู้ประท้วง ทำให้ปักหลักได้อยู่ต่อเนื่องโดยไม่มีปัญหาขาดแคลนปัจจัยเพื่อต่อสู้ให้บรรลุเป้าหมาย

ประชาชนผลัดเปลี่ยนขึ้นปราศรัย เอาเรื่องการปราบปรามอย่างโหดร้ายทารุณโดยกำลังเจ้าหน้าที่รัฐ ยอมทนกับอากาศร้อนจัดในช่วงกลางวันซึ่งอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส การจราจรติดขัด มีคิวยาวหน้าตู้เอทีเอ็ม ปั๊มน้ำมัน และร้านจำหน่ายขนมปัง

ความกังวลโดยทั่วไปก็คือ ซูดานจะเป็นสมรภูมิ สำหรับสงครามกลางเมืองแห่งใหม่ในแอฟริกาหรือไม่ หลังจากได้เผชิญวิกฤตต่างๆ จนทำให้ประเทศพัฒนาไปอย่างล่าช้า จะเป็นเวทีสำหรับการแทรกแซงโดยกลุ่มประเทศมหาอำนาจเพื่อสร้างอิทธิพล

ชาวซูดานคงต้องดิ้นรนต่อไป ทำให้การบาดเจ็บเสียชีวิตเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้
กำลังโหลดความคิดเห็น...