xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ตั้งรัฐบาล“ติดหล่ม” สุดท้ายพบกันครึ่งทาง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - เพราะเสียงปริ่มน้ำ เลยทำให้ทุกพรรคมีราคาต่อรองสูงกว่าปริมาณส.ส.ในมือ ต่างจากในอดีตที่พรรคแกนนำ รวบรวมตัดความตั้งแต่หลังปิดหีบไม่ถึง 24 ชั่วโมง

แต่การจัดตั้งรัฐบาลเที่ยวนี้ ถึงเลยมา 2 เดือนกว่า ทำท่าจะเป็นรูปเป็นร่างตอนวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ที่บรรดาพรรคที่อยู่ในขั้วนี้ โหวตเป็นเอกภาพให้ “นายหัว”ชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาฯ คนล่าสุด

ได้เห็นรูปร่างหน้าตากันวันนั้น ตามโพยที่คาดการณ์ พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา สุดท้ายเป็นเนื้อเดียวกัน ที่ผ่านมาเป็นแค่ละครปาหี่ช่วงชิงเก้าอี้เสนาบดี ให้พรรคตัวเองได้ผลประโยชน์มากที่สุด

ตามด้วยบทเจ้าบ่าวของพรรคพลังประชารัฐ ที่แห่ขันหมากไปสู่ขอประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ในอีกวันต่อมา บรรยากาศชื่นมื่น ก่อนที่อีกวันต่อมาเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังเท้า เปิดเรือนต้อนรับ แต่ไม่ได้หมายความว่า“ผู้ใหญ่”จะยกเจ้าสาวให้

เรื่องของเรื่อง เพราะ“สินสอด”ไม่ลงตัว ฝั่งเจ้าบ่าวก็มองว่า ฝั่งเจ้าสาวเรียกแพงเกินไป ในขณะที่ฝั่งเจ้าสาวก็เล่นตัว อยากได้ของดี ต้องใจป้ำ มันเลยทำให้งานแต่งค้างเติ่ง

เจ้าสาวจะเป็นหม้ายขันหมากหรือไม่ ต้องจับตา ตามคิวที่คนในพรรคพลังประชารัฐ ก็ยังจัดสรรผลประโยชน์กันไม่ลงล็อก แถมยังจะมีประชาธิปัตย์มาดึงสัมปทานออกไปให้เหลือน้อย แล้วจัดยากยิ่งกว่าเดิม

2 เหตุผลใหญ่ในพลังประชารัฐ ที่คัดค้านการมอบสินสอดเกินจริง คือ เหตุใดต้องให้ทั้งหมดที่ขอ เพราะตามธรรมเนียมปฏิบัติ พรรคแกนนำยังต้องถือกระทรวงหลักเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย ขณะที่ค่ายสีฟ้าเองก็ไม่ได้มีเสียงมากมายอะไร แค่ครึ่งร้อย แต่ถวายพานให้หมด

กับหลายนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ต้องการการต่อยอดเพื่อผลิดอกออกผลในวันข้างหน้า หลังตั้งหน้าตั้งตาปลุกปั้นกันมาตลอด 5 ปี ถ้าไม่มีอยู่ในมือ ไม่มีการันตีว่าจะได้สานต่อ หรือหากอยู่ในมือคนอื่น จะเละหรือไม่

ตามสถานการณ์ ยิ่งดีล ยิ่งเข้าเนื้อ กระทรวงด้านเศรษฐกิจสำคัญ โดนแฝดคนละฝาอย่างประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ดึงไปเกือบหมด ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เหลืออยู่แค่กระทรวงการคลัง กระทรวงเดียว

กระทรวงที่เสียไป เกี่ยวกับบิ๊กโปรเจกต์ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งนั้น ดอกผลที่หวังจะมากลบภาพลักษณ์ไร้ฝีมือในการบริหารเศรษฐกิจ ผลงานที่ตั้งใจจะฝากเอาไว้เป็นภาพจำ มีอันส่อเป็นหมัน

เพราะในสภาพการณ์จริง การเสียกระทรวงเหล่านี้ไป เหมือนตัดมือตัดไม้ “บิ๊กตู่”และทีมออก แล้วกลายเป็นแค่นายกฯ และรัฐบาลสมใจ แต่ไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการกำหนดแนวทาง และการบริหารงานของรัฐบาล

อาการเดียวกับประชาธิปัตย์ ที่ดัน “เดอะมาร์ค”อภิสิทธ์ เวชชาชีวะ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่บริหารตามแนวทางของตัวเองไม่ได้ เพราะกระทรวงใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ ตกไปอยู่ในมือกลุ่มเพื่อนเนวินทั้งหมด แม้แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังตกไปอยู่ในมือพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคชาติไทยพัฒนา

  กลายเป็นว่า เป็นรัฐบาลสมใจ แต่ไม่มีผลงานอะไรเพื่อจะเอามาเคลมหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้เลย บทสุดท้ายแพ้พรรคเพื่อไทย เละคาสนาม

แล้วมันก็อลเวงตรงที่คนจัดตั้งรัฐบาล กับคนจะบริหารประเทศ มีแนวคิดที่แตกต่างกัน ผู้มากบารมีนอกรัฐบาลใช้หลักการต่อรอง แบบวิน - วิน เพื่อให้ตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ จัดสรรให้ทุกพรรคมีความพอใจ แต่สุดท้ายไม่เหลือเครื่องไม้เครื่องมือให้คนทำงาน

มันเลยติดหล่มไปไหนไม่ได้ !

ประชาธิปัตย์ก็เล่นตัว เพราะถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญ ไม่มีค่ายเก่าแก่ พลังประชารัฐก็ตั้งรัฐบาลลำบาก อาจมีเสียงส.ว.มาโหวตช่วยให้สมหวังในเก้าอี้นายกฯ แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดอยู่ดี เพราะมีเสียงข้างน้อยในสภาฯ บริหารประเทศไม่ได้

ขณะที่ผู้มีอำนาจตัวจริงในพลังประชารัฐ ก็ชักจะรำคาญกับบทเล่นตัวเกินงาม เริ่มมีอารมณ์ปล่อยไม้ตาย ถ้าตั้งไม่ได้ก็ยุบสภาสั่งสอน ตามคิวที่รู้ว่า จุดอ่อนของประชาธิปัตย์ คือ ทุนทรัพย์และกระแสที่ไม่ดี ถ้ามีเลือกตั้งใหม่ในเร็ววันรับรองยับยู่ยี่ แน่

การเลือกตั้งที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์โดนพลังประชารัฐ แย่งทุนรอนไปหมด จนไม่มีกระสุนดินดำ ครั้งหน้าก็ยังหาไม่ทันเพราะมันทับซ้อนกับพรรคผู้มีอำนาจ ไหนจะบุคลิกเอาแต่ใจ ที่ประชาชนอดรนทนไม่ได้ ขู่ฟ่อเลยว่า ถ้าท่ามากเลือกตั้งครั้งต่อไป เตรียมตัวสูญพันธุ์

เพราะประชาธิปัตย์อยู่ในช่วงขาลง ต่อให้หันไปหนุนขั้วพรรคเพื่อไทย และอนาคตใหม่ ก็ไม่ได้ทำให้กองเชียร์ฝั่งนั้นจะหันมากา เพราะนี่คือศัตรูตัวฉกาจที่ไม่มีวันญาติดี เทใจให้ เสียงรบเร้าให้มาอยู่ก็แค่ต้องการโดดเดี่ยวพลังประชารัฐ เพื่อสกัด “บิ๊กตู่”สืบทอดอำนาจ

หากแต่ไพ่ใบสุดท้ายอย่างการยุบสภา มันเสี่ยงเอาการสำหรับพลังประชารัฐไม่น้อย แม้จะสะใจจากการแก้เผ็ดประชาธิปัตย์ แต่อย่าลืมว่า หากเลือกตั้งใหม่คะแนน และตัวเลข ส.ส. มีโอกาสสูงที่จะได้น้อยลง

ตามกระแสปัจจุบัน ที่ประชาชนเริ่มจะไม่โอเคกับการเอาเปรียบคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นสูตรการนับคะแนนที่คลางแคลงใจ การไต่สวนคดีเฉพาะฝ่ายตรงข้าม คนไทยขี้สงสาร อาจปันใจไปเทคะแนนให้พรรคอนาคตใหม่ของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ”แทน

ตามประสาคนไทยขี้สงสารจะพาลไปเลือก “มวยรอง”ให้พลิกสถานการณ์

ยุบสภา จึงน่าจะเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบชั่วคราว และทางออกท้ายๆ กรณีวุ่นวายจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ต้องรีเซตกันใหม่ เพื่อตั้งหลัก

แต่สถานการณ์คงยังไม่ถึงขนาดนั้น อยู่ที่การเจรจาต่อรองเรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีที่ลงตัว โดยเฉพาะคนในพรรคพลังประชารัฐ ยอมเสียได้ แต่อยู่ในระดับเข้าใจได้ เหลือเครื่องมือในการผลิตผลงาน ไม่ใช่ไปประเคนฝั่งนั้นหมด ขณะที่ประชาธิปัตย์ได้สมน้ำสมเนื้อ เพื่อนำมาฟื้นฟูพรรค

  ต้องเจอกันคนละครึ่งทาง!

ทว่า ครึ่งทางนี้ไม่ง่าย เพราะต่างฝ่ายต่างเล่นแง่ใส่กัน ดูแล้วถ้ายังไม่จบ ฝุ่นตลบไม่มีวี่แวว ต้องอาศัย “สิ่งศักดิ์สิทธิ์”เข้ามาสงบศึก เพื่อให้คลี่คลาย ประเทศเดินไปข้างหน้า




กำลังโหลดความคิดเห็น...