xs
xsm
sm
md
lg

ต้องแก้รัฐธรรมนูญพิกลพิการ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: สุรวิชช์ วีรวรรณ


ตอนนี้ยังไม่มีใครมั่นใจว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งนั้นจะเกิดขึ้นได้ แม้คงเป็นไปตามที่พูดกันว่าลุงตู่จะอยู่ต่อ เพราะถ้ายังตั้งไม่ได้ก็จะยังอยู่กับลุงตู่ต่อไป โดยเป็นลุงตู่ที่มีมาตรา 44 อยู่ในมือ สามารถทำให้เหาะเหินเดินอากาศได้

มีคำถามที่ถกเถียงกันในทางกฎหมายนะครับว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีตอนนี้นั้น สามารถที่จะยุบสภาได้หรือไม่ มีคนบอกว่าทำได้มีคนบอกว่าทำไม่ได้ มีบางคนบอกว่า ทำได้อยู่แล้วเพราะมีมาตรา 44 แต่มีคนโต้แย้งว่า มาตรา 44 นั้นแม้ยังมีอยู่ แต่บทเฉพาะกาลนั้นเขียนให้ใช้ได้อย่างจำกัด

มีคนบอกว่าเลือกตั้งเสร็จแล้วตั้งรัฐบาลไม่ได้ ถ้าใช้มาตรา 44 ไปยุบสภาก็พังแน่ แถมเลือกตั้งใหม่มั่นใจว่า จะชนะเหรอ อาจแพ้หนักกว่าเดิม เพราะพรรคเพื่อไทยครั้งที่แล้วแตกพรรค ส่งไม่ครบ แล้วให้พรรคไทยรักษาชาติส่งบางเขตแต่ต่อมาพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบทำให้ ส.ส.ผิดเป้าแล้วหวยไปออกที่พรรคอนาคตใหม่ แต่คนกลับมองเป็นพลังศรัทธาของธนาธร ทั้งที่จริงๆ แล้วได้คะแนนไปจากพรรคไทยรักษาชาติและเขตที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้ส่งนั่นเอง

ตอนนี้พรรคเพื่อไทยก็เห็นแล้วว่า เขาผิดพลาดที่ส่งไม่ครบ 350 เขต ทำให้ปาร์ตี้ลิสต์ไม่มีทางได้ เพราะเขาเอาคะแนน 350 เขตมารวม พอส่งแค่ 250 เขตก็เท่ากับอีก 100 เขตเป็นศูนย์ ที่สำคัญคนเขาเห็นวิธีคิดอันพิลึกพิลั่นของ กกต.แล้ว ถ้าวิธีคิดแบบนี้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า ถูกก็จะมีคนเล่นกับวิธีคิดแบบนี้กันสนุกแน่

ผมว่ามันก็แปลกนะครับสมมติว่า ทุกพรรคได้คะแนนกันหารแบบลงตัวโดยมองในทางทฤษฎีนะครับ แม้จริงๆ แล้วไม่มีทางหรอกจะเป็นแบบนี้ แต่ผลจะทำให้ทุกพรรคได้จำนวน ส.ส.ตามสัดส่วนที่แต่ละพรรคพึงมี และเมื่อคิดสมการเผื่อไว้เพื่อหาค่าในกรณีที่เป็นเศษก็ต้องมีผลลัพธ์ออกมาเพื่อให้ไม่ขัดแย้งกับโจทย์ ซึ่งจริงๆ มีหลายฝ่ายคิดให้ดูแล้วสามารถคิดผลลัพธ์ที่ไม่ขัดกับโจทย์ออกมาได้

แต่ กกต.กลับไปใช้วิธีคิดอีกแบบกลายเป็นว่า หลายพรรคได้ต่ำกว่าสัดส่วน โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่นั้นได้ต่ำกว่าหลายที่นั่ง เพราะคิดแบบ กกต.พอเป็นเศษจำนวนเต็มของแต่ละพรรคหายไปต่ำกว่าค่าพึงมี ทำให้เท่ากับว่า จำนวนเศษนั้นใหญ่กว่าจำนวนเต็ม
ก็ต้องรอดูว่า ศาลรัฐธรรมนูญท่านจะชี้ว่า กกต.คิดถูกแล้ว ซึ่งผมคิดว่ามันมีปัญหาในทางคณิตศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ตรรกศาสตร์ และทุกศาสตร์ในโลกนี้เลยก็ว่าได้

เราอย่าไปมองนะครับว่าการคิดแบบนี้ดีแล้ว เพราะทำให้พรรคอนาคตใหม่ได้ต่ำกว่าค่าพึงมีหลายที่นั่ง แล้วทำให้ได้พรรคเอื้ออาทร 11 พรรค อย่าคิดแค่ว่าเมื่อเราอยู่ตรงข้ามกับธนาธรวิธีคิดแบบนี้ถูกต้องแล้ว แถม ส.ส.ปัดเศษยังมาสนับสนุนฝั่งที่เราสนับสนุนด้วยทำให้ฝั่งเราพลิกมาเป็นเสียงเกินกึ่งหนึ่ง เพราะเมื่อกติกาแห่งความไม่ถูกต้องยังอยู่ มันจะถูกเวียนมาใช้กับฝ่ายเราด้วยในวันหนึ่ง

แถมการเลือกตั้งโดยใช้บัตรใบเดียวก็เป็นวิธีที่ตลก บอกว่าบัตรใบเดียวนั้นเลือก ส.ส.เขตด้วย เลือกนายกรัฐมนตรีด้วย แต่เขตไหนที่พรรคไม่ส่งผู้สมัครประชาชนไม่สามารถลงคะแนนให้พรรคนั้นได้ ทำให้หลายเขต ประชาชนถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้เลือกนายกรัฐมนตรีที่ตัวเองอยากเลือก เพราะพรรคนั้นไม่ส่ง ส.ส.เขตลงในพื้นที่ ทำให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพไม่เท่ากัน และทำให้ทุกคนไม่มีสิทธิ์เลือกผู้สมัครที่เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเสมอภาคกัน

นี่เป็นแค่วิธีการเลือกตั้งนะครับที่ผมคิดว่าควรจะต้องแก้ไข ยังมีหลายอย่างอีกมากที่มีคนออกมาชี้ข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ผมจึงเห็นด้วยอย่างมากที่เงื่อนไขหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์เสนอว่า ถ้าให้ร่วมรัฐบาลจะต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญ ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์นั้นมีจุดยืนชัดเจนมาแล้วแต่ต้นว่าคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

เราทราบกันดีว่า กติกาการเลือกตั้งที่เขียนขึ้นมาในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พ่วงกับบทเฉพาะกาลนั้น มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางการเมือง แต่ผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว อีกฝ่ายแม้ถือแต้มต่อที่เหนือกว่าก็ไม่สามารถชนะอีกฝ่ายได้อย่างเด็ดขาด แถมยังส่งผลให้ประเทศมีรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพ เมื่อไม่มีเสถียรภาพก็ไม่สามารถบริหารบ้านเมืองได้อย่างราบรื่น และผลเสียก็จะตกกับประเทศไทยในการแข่งขันกับนานาประเทศ

รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเป็นรัฐธรรมนูญที่ทำร้ายประเทศตัวเอง

แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ถูกทำให้เป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ไขได้ยากมาก โดยเฉพาะในยุคที่ ส.ว.มาจากการกดปุ่มของ คสช.เพราะการแก้รัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 นั้นต้องมีเสียง ส.ว.เห็นชอบด้วย โดยให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ซึ่งในจํานวนนี้ต้องมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา

หนึ่งในสามของจำนวน ส.ว.ก็คือ ต้องมี ส.ว.ถึง 84 คนเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ต้องพูดถึงวาระอื่นนะครับเอาแค่วาระที่ 1 ก่อนก็รอดยากแล้ว ถ้าไม่มีไฟเขียวจากคนทำคลอด ส.ว. ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยที่พรรคประชาธิปัตย์จะต้องยื่นเงื่อนไขนี้ในการเข้าร่วมรัฐบาล

ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีอะไรจะเสียครับ เพราะถ้าเข้าร่วมรัฐบาลก็ต้องคิดเผื่อไว้ว่า ถ้าเลือกตั้งใหม่จะหาเสียงอย่างไร เพราะคนเห็นแล้วว่า พอเลือกเสร็จก็อ้างเหตุผลในการเปลี่ยนเงื่อนไขได้ก็คงไม่มีใครอยากเชื่อคำพูดอีก ต้องคิดว่า ถ้าเข้าร่วมคนที่เลือกพรรคครั้งนี้จะคิดอย่างไร หรือคนที่ทิ้งพรรคไปจะกลับมาไหม แถมเข้าไปแล้วก็ยังเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำอยู่ดี

ถ้าไม่เข้าร่วมก็จะยังรักษาจุดยืนของพรรค แต่จะถูกกล่าวหาจากคนที่ทิ้งพรรคไปสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐว่า เห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศ และถูกกล่าวหาว่าเป็นแนวร่วมมุมกลับของระบอบทักษิณ แต่ถ้าเข้าร่วมแล้วรัฐบาลไปได้ดี คนที่ทิ้งพรรคไปก็ยังเลือกพรรคพลังประชารัฐเหมือนเดิม

ยังไงเสียด้วยเสียง ส.ว.แต่งตั้งก็สามารถตั้งรัฐบาลเพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อได้อยู่แล้ว จึงมีเสียงขู่จากฝั่งพรรคพลังประชารัฐว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เข้าร่วมก็จะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วยุบสภาเลือกตั้งกันใหม่ แต่ก็ไม่น่าจะมีอะไรที่พรรคประชาธิปัตย์จะเสียไปมากกว่านี้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ

ไม่ว่าจะออกทางไหนก็เห็นชัดว่ารัฐบาลหลังเลือกตั้งไม่สามารถอยู่ได้ยาว บางคนบอกว่า ถ้ายังตั้งไม่ได้ก็ไม่ต้องเลือกนายกฯ อยู่ไปเรื่อยๆ แถมมีมาตรา 44 ในมือ โดยลืมไปว่า ประธานรัฐสภาคือ นายชวน หลีกภัย ซึ่งจะเป็นผู้กำหนดวันเลือกนายกรัฐมนตรี

ดังนั้นในฐานะที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญอันพิกลพิการนี้เช่นกัน ผมจึงสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตย์ยึดเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญในการเข้าร่วมรัฐบาล


ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan


กำลังโหลดความคิดเห็น...