xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

**อาลัย "ป๋าเปรม" "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ " "รัฐบุรุษ-ประธานองคมนตรี-นายกฯ" ผู้ที่มีประวัติชีวิตงดงาม มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ตำนานการเมืองที่กล่าววาจาสง่างาม “ผมขอพอ"
นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งของคนไทย หลังจาก "ป๋าเปรม" พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเช้าวันที่ 26 พ.ค.ที่ ผ่านมา สิริอายุรวม 99 ปี
ตลอดชีวิตของ พลเอกเปรม รัฐบุรุษผู้สร้างคุณูปการให้กับประเทศอย่างมาก เป็นนายกรัฐมนตรีไทยคนหนึ่ง ที่มีประวัติชีวิตงดงาม มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี น่าเคารพ
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2463 ใน ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา ชื่อ "เปรม" นั้น พระรัตนธัชมุนี (แบน คณฺฐาภรโณ) เป็นผู้ตั้งให้ ส่วนนามสกุล "ติณสูลานนท์" พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานให้ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2462 เป็นบุตรชายคนรองสุดท้อง จากจำนวน 8 คน ของรองอำมาตย์โทหลวงวินิจทัณฑกรรม (บึ้ง ติณสูลานนท์) ต้นตระกูล ติณสูลานนท์ กับนางวินิจทัณฑกรรม (ออด ติณสูลานนท์)
พล.อ.เปรม สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา หมายเลขประจำตัว 167 และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เมื่อปี 2480 จากนั้น เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเทคนิคทหารบก รุ่นที่ 5 สังกัดเหล่าทหารม้า จากนั้นได้เข้ารับราชการทหารและร่วมรบในสงครามอินโดจีน รวมทั้งสงครามโลกครั้งที่สอง
พล.อ.เปรม เคยดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 2 ผู้บัญชาการทหารบก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ของไทย และดำรงตำแหน่ง 3 วาระ ระหว่างปี 2523 - 2531 โดยหลังพ้นจากตำแหน่งนายกฯ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นองคมนตรี เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2531 ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นประธานองคมนตรี เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2541
ในช่วงที่ พล.อ.เปรม ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้า เมื่อปี พ.ศ. 2511 ท่านมักเรียกแทนตัวเองต่อผู้ที่อาวุโสน้อยกว่าว่า "ป๋า" และเรียกผู้ที่อาวุโสน้อยกว่าว่า "ลูก" จนเป็นที่มาของคำว่า "ป๋า" หรือ"ป๋าเปรม" ขณะที่คนสนิทของ พล.อ.เปรม มักถูกเรียกว่า "ลูกป๋า"
ไม่เฉพาะแต่แวดวงทหาร ทุกวงการ อาทิ นักการเมือง นักธุรกิจ กระทั่งนักมวยที่จะขึ้นชกชิงแชมป์ หรือป้องกันแชมป์ มักจะเข้าพบขอพร หรือเชิญป๋าไปเป็นประธานฯ วลีที่จำกันได้ที่ท่านชอบพูดกับนักมวยหลังการชกก็คือ "เจ็บไหมลูก"
**นักมวยชื่อดังในอดีต เขาทราย กาแล็กซี่ สด จิตรลดา สามารถ พยัคฆ์อรุณ ต่างซาบซึ้งในความเป็น"ลูกป๋า"เป็นอย่างดี
หากกล่าวเฉพาะบทบาทการเมือง ในจำนวนนายกรัฐมนตรีทั้งหมดของเมืองไทย "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" นับว่าเป็นนายกรัฐมนตรี ที่อยู่บนเก้าอี้ได้นาน เป็นอันดับ 3 คือ อยู่ในตำแหน่งติดต่อกันนานถึง 8 ปี 4 เดือน 11 วัน รองจาก "จอมพลถนอม กิตติขจร" ซึ่งอยู่ 10 ปี 8 เดือน 29 วัน และผู้ครองอันดับหนึ่ง คือ "จอมพล ป.พิบูลสงคราม" เจ้าของฉายา “นายกฯตลอดกาล”นานถึง 14 ปี 11เดือน 18 วัน แต่อันดับสอง กับอันดับหนึ่ง เป็นคนละ 2 ช่วง จอมพลถนอม มี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เข้ามาคั่น ขณะที่ "จอมพล ป."ไปติดคุก ข้อหาอาชญากรสงครามอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนทำรัฐประหารกลับมา ไม่ติดต่อกันเหมือน "พล.อ.เปรม"
ความจริง พล.อ.เปรม สามารถจะสร้างสถิติที่ยาวกว่านี้ก็ได้ เพราะนักการเมืองส่วนใหญ่ที่ร่วมรัฐบาลกันมา รวมทั้งกองทัพ ยังให้การสนับสนุนอย่างเหนียวแน่น แต่“ป๋า”เกิดเอือมระอาการเมืองอย่างสุดขีด จึงเอื้อนเอ่ยวาจาเบาๆ แต่สง่างามว่า“ผมขอพอ”
คำพูดนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2531 หรือ เมื่อ 31 ปีที่แล้ว ถือเป็นคำกล่าววาจาที่ต้องจดจำกันไปนานในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
ทั้งนี้รัฐบาล “เปรม 4”ต้องสิ้นสุดลงใน วันที่ 1พฤษภาคม 2529 เมื่อรัฐบาลเสนอพระราชบัญญัติ 9 ฉบับ เข้าสภาฯ แต่กลับแพ้ฝ่ายค้านเมื่อลงมติ เพราะสมาชิกฝ่ายรัฐบาลบางกลุ่มตีรวน ไปออกเสียงให้ฝ่ายค้าน พล.อ.เปรม จึงประกาศยุบสภา ให้มีการเลือกตั้งใหม่
การเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2529 แม้พรรคประชาธิปัตย์ จะได้รับเลือกตั้งมากที่สุด 100 เสียง จากจำนวนส.ส.ทั้งหมด 347 เสียง แต่ก็ไม่ลงตัวกันในการจัดตั้งรัฐบาล จึงต้องเชิญให้ พล.อ.เปรม เป็นนายกฯ ต่ออีก
"ป๋าเปรม" เป็นนายกรัฐมนตรี ติดต่อกันมา 8 ปีเศษ ความเบื่อหน่ายเอือมระอา นายกฯหน้าเก่าก็เกิดขึ้นกับสื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป ตามประสาคนขี้เบื่อ อยากจะลองของใหม่อยู่เรื่อยๆ จึงพากันค่อนแคะ กระแนะกระแหนกันต่างๆ นานา จน “ป๋า”ไม่อยากอ่าน และให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ เลยถูกตั้งฉายาให้ว่า “พระเตมีย์ใบ้”ส่วนในสภาฯ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ก็ตีรวนกันสะบัด ขนาดไม่ยอมรับมติพรรคของตัวเอง พล.อ.เปรม จึงประกาศยุบสภาอีกครั้ง
หลังการเลือกตั้ง ในวันที่ 24 กรกฎาคม 2531 ปรากฏว่า พรรคการเมืองที่ร่วมกันมาในรัฐบาล“เปรม 5”ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นเสียงส่วนใหญ่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาติไทย ที่ได้รับเลือกตั้งมากที่สุด จึงรับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีม นำหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลไปพบ พล.อ.เปรม กล่าวเชิญให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง พล.อ.เปรม กล่าวขอบคุณแล้วว่า
**“ผมขอพอ ไม่ขอรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขอให้ช่วยกันประคับประคองประชาธิปไตยต่อไปด้วย”
พลันข่าวนี้ออกไปสู่ประชาชน เสียงที่เคยบ่นด้วยความเบื่อหน่าย เอือมระอา ก็กลับกลายเป็นเสียงชื่นชม ที่ "ป๋า" ไม่ยึดติดกับอำนาจ ทั้งยังสรรเสริญความสามารถของ พล.อ.เปรม ที่วางรากฐานเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็ง แม้ในยุคพล.อ.ชาติชาย ที่เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ เศรษฐกิจไทยเฟื่องฟูด้วยนโยบาย “ทำสนามรบให้เป็นสนามการค้า”เสียงวิพากษ์วิจารณ์ ก็ยังกล่าวกันว่า เป็นการวางรากฐานมาดีในยุคของพล.อ.เปรม
หลังจากพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 20 วัน "พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์" ก็ได้รับโปรดเกล้าฯเป็น “องคมนตรี”ในวันที่ 23 สิงหาคม 2531 ต่อมาในวันที่ 29 สิงหาคม ก็ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็น “รัฐบุรุษ”และในวันที่ 4 กันยายน 2541 ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เป็น“ประธานองคมนตรี”
การเมืองไทยวันนี้ที่วุ่นวาย เพราะไม่รู้จัก และพูดคำว่า "ผมขอพอ" เยี่ยงรัฐบุรุษ ไม่เป็น

**จัดว่าช้าแต่ก็มาลงเอยเสียที รัฐบาลลุงตู่ ep.2 พลังประชารัฐ แห่ขันหมากสู่ขอ ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ วันนี้ ยื่นสินสอด ตำแหน่งรองนายกฯ พร้อม เก้าอี้รมต.ได้หมด "คมนาคม-พาณิชย์-สาธารณสุข-เกษตร" ตามขอ

ยืดเยื้อมา 2 เดือนกว่า หลังการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.62 ในที่สุดการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลก็มีความชัดเจน ... รายงานข่าวบอกว่า วันนี้ เวลา 11.00 น. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะนำคณะผู้บริหารพรรคไปเทียบเชิญ"พรรคประชาธิปัตย์" เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ยังที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์...หลังจากนั้น เวลา 15.00 น. วันเดียวกัน จะเดินทางไปเทียบเชิญ "พรรคภูมิใจไทย" เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย
เรียกว่า ได้ฤกษ์ส่งขันหมากไปสู่ขอกันตามประเพณีเสียที หลังจากเทียวไล้เทียวขื่อ จีบกันอยู่นาน ฝ่ายเจ้าสาวก็เล่นตัว ขอโน่น ขอนี่ ต้องยอมให้ทุกอย่าง กว่าจะตกลงปลงใจ ...สัญญาณการร่วมหอลงโรงนี้มาเต็ม ก็ต้องย้อนไปเมื่อการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า "นายชวน หลีกภัย" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ วัย 80 ปี ได้รับเลือกให้นั่งตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักการเมืองไทยคนแรก ที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย และเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร 2 สมัย
คะแนนที่ทำให้ “ลุงชวน”มีชัยเหนือ "นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์" จากพรรคเพื่อไทย 258 ต่อ 235 เสียงนั้น "เสี่ยหนู" นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถึงกับบอกว่า เป็นคะแนนที่ “น่ารัก”ทีเดียว เพราะได้มากกว่านายสมพงษ์ ถึง 23 คะแนน เหนือความคาดหมายที่เคยเชื่อกันว่า น่าจะเฉือนกันแบบปริ่มๆ เท่านั้น
คะแนนที่ออกมาน่ารักอย่างนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ“งูเห่า”จากขั้วของเพื่อไทย แอบปันใจมาให้ราวๆ 7 เสียง แต่ที่แน่ๆ นี่เป็นเพราะพรรคพลังประชารัฐ แกนนำจัดตั้งรัฐบาล สามารถคุม ส.ส.ของพรรคให้อยู่ในแถวในแนวได้ เช่นเดียวกับพรรคอื่นๆในขั้วเดียวกัน
แม้ว่า ก่อนที่จะถึงวันเปิดประชุมสภาฯ มีกระแสข่าวการแย่งชิงโควตารัฐมนตรีออกมาไม่เว้นแต่ละวัน แต่ในที่สุด แต่ละพรรคก็เริ่มทยอยประกาศท่าทีที่ชัดเจนออกมา เริ่มจากพรรคชาติไทยพัฒนา ของ"น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา" ที่แถลงเป็นทางการตั้งแต่เย็นวันที่ 24 พ.ค. ว่าจะเข้าร่วมรัฐบาล กับพรรคพลังประชารัฐ เพราะนี่เป็นทางเลือกที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายน้อยที่สุด และนำพาประเทศเดินหน้าไปได้
ส่วนพรรคภูมิใจไทย ที่คอการเมืองเดาใจอยู่นานว่าจะเข้ากับขั้วไหนกันแน่ ก็มีความชัดเจนจากปาก"นายอนุทิน" เมื่อเย็นวันที่ 25 พ.ค. หลังจากรู้ตัวประธานสภาฯ แน่นอนแล้วว่าเป็น นายชวน หลีกภัย
ยังเหลือแต่พรรคประชาธิปัตย์ที่เก๋าเกมสมกับเป็นพรรคเก่าแก่ พยายามอุบไต๋ไม่ให้ใครจับทางได้ ทั้งที่เคยประกาศปาวๆว่า จะแถลงท่าทีที่ชัดเจน หลังจากเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารชุดใหม่ ในวันที่ 15 พ.ค. แต่ก็เลื่อนมาเรื่อย
แม้กระทั่งหลังจากลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็ปรากฏว่า พรรคพลังประชารัฐ ยอมถอย ถอนชื่อ"นายสุชาติ ตันเจริญ" ออกไป ขยับลงไปชิงตำแหน่งรองประธานสภาฯ แทน แล้วเทเสียงให้นายชวน ชนิดไม่ขาดไม่เหลือ พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังสงวนท่าที บอกว่ายังไม่ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล ต้องให้พรรคพลังประชารัฐส่ง"เทียบเชิญ" มาก่อน แล้วพรรคจะประชุมกันอีกที
ขนาดสงวนท่าทีก็แว่วว่า ได้รับการแบ่งสันปันส่วนกันเรียบร้อย โดยพรรคประชาธิปัตย์ จะได้แบ่งเก้าอี้ เป็นรองนายกฯ 1 ที่ กับอีก 3 รมว. ซึ่งกระทรวงหลัก คือ รมว.พาณิชย์-เกษตร-พัฒนาสังคม พร้อมกับ 3 เก้าอี้รมช. พัฒนาสังคมฯ รมช.ศึกษาฯ และรมช.มหาดไทย
ส่วนภูมิใจไทย ก็ไม่น้อยหน้าเมื่อแว่วว่า ตกลงจะได้ตามโควต้า 7 รมต. ทั้ง รองนายกฯ พร้อมด้วยกระทรวงเกรดเอ คุมอภิมหาโปรเจกต์หลายแสนล้าน อย่างคมนาคม ซึ่งเป็นกระทรวงที่ยื้อแย่งชักคะเย่อกันจนจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า พ่วงด้วยกระทรวงสาธารณสุข ที่จะผลักดัน"นโยบายกัญชาเสรี" ตามที่ประกาศหาเสียงไว้ พร้อมกับรมว.ดูการท่องเที่ยวและกีฬา รมช.เกษตรฯ และ รมช.มหาดไทย
ขออะไรมา พปชร.จัดให้
------------
รูป - พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
–อุตตม สาวนายน –อนุทิน ชาญวีรกูล – ชวน หลีกภัย - สุชาติ ตันเจิญ


กำลังโหลดความคิดเห็น...