xs
xsm
sm
md
lg

นับหนึ่งประชาธิปไตย

เผยแพร่:   โดย: นพ นรนารถ


การเมืองไทยกลับเข้าสู่เส้นทางประชาธิปไตยแบบรัฐสภาอีกครั้ง นับหนึ่งกันใหม่ วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 วันแรกที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลือกประธานสภาฯ หลังจากว่างเว้นมา 5 ปีครึ่ง นับตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2556 วันที่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประกาศยุบสภา

หลังจากนั้นอีก 5 เดือนเศษ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช.นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ประกาศยึดอำนาจ ปิดฉากประชาธิปไตย เป็นเวลา 5 ปี

เส้นทางประชาธิปไตยครั้งนี้ จะยั่งยืนยาวนานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับบรรดานักการเมืองทั้งหลายว่า จะสามารถแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมืองด้วยแนวทางรัฐสภาได้หรือไม่

การยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เกิดขึ้นเพราะนักการเมืองในตอนนั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองกันเองได้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งหมดสภาพ ขาดความชอบธรรม เพราะประชาชนไม่ยอมรับ เอาแต่ท่องคาถาประชาธิปไตยซ้ำซากว่า มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่ไม่สามารถใช้อำนาจที่ประชาชนมอบให้ ผ่าทางตัน แก้วิกฤตของชาติได้ เพราะคำนึงถึงความอยู่รอดของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเท่านั้น

จึงเป็นที่มาของการรัฐประหาร เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ลั่นคำพูดสั้นๆ ชัดเจนว่า “งั้นผมขอยึดอำนาจ” ในตอนบ่ายของวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สภาผู้แทนราษฎรซึ่งถูกยุบไปก่อนหน้านั้นแล้ว ไม่ได้ทำหน้าที่แก้ไขวิกฤตการณ์ด้วยแนวทางการเมืองอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเป็นจุดตั้งต้นของความขัดแย้ง ด้วยการผ่านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งมีเป้าหมายนิรโทษกรรมให้นายทักษิณ ชินวัตร เป็นสำคัญ ในวาระที่ 2 และ 3 ในตอนตี 4 ของวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 โดยไม่นำพาต่อเสียงคัดค้านของประชาชน และพรรคฝ่ายค้านในสภา

ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ถูกคณะกรรมาธิการซึ่งมีนายสามารถ แก้วมีชัย เป็นประธาน แก้ไขสาระจากเดิมมุ่งนิรโทษกรรมให้ผู้ที่ถูกลงโทษจากการชุมนุมทางการเมืองในช่วงปี 2549 เป็นต้นมา แก้ไขในวาระที่ 2 ให้ครอบคลุมถึงผู้ถูกกล่าวหาว่า ทุจริตคอร์รัปชัน หลังการรัฐประหารโดย คมช.ซึ่งมีเจตนาเพื่อช่วยนายทักษิณ

การแก้ไขสาระของร่างกฎหมายฯ ในวาระ 2 ซึ่งผิดไปจากหลักการที่ผ่านความเห็นชอบในวาระ 1 ไปแล้ว ทำไม่ได้ แต่พรรคเพื่อไทยซึ่งครองเสียงข้างมากในสภากลับฉีกกติกาเพื่อผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้ผ่านวาระ 2 และ 3 ภายในวันเดียว

ถ้านายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น สามารถแยกแยะการเป็น ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย กับการทำหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่โดยยึดถือกฎ กติกา และรับฟังเสียงนอกสภาด้วย การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดก็จะไม่เกิดขึ้น เส้นทางประชาธิปไตยก็จะยืนยาวต่อไป

แต่นายสมศักดิ์ ตัดสินใจเรียกประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นวาระพิเศษ ในวันที่ 31 ตุลาคมเป็นนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเพียงฉบับเดียว ในสภา ส.ส.พรรคเพื่อไทยใช้เสียงข้างมากผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมได้เป็นผลสำเร็จ

เหตุการณ์หลังจากนั้น ก็เป็นที่รู้กัน การชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด กดดันให้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องถอยร่นทุกกระบวนท่า จนถูกยึดอำนาจในที่สุด

บทบาทของนักการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร จึงมีความสำคัญในการรักษาประชาธิปไตย ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า สามารถแก้ไขปัญหาโดยเป็นที่ยอมรับด้วยวิธีการแบบประชาธิปไตย โดยฉพาะอย่างยิ่ง บทบาทของประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นประธานรัฐสภาโดยตำแหน่งด้วย

ความล้มเหลวของสภาผู้แทนฯ ในช่วงนั้น การทำหน้าที่อย่างไม่เป็นกลาง ไม่ยึดกติกาของนายสมศักดิ์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรในตอนนั้น ที่ทำตามความต้องการของพรรคเพื่อไทยเพื่อช่วยนายทักษิณ เป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่จุดจบของประชาธิปไตย

ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาที่เริ่มก้าวเดินนับหนึ่งใหม่ เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา จะมั่นคงแข็งแรงเพียงใด จึงขึ้นอยู่กับนักการเมืองว่า จะทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม หรือประโยชน์ของพวกพ้อง ไม่ได้อยู่ที่การสืบทอดอำนาจของ คสช.

เป็นนิมิตหมายอันดีที่ชวน หลีกภัย ได้รับการคัดเลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ไม่ชอบชวน มักจะยกเอาเรื่องเจ้าหลักการของเขามาเย้ยหยัน เสียดสี แต่เพราะความยึดถือในหลักการนี่แหละ ที่ทำให้ชวน เป็นนักการเมืองคนหนึ่งในไม่กี่คน ที่ดำรงตนอยู่ได้ ได้รับความเคารพนับถือจากประชาชนส่วนใหญ่มาโดยตลอด

ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ชื่อ ชวน หลีกภัย จะมีบทบาทสำคัญในการทำให้สภาผู้แทนราษฎร มีเกียรติภูมิ มีศักดิ์ศรีอีกครั้งหนึ่ง เป็นความสง่างามของระบอบประชาธิปไตย ในวันที่เริ่มนับหนึ่งกันอีกครั้ง


กำลังโหลดความคิดเห็น...