xs
xsm
sm
md
lg

"ธนาธร-ปิยบุตร"พลิกโอกาสเป็น"วิกฤต" แกว่งปากเสี่ยงคุกเพิ่มศัตรู !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

**ต้องถือว่าก่อนหน้านี้สำหรับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค เป็น"คู่หู"การเมืองที่น่าจะมีอนาคตไกล เป็น"ดาวรุ่ง" พุ่งแรง จนหลายคนคาดไม่ถึง เมื่อผลการเลือกตั้งล่าสุดออกมาปรากฏว่า พรรคนี้ได้รับเลือกตั้งเข้ามาทั้งระบบ ส.ส.แบบเขต และบัญชีรายชื่อ รวมกันถึง 80 ที่นั่ง ชนิดที่เรียกว่าตัวเองก็คาดไม่ถึง แม้ว่าสาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีปัจจัยประกอบอย่างอื่นปะปนมาด้วย เช่น การเทคะแนนจากเครือข่ายของ "ระบอบทักษิณ" กรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ
แต่มาถึงวันนี้สถานการณ์และบรรยากาศทำท่าพลิกผันเป็นตรงกันข้าม จาก"ดาวรุ่งพุ่งแรง" มีแนวโน้มเป็นแบบ"ผีพุ่งใต้"ที่สว่างวาบแล้วก็หาบวับไป เพราะพิจารณาจากหลายเรื่องที่ประดังเข้ามาหาทั้งคู่ ทั้ง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล ล้วนมีความเสี่ยงในระดับ"ขั้นสูง" แทบทั้งสิ้น นั่นก็คือ"เสี่ยงคุก" เสี่ยงทั้งถูกยุบพรรคอนาคตใหม่ รวมไปถึงคนรอบข้างที่เป็นเครือญาติในครอบครัวอาจต้องติดร่างแหไปด้วย จากกรณีข้อสงสัยเรื่องการโอนหุ้นบริษัทที่ทำธุรกิจสื่อสารมวลชน วี-ลัค มีเดีย จำกัด เป็นต้น
เพราะเมื่อพิจารณาจากคดีต่างๆ ที่พวกเขาพัวพันมากมาย ซึ่ง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคยเปิดเผยออกมาเองว่า เขามีคดีติดตัวในเวลานี้อยู่ 16 คดี ส่วน ปิยบุตร แสงกนกกุล แม้จะไม่ได้บอกให้ทราบ แต่ก็เชื่อว่ามีหลายคดีเช่นเดียวกัน แน่นอนว่า สำหรับ ธนาธร การเปิดเผยคดีออกมาดังกล่าว ทางหนึ่งเป็นเจตนาฟ้องสังคมให้เห็นทำนองว่า เขา"ถูกรังแก" จากฝ่ายอำนาจ เหมือนกับก่อนหน้านี้เมื่อครั้งไปรับทราบข้อหาจากตำรวจตามหมายเรียกจากคดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ก็นำ "ฝรั่ง" จากสถานทูตตะวันตกไปเป็นร่วมกดดันหลายคน
** แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ ทั้ง ธนาธร และ ปิยบุตร แทนที่จะใช้ "โอกาส" ที่สังคมมอบให้ เป็นประโยชน์ อย่างน้อยในทางการเมืองให้สมกับชื่อ "พรรคอนาคตใหม่" แต่กลายเป็นว่า พวกเขากำลังพลิก "โอกาสให้เป็นวิกฤติ" ได้เร็วอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งทุกอย่างล้วนเกิดมาจาก "ปาก" ทั้งสิ้น
สำหรับกรณีของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จากคดีหุ้น วี-ลัค มีเดียฯ แม้ว่าสาเหตุหลักมาจากการเปิดโปงของสำนักข่าวอิศรา รวมทั้งความเป็นจริง ก็ว่ากันไป แต่ที่ทำให้เกิดการ "บานปลาย" ลุกลามส่วนสำคัญล้วนมาจาก "ปาก"ของเขาเองทั้งสิ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ "มีกุนซือ" ที่ด้อยประสบการณ์ ไม่แม่นข้อกฎหมาย เพราะยิ่งชี้แจง มีการนำเสนอหลักฐานมาโต้แย้ง กลับกลายเป็นว่า ยิ่งเปิดประเด็นข้อสงสัยใหม่เพิ่มเติมมาอีก ที่สำคัญฟังแล้ว "ไม่เนียน" และคนละเรื่องกับคำถาม หรือข้อสงสัย
หรืออย่างกรณีล่าสุด ที่เกี่ยวกับเรื่อง"ปล่อยกู้" ให้กับพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 110 ล้านบาท โดยมีเพดานจำนวน 250 ล้านบาท ก็เป็นผลมาจาก "ปากของตัวเอง"ที่ไป"โชว์ออฟ" ระหว่างที่ไปพูดที่ สโมสรผู้สื่อต่างประเทศฟัง และเปิดเผยเรื่องดังกล่าวออกมา และก็เป็นเรื่องอีกตามเคย และคราวนี้ก็มีความเสี่ยงแบบ "เลวร้าย" ไม่ต่างจากกรณีโอนหุ้น บริษัทวี-ลัคมีเดียฯ ที่ทำธุรกิจด้านสื่อสารมวลชน ที่สุ่มเสี่ยงต่อเรื่อง "คุณสมบัติต้องห้าม" ในการใช้สิทธิ์รับสมัคร ส.ส.
และหากพิจารณากันทีละช็อต สำหรับเรื่องแรก กรณีถือหุ้นสื่อ ศาลรัฐธรรญได้มีมติรับเรื่องไว้พิจารณา และสั่งให้ยุติการทำหน้าที่ส.ส.ไปแล้ว หลังจากนี้ก้ได้แต่รอลุ้นเรื่องหวดเสียวที่จะตามมา ทั้งเรื่องคุก ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง และ อาจลุกลามไปถึงคนรอบข้างในครอบครัวหรือไม่ ก็ต้องรอติดตามกัน ขณะที่เรื่อง"เงินกู้" นอกจากเสี่ยงในเรื่องคดีอาญา คุกไม่คุก เหมือนกับกรณีแรกแล้ว ยังอาจพ่วงให้เลวร้ายถึงขั้น "ยุบพรรค" ตามมาอีกด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะใน พ.ร.ป.พรรคการเมืองปี 60 มาตรา 62 ที่แตกต่างจาก พ.ร.ป.พรรคการเมืองปี 50 โดยไม่มีบทบัญญัติเรื่องรายได้อื่นแล้ว โดยกำหนดประเภทของรายได้ พรรคการเมืองไว้ 7 ประการ โดยเฉพาะไม่มีเรื่องเงินกู้ระบุเอาไว้แต่อย่างใด
**สำหรับ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ที่เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่เขาออกมาชี้แจงแก้ต่างให้กับ ธนาธร และพรรค แต่กลับไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ทำนองยิ่งพูด "ยิ่งทรุด" หนักกว่าเดิม เช่น บอกว่า พรรคการเมืองต่างประเทศก็มีการกู้เงินมาใช้จ่าย ทำกิจกรรม และบอกว่าในเมื่อกฎหมายไม่ได้กำหนดห้ามเอาไว้ชัดเจน ก็สรุปว่า ไม่ได้ห้าม นั่นคือ ทำได้ พร้อมทั้งอ้างอิงอีกว่า พรรคอื่นในไทยอีกหลายพรรคก็มีการกู้ยืมเงินแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา ประชาธิปัตย์ ประชาธิปไตยใหม่ เป็นต้น
ซึ่งก็ได้ผลถูกบรรดาพรรคการเมืองที่ถูกพาดพิงดังกล่าว ออกมาตอบโต้สอนมวยกันจนหน้าหงาย ทำให้นาทีนี้ได้แต่สงสัยว่า ปิยบุตร เขามีความเข้าใจเรื่องกฎหมายประเภทไหนกันแน่ ทั้งระบบคิด การชี้แจง แสดงหลักฐานอ้างอิง ที่ฟังดูแล้วแทบไม่มีน้ำหนัก ตรงกันข้ามกลับมีจุดอ่อน เปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามได้ตอบโต้
**ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากบทบาทของทั้งคู่ในเวลานี้ ล้วนเดินอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะใช้วิกฤติเป็นโอกาส แต่กลับกลายเป็นว่า พวกเขากลับกำลังพลิกโอกาส เป็นวิกฤติอย่างไม่น่าเชื่อ และอย่างรวดเร็ว มิหนำซ้ำมีแต่ใช้ปากสร้างศัตรูในทางการเมืองเพิ่มขึ้นได้ทุกวันเช่นเดียวกัน จนน่าจับตาว่า จะเป็น"อนาคต" แบบไหนกันแน่ !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...