xs
xsm
sm
md
lg

“ชวน”ซัด”พีระพันธุ์”ด่าก่อน ลั่น‘ปชป.’ไร้อีแอบ-รับหนุน”จุรินทร์”มาถางป่า

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ ออกมาระบุ นายชวน ไม่ควรเอาเรื่องภายในมาพูดภายนอก ว่า เหตุที่ตนให้สัมภาษณ์ข้างนอก เนื่องจากมีการออกข่าวตำหนิตนข้างนอก ไม่ใช่ในพรรค ทำให้มีการขยายข่าวไปทั่ว จึงต้องอธิบายให้ที่ประชุมพรรคฟัง ว่าอะไรเป็นอะไร ซึ่ง นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการที่ปรึกษาพรรค ก็เห็นว่า อะไรทั้งหลายควรจะอยู่ในห้องประชุม ซึ่งตนไม่เห็นด้วย เพราะกรณีนี้เขาเอาเรื่องตนไปพูดข้างนอก ทำให้เสียหาย จึงต้องชี้แจงว่าเรื่องเป็นมาอย่างไร นายพีระพันธุ์ ก็ปฏิเสธไม่ได้หมายถึงตน แต่ทั้งหมดเมื่ออ่านแล้วก็หมายถึงตน ซึ่งตนก็พูดให้ที่ประชุมฟังอย่างนี้ ถึง 2 ครั้ง เรื่องก็จบ
"ไม่อยากทะเลาะกันเหมือนเด็ก ดีที่สุดคือ พูดความจริง สมมติใครไม่พอใจใคร ก็เป็นเรื่องส่วนตัว ถ้าจะไม่ยกมือไหว้ ไม่นับถือกันก็ไม่เป็นไร แต่การนำไปวิจารณ์ข้างนอกในเรื่องที่ไม่จริง ผมเข้าใจว่าคนที่ออกมาอาจจะไม่พอใจ ผมก็บอกว่า ถ้าผมมีบารมีอาจจะทำอะไรมากกว่านี้ ที่บอกว่าผมไปแทรกแซง ขนาดที่ จ.ตรัง ผมไม่ได้เข้าไปยุ่ง เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ไปบีบบังคับให้ใครเลือกใคร แต่ที่ผมเลือก นายจุรินทร์ เพราะผมไม่มีอะไรที่จะไม่เลือกเขา ซึ่งผมได้บอกนายกรณ์ จาติกวณิช ว่า การที่นายจุรินทร์ เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค เป็นการถางป่าให้คนอื่นมาเป็นหัวหน้าพรรคได้สะดวกขึ้น เพราะพรรคมีสภาพที่แพ้เลือกตั้งมามากมาย”
"ยืนยันว่าตลอด 72 ปี พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีคนแปลกปลอม ไม่มีอีแอบ หัวหงอก หัวขาว หัวดำ เพราะผมเป็นหัวสีเทา จึงอยากให้เข้าใจด้วย" นายชวน กล่าว
นายชวน ยังกล่าวถึง ถึงกระแสข่าวจะรับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร แลกกับการที่พรรคจะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ว่า ไม่ทราบว่าข่าวดังกล่าวมาอย่างไร ทั้งนี้ เราเคยมีการพูดกันภายในพรรคมาก่อนหน้านี้นานแล้วว่า ถ้าบังเอิญพรรคประชาธิปัตย์ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในการเลือกประธานสภาฯ บุคคลที่เหมาะสมที่สุด คือ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยมีการพูดถึงตน เพราะตนเคยเป็นประธานสภาฯ มาแล้ว ซึ่งนายบัญญัติ มีสิทธิ์ตัดสินใจว่า จะรับหรือไม่รับตำแหน่งดังกล่าว แต่ในเมื่อนายบัญญัติ ปฏิเสธแล้ว ก็แสดงว่าเขาอาจไม่สนใจ และเราไม่ต้องพูดถึงกันอีกแล้ว ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ก็มีความแม่นยำเรื่องข้อกฎหมาย แต่นายอภิสิทธิ์ คงไม่สนใจตำแหน่งนี้เช่นกัน สำหรับตนนั้น ในตอนนี้มีเป้าหมายที่อยากช่วยน้องๆ ที่สอบตกในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา และช่วยผู้ที่มาเป็น ส.ส. อย่าได้สอบตกในวันข้างหน้า
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าจะยังมีการเสนอชื่อของนายชวน ในการลงมติเลือกประธานสภาฯ จะรับหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ไม่เคยมีการพูดถึงชื่อตน และพรรคไม่เคยมาพูดกับตนถึงเรื่องนี้ จึงแปลกใจหลังจากที่พรรคพวกมาบอกข่าวดังกล่าว แต่ในที่สุดก็ทราบว่า เหตุที่มีชื่อจะไปเป็นประธานสภาฯนั้น มาจากการหยั่งเสียงของประชาชนส่วนหนึ่ง
เมื่อถามว่าช่วงนี้ มีการเอ่ยชื่อนายชวน เข้ามาเกี่ยวข้องกับกระแสข่าวต่างๆ ในการจัดตั้งรัฐบาล นายชวน กล่าวว่า แม้รู้จักกันอยู่ แต่ขอย้ำว่าไม่เคยโทรศัพท์พูดคุยกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ส่วนที่ได้พบกันครั้งล่าสุด คือในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก อย่างไรก็ตาม มีเพียงคนใกล้ชิดของพล.อ.ประวิตร ที่มาพูดคุยกับตนเป็นการส่วนตัว เพื่อมาอวยพรปีใหม่ แม้จะมีคนพยายามมาทาบทาม แต่ตนบอกไปว่า ขอให้เขารอ ให้มีหัวหน้า และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ก่อน ตนเป็นแค่สมาชิก 1 เสียง ไม่ใช่หัวหน้าพรรค และไม่ได้หมายความว่า ตนเป็นสมาชิกที่แก่กว่าแล้วจะมีคะแนนมากกว่าคนอื่น เมื่อตนพูดไปแบบนี้ มันก็จบ ไม่มีใครมาพูดอะไรอีก
"ขอยืนยันว่า ความเข้าใจผิดต่างๆ ที่ออกมาไม่ใช่เรื่องจริง ผมเป็นคนพูดจริง ไม่เคยโกหก ถ้ามีใครติดต่อผม ผมก็ยอมรับว่ามีจริง มีคนทุกฝ่ายติดต่อมาหาผม เพราะรู้จักกันเป็นการส่วนตัว มีการพูดคุยกันทางโทรศัพท์บ้าง ทางไลน์บ้าง แต่ไม่เคยมีการพูดถึงเรื่องการจะร่วม หรือไม่ร่วมรัฐบาล ส่วนจะมีการติดต่อกับคนอื่นหรือไม่นั้น ผมไม่ทราบ"
นายชวน ยังกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่พรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐว่า ตนไม่เคยพูดเรื่องนี้ แต่พูดเพียงว่า ไม่อยากให้ภายนอก เงิน หรืออะไรก็ตามมาแทรกแซงพรรค และขอให้สมาชิกตัดสินใจไปตามครรลองประชาธิปไตย ในอดีตเขาก็เป็นอย่างนี้ เพียงแต่ในอดีตเคยร่วม และไม่ร่วม สมัยนายเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ เคยเชิญพรรคไปร่วม ก็ไม่ได้ร่วม แต่สมัยรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็ไปร่วม สมัยรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่พรรคเคยจะเข้าร่วม แต่เมื่อมีข่าวเรื่องบุฟเฟต์คาบิเน็ต พรรคก็ถอนตัว ซึ่งไม่ถือว่าผิดปกติ แต่เราต้องรักษาเกียรติยศ ชื่อเสียงไว้ แต่เมื่อเราเห็นว่าเมื่อไปร่วมแล้ว มีการทุจริต โกงกิน พรรคจะไปสนับสนุนให้คนโกงกินไม่ได้ ซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติที่ผ่านมา แต่หลังจากนี้ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรค และส.ส. จะมีความคิดเห็นเป็นอย่างไร เราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ก็ต้องเคารพมติ ซึ่งการเคารพมติทำให้พรรคอยู่ได้ถึง 73 ปี แต่ถ้าต่างคนต่างไม่เห็นด้วย พรรคก็ไปไม่ได้
กำลังโหลดความคิดเห็น...