xs
xsm
sm
md
lg

เศรษฐกิจฟุบ..ใครก็ปลุกไม่ฟื้น

เผยแพร่:   โดย: สุนันท์ ศรีจันทรา


มีความพยายามสร้างกระแสกดดันทางการเมือง อ้างว่า ถ้าการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ล่าช้า จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่มีคำถามว่า หลังจากจัดตั้งรัฐบาลแล้ว เศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นจริงหรือไม่

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แถลงถึงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีไตรมาสแรกปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.8% และเป็นอัตราเติบโตต่ำสุดในรอบ 17 ไตรมาส ส่วนประมาณการจีดีพี 2562 คาดว่าจะโต 3.6% ชะลอตัวลงจากปี 2561

ปัญหาเศรษฐกิจเป็นจุดอ่อนสำคัญของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้จะพยายามอัดฉีดเงินเข้ามากระตุ้น ผลักดันมาตรการมากมาย พยายามเรียกความเชื่อมั่นจนเสียงแหบเสียงแห้ง แต่เศรษฐกิจก็ไม่กระเตื้องขึ้น

และมีแนวโน้มที่จะเลวร้ายลง

ผลกระทบจากเศรษฐกิจซบเซาแผ่ขยายไปทุกหย่อมหญ้า ประชาชนทุกสาขาอาชีพเดือดร้อนกันถ้วนหน้า จนเกิดความกังวลว่า จะเกิดวิกฤตรอบใหม่ที่รุนแรงยิ่งกว่าวิกฤตต้มย้ำกุ้งปี 2540

มรสุมลูกใหญ่ทั้งจากภายในและภายนอก กำลังกระหน่ำซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้ว โดยสถานการณ์การเมืองภายในประเทศมีความไม่แน่นอน การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่มีความอึมครึม

และแม้พล.อ.ประยุทธ์ จะกลับมาบริหารประเทศใหม่ แต่จะเป็นรัฐบาลที่เปราะบาง ขาดเสถียรภาพ เสียง ส.ส.สนับสนุนปริ่มน้ำ และอาจอยู่ได้ไม่ยาว

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์มีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่ไม่อาจแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ การกลับมาใหม่ซึ่งไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเหมือนเก่า ไม่มีมาตรา 44 เป็นเครื่องมือ แต่มีฝ่ายค้านคานอำนาจรัฐบาล ทำให้การดำเนินนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ราบรื่นนัก

นอกจากปัญหาการเมืองภายในแล้ว ยังมีผลกระทบจากภายนอก สร้างความสั่นคลอนให้ตลาดหุ้น ตลาดเงิน และความเชื่อมั่นนักลงทุนอีก โดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ปะทุรอบใหม่ และซ้ำเติมจนเศรษฐกิจเกิดความปั่นป่วน

ปัจจัยลบที่รุมกระหน่ำทั้งจากภายในและภายนอก ทำให้โบรกเกอร์ในตลาดหุ้น ต้องปรับมุมมองแนวโน้มการลงทุนใหม่ โดยประเมินว่า ตลาดหุ้นปีนี้มีความเสี่ยงในความผันผวน ดัชนีราคาหุ้นที่เคยมองว่า จะพุ่งขึ้นไปทะลุ 1,800 จุดนั้น มีการทบทวนประมาณการใหม่ โดยตั้งเป้าหมายว่า ปลายปีดัชนีหุ้นอาจเคลื่อนไหวในระดับ 1,600-1,700 จุดเท่านั้น

พรรคการเมืองและนักการเมือง กำลังขับเคี่ยวแย่งชิงกันจัดตั้งรัฐบาล และมุ่งต่อรองโควตารัฐมนตรี แต่ประชาชนต้องดิ้นรนเอาตัวรอด จากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ จนแทบไม่ให้ความสำคัญกับการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

เพราะประชาชนไม่หลงเหลือความคาดหวังกับรัฐบาลชุดใหม่ นักลงทุนไม่มีความเชื่อมั่นใด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์หรือรัฐบาลชุดไหนก็ตาม

การค้า การลงทุนทุกระดับเงียบสนิทกันทั้งระบบ เว้นแต่ธุรกิจของกลุ่มเจ้าสัวไม่กี่ตระกูล ประชาชนรับรู้ถึงสัญญาณเตือนภัยวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่ที่คืบคลานเข้ามา และกำลังเตรียมปรับตัว เพื่อรับมือผลกระทบที่เริ่มต้นแล้ว จากภาวะฝืดเคืองในการครองชีพที่คุกคาม จนสถิติอาชญากรรมพุ่งขึ้นอย่างน่ากลัว

นักลงทุนรายย่อยในตลาดหุ้น เริ่มถอดใจกันแล้ว ทยอยถอยห่างจากตลาด เพราะไม่เห็นโอกาสที่ดีในการเก็บเกี่ยวความมั่งคั่งจากหุ้น เห็นแต่ปัจจัยความเสี่ยงที่อาจทำให้หุ้นตกหนัก จึงตัดสินใจ เว้นวรรคการลงทุนชั่วคราว

อย่างน้อยขอรอดูผลงานรัฐบาลใหม่อีกสักระยะ

ส่วนภาคเอกชนชะลอการลงทุนกันหมด เพราะสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ เศรษฐกิจซบเซาขนาดหนัก กำลังซื้อหด การเมืองไม่มีความแน่นอน และผลกระทบจากสงครามการค้ากำลังคุกคามเศรษฐกิจทั่วโลก

ปัญหาเศรษฐกิจถูกสั่งสมเป็นดินพอกหางหมู เงินที่อัดฉีดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ถูกละลายโดยไม่เห็นผล หนี้สาธารณะพุ่งขึ้น ขณะที่หนี้ภาคครัวเรือนสูงจนน่าเป็นห่วง

เศรษฐกิจฟุบยาวมาหลายปีแล้ว และสิ่งที่เลวร้ายคือ ไม่มีใครตั้งความหวังว่า รัฐบาลชุดใหม่ จะปลุกเศรษฐกิจให้ฟื้นได้
กำลังโหลดความคิดเห็น...