xs
xsm
sm
md
lg

อยากมีอยากเป็นและไม่รู้จักพอ : ต้นตอของการแสวงหา

เผยแพร่:   โดย: สามารถ มังสัง


ในคำสอนของพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนเกี่ยวกับความอยากหรือที่เรียกว่า ตัณหา 3 ประการคือ

1. กามตัณหา ได้แก่ ความอยากในสิ่งที่ปุถุชนคนมีกิเลสต้องการแสวงหามาเป็นของตน อันได้แก่ กามคุณ 5 มีรูป เป็นต้น

2. ภวตัณหา ได้แก่ ความอยากเป็นในสิ่งที่คนมีกิเลสต้องการ เช่น เป็นคนมียศ มีตำแหน่ง เป็นต้น

3. วิภวตัณหา ได้แก่ ความไม่อยากมี ไม่อยากเป็นในสิ่งที่คนมีกิเลสไม่ต้องการ เช่น การเป็นคนไม่มียศ ไม่มีตำแหน่ง และการเป็นคนที่สังคมไม่ต้องการ เป็นต้น

การที่คนมีตัณหา 3 ประการนี้เอง ทำให้เป็นคนไม่รู้จักพอ เนื่องจากขาดธรรมคือ สันโดษ 3 ประการคือ

1. ยถาลาภสันโดษ ได้แก่ การยินดีในสิ่งที่หามาได้โดยชอบธรรม ไม่เดือดร้อน กระวนกระวายเพราะเหตุที่ตนไม่ได้โดยความชอบธรรม

2. ยถาพลสันโดษ ได้แก่ ความยินดีตามกำลังที่หามาได้ คือตนเองทำเต็มที่จนสุดความสามารถแล้ว โดยความชอบธรรมได้แค่ไหนก็ยินดีแค่นั้น ไม่ดิ้นรนแสวงหาโดยความไม่ชอบธรรม อันเป็นเหตุให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน

3. ยถาสารุปปสันโดษ ได้ความยินดีตามที่ควรจะได้ และเหมาะสมกับตน

วันนี้และเวลานี้ คนไทยส่วนหนึ่งและอาจเป็นใหญ่ของประเทศด้วย กำลังสับสนและเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมของนักการเมืองประเภทที่อยากมี อยากเป็น และไม่รู้จักพอ ซึ่งแสดงจนออกนอกหน้าปราศจากการกำกับและควบคุมของสันโดษ 3 ประการดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้จะเห็นได้จากปรากฏการณ์ทางการเมืองดังต่อไปนี้

1. การชิงกันเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ระหว่างพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งได้ ส.ส.มากเป็นอันดับหนึ่ง กับพรรคพลังประชารัฐซึ่งได้ ส.ส.เป็นอันดับสอง แต่ได้คะแนนเสียงหรือป็อปปูลาร์โหวตเป็นอันดับหนึ่ง โดยที่ทั้งสองพรรคอ้างความชอบธรรมในการเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาล

แต่จนกระทั่งบัดนี้ (วันที่ 13 พ.ค.) ยังไม่มีพรรคใดรวบรวมเสียง ส.ส.มากที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ และกำลังรอการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย

ถึงกระนั้น พรรคพลังประชารัฐออกมาให้ข่าวตลอดเวลาว่า ไม่มีปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาล โดยเชื่อว่าทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทยเข้าร่วมแน่นอน ทั้งๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย ยังคงสงบนิ่งอยู่ จึงทำให้มองเห็นความอยากมี อยากเป็นของคนบางคนในพรรคพลังประชารัฐได้อย่างชัดเจน และเป็นรูปธรรมว่ามีมากเกินพอดี

2. ในการจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560 ส.ว. 250 คนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ตามที่พรรคพลังประชารัฐเสนอได้

แต่จนถึงวันนี้ (13 พ.ค.) กระบวนการแต่งตั้ง ส.ว.ยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ถึงกระนั้นทางพรรคพลังประชารัฐก็คาดหวังค่อนข้างชัดเจนว่า ส.ว.ทั้ง 250 คนจะช่วยให้การเป็นนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงทำให้อนุมานได้ว่า ความหวังของพรรคพลังประชารัฐที่ว่าแน่นอนนั้น แท้จริงแล้วยังมีความไม่แน่นอนรออยู่ เข้าทำนองคนได้ยินเสียงฟ้าร้อง และเห็นท้องฟ้ามืดครึ้ม จึงหาภาชนะรองน้ำฝน ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าฝนจะตกหรือไม่

3. ในขณะนี้ มีข่าวปรากฏทางสื่อว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยกำลังเตรียมเป็นขั้วที่ 3 ในการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งมีข่าวจากทางพรรคอนาคตใหม่ และพรรคเพื่อไทยก่อนหน้านี้ว่า พร้อมจะหนุนให้คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือคุณอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อปิดทางขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยตกลง ความฝันของพรรคพลังประชารัฐก็เป็นอันสลายไป

ด้วยเหตุปัจจัย 3 ประการข้างต้น แสดงให้เห็นว่า ใครก็ตามที่มีความอยากมี และอยากเป็น จะทำให้ความไม่รู้จักพอปรากฏให้เห็นเป็นรูปธรรมจนล้นออกนอกกรอบแห่งศีลธรรมและกฎหมาย จะพบกับทุกข์ในที่สุด


กำลังโหลดความคิดเห็น...