xs
xsm
sm
md
lg

ซีพีเกาะรถไฟไฮสปีด วิ่งข้ามยุคเปลี่ยนผ่าน

เผยแพร่:   โดย: นพ นรนารถ


พร้อมกับการส่งมอบอาณาจักรธุรกิจแสนล้านจากธนินท์ เจียรวนนท์ ให้กับทายาทรุ่นที่สองอย่างเป็นทางการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ก็เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของตัวเองสู่เส้นทางธุรกิจใหม่ จากอุตสาหกรรมเกษตร อาหาร ค้าปลีก โทรคมนาคม เข้าสู่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง คมนาคม โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หรือรถไฟไฮสปีดอีอีซี

หลังการเจรจากับการรถไฟแห่งประเทศไทย เจ้าของโครงการที่กินเวลา 4 เดือนเต็ม โครงการนี้ก็ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ.อันเป็นองค์กรที่มีอำนาจสูงสุดในการกำหนดนโยบาย การลงทุนในอีอีซี เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา รอการอนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งน่าจะเป็นการประชุม ครม.วันที่ 21 หรือ 28 พฤษภาคมนี้ หากไม่มีเหตุสุดวิสัยเหนือความคาดหมาย ก็น่าจะเซ็นสัญญาตามที่กำหนดไว้ในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ได้

การลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงอีอีซี เป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย และซีพีที่ไม่มีประสบการณ์ในเรื่องการลงทุน และบริหารโครงสร้างพื้นฐานมาก่อน ประกอบกับมูลค่าการลงทุนที่สูงถึง 2.2 แสนล้านบาท มีระยะเวลาโครงการนานถึง 50 ปี จึงจำเป็นต้องหาพันธมิตรทั้งไทยและต่างประเทศที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์ ทั้งในเรื่องการก่อสร้างเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง การบริหารจัดการ เมื่อการก่อสร้างเสร็จแล้ว การพัฒนาอสังหาริทรัพย์ และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำ

กลุ่มพันธมิตรซีพีในนามกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัด นอกจากซีพีแล้ว ประกอบด้วย อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ช.การช่าง ยักษ์ใหญ่วงการก่อสร้างของไทย China Railway Construction Corporation หรือซีอาร์ซีซี ซึ่งมีความชำนาญในการสร้างระบบรถไฟความเร็วสูงบีอีเอ็ม เจ้าของสัมปทางทางด่วน และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในเครือ ช.การช่าง ซีเมนส์ ฮุนได ซึ่งเป็นผู้ผลิตขบวนรถไฟรายใหญ่ของโลก Ferrovie dello Stato Italiane ซึ่งเป็นบริษัทที่รัฐบาลอิตาลีถือหุ้น เชี่ยวชาญในการบริหารบำรุงรักษาระบบรถไฟความเร็วสูง

ด้านการเงินมีสถาบันการเงินจากจีน และญี่ปุ่นคือ CITIC Group ซึ่งซีพีถือหุ้นอยู่ด้วย และ Japan Oversea Infrastructure Investment Corporation For Transport & Urban Development

ชื่อชั้น และผลงานของเครือซีพีในฐานะกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ระดับภูมิภาค เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้พันธมิตร ซึ่งล้วนแต่เป็นมือหนึ่งในแต่ละด้านมาร่วมเป็นหุ้นส่วนกับซีพี แต่ในขณะเดียวกัน การบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างพันธมิตรเหล่านี้ ให้เป็นไปอย่างราบรื่น ก็เป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับซีพี ซึ่งที่ผ่านมาในธุรกิจเกษตรกรรมอาหาร และค้าปลีก เป็นผู้กำหนดเกมเพียงฝ่ายเดียว แต่ในโครงการนี้ หุ้นส่วนทุกรายต่างอยู่ในสถานะที่เท่าเทียมกัน และต่างต้องพึ่งพากัน

โครงการรถไฟความเร็วสูงอีอีซี แม้จะเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างรัฐกับเอกชน หรือพีพีพี โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องจ่ายเงินอุดหนุนมูลค่า 117,000 ล้านบาท หรือกว่าครึ่งหนึ่งของเงินลงทุนก่อสร้าง 224,000 ล้านบาท แต่การจ่ายเงินอุดหนุนจะเริ่มจ่ายในปีที่ 6 ของโครงการ หลังจากการก่อสร้างโครงการเสร็จสมบูรณ์ เปิดให้บริการซึ่งใช้เวลา 5 ปี ซีพีจึงต้องเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด 224,000 ล้านบาทก่อน ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่า เหตุใดการเจรจาระหว่างซีพีกับการรถไฟฯ จึงยืดเยื้อนานถึง 4 เดือน และทำไมซีพีจึงมีข้อต่อรองที่อยู่นอกเหนือเงื่อนไขการประมูลตอนแรกมากมาย โดยเฉพาะเงื่อนไขทางการเงิน ก็เพราะว่า ต้องการลดความเสี่ยงลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่สุดท้าย การรถไฟฯ ก็ยึดถือเงื่อนไขการประมูลในตอนต้น ไม่ยอมผ่อนปรนให้ซีพี เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว และไม่เป็นธรรมกับผู้เข้าประมูลอีกรายคือ บีทีเอส

โครงการรถไฟความเร็วสูงอีอีซี มีความเสี่ยงสูง ในเรื่องจำนวนผู้โดยสารที่ขึ้นอยู่กับความสำเร็จโดยรวมของโครงการอีอีซี และรายได้จากค่าโดยสารที่ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขในสัญญา ไม่สามารถคิดในอัตราสูงได้ ถึงแม้ในโครงการนี้จะมีการพัฒนาที่ดินย่านมักกะสัน และศรีราชา เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เพื่อเป็นรายได้ชดเชยกับรายได้จากค่าโดยสาร แต่ก็ไม่ใช่หลักประกันว่า จะประสบความสำเร็จ เพราะในปัจจุบัน และในอนาคตมีการแข่งขันสูงมาก

ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ บอกกับผู้บริหารธุรกิจในเครือซีพีจากทั่วโลก 400 คน ซึ่งมาร่วมสัมมนาผู้บริหารที่สถาบันพัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์เมื่อเร็วๆ นี้ว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง และได้รับผลตอบแทนไม่สูง แต่เหตุผลสำคัญที่เครือซีพี สนใจเข้าลงทุน เนื่องจากเป็นโครงการพัฒนาที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และสังคม ที่เครือซีพียึดถือเป็นแนวปฏิบัติ

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เป็นโครงการขนาดใหญ่ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน โครงการแรกจาก 5 โครงการของรัฐที่เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนที่มีความคืบหน้ามากที่สุดถึงขั้นได้ผู้ลงทุนแน่นอนแล้ว คือ กลุ่มซีพีและพันธมิตร โครงการนี้ นอกจากเป็นเส้นทางเชื่อมต่อเขตเศรษฐกิจอีอีซีกับกรุงเทพฯ แล้ว ยังมีความสำคัญในเชิงจิตวิทยาเป็นรูปธรรมของการลงทุนที่เกิดขึ้นจริงแล้ว เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับนักลงทุน

สำหรับเครือซีพีโครงการนี้มีความสำคัญต่อโครงการลงทุนสร้างเมืองใหม่ “สมาร์ท ซิตี้” บนพื้นที่กว่า 10,000 ไร่ของซีพีที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ในแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟความเร็วสูงจะทำให้สมาร์ท ซิตี้ของซีพีเชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ และพื้นที่อีอีซีได้อย่างสะดวก ทำให้สมาร์ท ซิตี้ ได้เกิด

การลงทุนในโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน จึงมีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ของกลุ่มซีพีในช่วงเปลี่ยนผ่านผู้นำ และแสวงหาการลงทุนใหม่ๆ ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มกับสินทรัพย์ที่มีอยู่ คือ ที่ดิน และรองรับธุรกิจเดิม คือ อาหาร ค้าปลีก และเทคโนโยลีการสื่อสารยุค 5G

แม้จะเสี่ยงสูงและผลตอบแทนต่ำ ก็ต้องทำ


กำลังโหลดความคิดเห็น...