xs
xsm
sm
md
lg

ชงสอย“ธนาธร” กกต.ยื่นศาล รธน.ปมหุ้นสื่อ พ่อฟ้าขอนำตั้ง รบ.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

กกต.เคาะมติ ส่งเรื่องศาลรธน.วินิจฉัย "พ่อฟ้า" ขาดคุณสมบัติส.ส.หรือไม่ ปมถือหุ้นสื่อ เผยศาลรับเรื่องเจ้าตัวอดเข้าสภาฯ “ธนาธร” เปิดเกมรุกขอนำตั้งรัฐบาล-เป็นนายกฯเอง หวังหยุดยั้งสืบทอดอำนาจ สานภารกิจแก้ รธน. เตรียมเดินสายพบแกนนำทุกพรรค มั่นใจเคลียร์ปมถือหุ้นสื่อได้ “หญิงหน่อย” ปัดข่าวยกเก้าอี้นายกฯให้ “ปชป.-ภท.” แต่บอกลิ่วล้อพร้อมถอยไม่รับตำแหน่ง สะพัดบิ๊กดีล พท.-ปชป.แบ่งเค้กคุมเกมสภาฯ ขณะที่ “พปชร.” ปฏิเสธประเคน 7 เก้าอี้ให้ 2 พรรคใหญ่ วอนอย่าเดาขั้วที่ 3 ทำแตกแยก ป.ป.ช.ไต่สวนทุจริต "สนามฟุตซอล" พัน "วิรัช" เสร็จแล้ว สั่งรื้อคดีการเมืองทั้งหมด

วานนี้ (16 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลงตามมาตรา 82 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 กรณีความปรากฏหรือมีเหตุอันควรสงสัยต่อ กกต.ว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดอันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ซึ่งเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560

“ธนาธร” ส่ออดเข้าสภาฯช่วงแรก

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า มาตรา 82 (2) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ระบุด้วยว่า “เมื่อได้รับเรื่องไว้พิจารณา หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกผู้ถูกร้องมีกรณีตามที่ถูกร้อง ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้สมาชิกผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย” ซึ่งอาจส่งผลให้นายธนาธร อาจไม่ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ในช่วงแรก หลังมีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เรียกประชุมรัฐสภา ในวันที่ 22 พ.ค. และหมายกำหนดการรัฐพิธีเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภาสภา ในวันที่ 24 พ.ค. ที่จะมีการสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. รวมไปถึงกระบวนการลงมติเลือกประธานสภาฯและลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณารับเรื่องไว้พิจารณา และยังวินิจฉัยไม่แล้วเสร็จตามกำหนดการดังกล่าว

อนค.ขอเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลเอง

วันเดียวกัน ที่พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวถึงทิศทางทางการเมือง ว่า ประชาชนหลายฝ่ายในประเทศไทยตอนนี้หมดหวังไปแล้ว และปักใจเชื่อแล้วว่า พรรคพลังประชารัฐ จะเป็นรัฐบาล และ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ พรรคอนาคตใหม่ไม่สามารถปล่อยให้สังคมสิ้นหวังแบบนี้ต่อไปได้ จึงขอยืนยันเจตนารมณ์ตั้งแต่การก่อตั้งพรรค ถึงภารกิจอันดับ 1 คือการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และจะแสดงให้เห็นว่า จะสู้ถึงที่สุด เพื่อจะหยุดยั้งความคลุมเครือ พรรคอนาคตใหม่ขอประกาศตัวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และดึงพรรคการเมืองต่างๆที่มีความขัดแย้ง มาทำงานร่วมกัน เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือส่งทหารกับกรมกอง แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย

“เพื่อขจัดความสิ้นหวัง เราจะจัดตั้งรัฐบาลเอง ถ้าหากพรรคอนาคตใหม่สามารถรวบรวมเสียงจนจัดตั้งรัฐบาลได้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.” นายธนาธร ระบุ

เร่งเดินสายพบแกนนำทุกพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ นายธนาธรเคยประกาศว่า ถ้าไม่ใช่พรรคอันดับหนึ่ง จะไม่ขอเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายธนาธรกล่าวว่า พรรคอันดับหนึ่ง (พรรคเพื่อไทย) ประกาศชัดเจนว่าใครจะเป็นนายกฯก็ได้ ในเมื่อพรรคอันดับหนึ่งเปิดทาง ตนก็ขออาสา หลังจากนี้ จะเดินทางไปขอพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เพื่อบอกทุกคนว่าถึงเวลาแล้วที่พรรคการเมืองจะมาทำงานร่วมกัน เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. โดยการพูดคุยจะเริ่มต้นทันที และมั่นใจว่าจะทันวันที่ 20 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่พรรคภูมิใจไทยจะประกาศท่าที โดยอย่างช้าทุกอย่างจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 พ.ค. ก่อนรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 24 พ.ค.

“ที่ผ่านมา เราเฝ้าดูสถานการณ์และติดต่อพรรคการเมืองอื่นอยู่เรื่อยๆ แต่เราเห็นว่า เวลามันงวดเข้ามาแล้ว ถ้าไม่ทำอะไรอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โอกาสที่พล.อ.ประยุทธ์ จะกลับมาเป็นนายกฯก็มีสูง ดังนั้น ต้องตัดสินใจทำแบบนี้ เพราะสัญญากับประชาชนไว้แล้วว่า จะหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจให้ได้ ถ้านั่งอยู่เฉยๆ คสช.ก็สืบทอดอำนาจได้ ดังนั้น เราต้องทำให้ถึงที่สุดและดีที่สุด” นายธนาธรกล่าว

เมื่อถามว่า การประกาศท่าทีวันนี้ เกี่ยวข้องกับการขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ของนายจุรินทร์หรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ค. หลังเสร็จสิ้นการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตนได้ยกสายหานายจุรินทร์เพื่อแสดงความยินดี แต่ไม่ได้พูดคุยอะไรมากกว่านั้น ตนคิดว่าเป็นสัญญาณที่ดี ไม่ใช่ต่อพรรคประชาธิปัตย์อย่างเดียว แต่สำหรับประเทศไทยทั้งประเทศ

ไม่หวั่นโดนศาล รธน.สอยก่อน

เมื่อถามว่า เชื่อหรือไม่ว่าทางออกนี้จะประสบความสำเร็จ นายธนาธร กล่าวว่า ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ลุกขึ้นมาประกาศ ตนมั่นใจมาก ต้องทำให้ได้ และการทำเช่นนี้ ไม่ใช่การทำเพื่อพรรคอนาคตใหม่ เพื่อเก้าอี้นายกฯ เพื่อเก้าอี้รัฐมนตรีใดๆ แต่เพื่อให้สังคมเดินหน้า เอาความหวังของประชาชนกลับมา และบอกประชาชนว่า นี่ไม่ใช่เวลาสิ้นหวัง แต่เป็นเวลาที่ต้องตื่นตัวทางการเมืองเรียกร้องสิ่งที่ถูกต้องอย่างตรงไปตรงมา

ส่วนกรณี กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายธนาธรสิ้นสุดลงนั้น นายธนาธร กล่าวว่า ไม่มีอะไรสุ่มเสี่ยง เพราะกกต.ยังไม่กล้าตัดสินใจเลย เรามั่นใจในเอกสารหลักฐานข้อเท็จจริงทั้งหมด ว่าไม่มีผลอะไรต่อคุณสมบัติการสมัครเป็นส.ส. ดังนั้น เราไม่ได้คิดเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเลย ตนมองว่านี่คือความพยายามเฮือกสุดท้ายของ คสช.ที่จะสกัดกั้นพรรคอนาคตใหม่ โดยคาดหวังว่า ถ้าจัดการกับแกนนำพรรคได้แล้ว จะจัดการกับพรรคได้ อย่างไรก็ตาม เรามั่นใจในพยานหลักฐานเอกสารของพวกเรา ว่าไม่มีอะไรมาเอาผิดได้

”สุดารัตน์” ปัดให้นายกฯ ภท.-ปชป.

อีกด้าน ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมส.ส. และอดีตส.ส.ของพรรคทั่วประเทศ เพื่อวางแนวทางการทำงาน และการศึกษาข้อกฎหมายต่างๆ ที่มีความเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้เกิดความระมัดระวังหากจะขับเคลื่อนการทำงานใดๆในอนาคต โดยก่อนการประชุม นายไพจิตร ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม ได้เป็นตัวแทนมอบดอกไม้ให้กำลังใจแกนนำ และผู้บริหารพรรค

ก่อนเข้าประชุม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่ว่าพรรคเพื่อไทยจะยกเก้าอี้นายกฯให้พรรคภูมิใจไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์ หากทั้ง 2 พรรคมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยว่า ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย ส่วนการเสนอผู้ทำหน้าที่ประธานสภาฯของพรรคเพื่อไทยนั้น ขณะนี้เตรียมความพร้อมไว้ในระดับหนึ่ง แต่ยังคงต้องหารือเพิ่มเติมบางประเด็น

แบะท่าถอยไม่รับตำแหน่ง

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ในที่ประชุม ส.ส.และอดีต ส.ส. คุณหญิงสุดารัตน์ เปรยกับที่ประชุมตอนหนึ่งว่า ตัวเองพร้อมเสียสละไม่รับตำแหน่งนายกฯ ซึ่งสถานการณ์การเมืองในขณะนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่พรรคการเมืองจะต้องรวมเสียงข้างมากในสภาให้ได้มากที่สุดไว้ก่อน และจะต้องรักษาระบบไว้ โดยการหยุดไม่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ สำหรับภารกิจของพรรคเพื่อไทยต้องรวมเสียงข้างมากในสภาฯ แล้วจะต้องผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน และย้ำว่าภารกิจของพรรคจะยืนยันต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้ายเพื่อจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ แม้ว่า ฝ่ายพรรคพลังประชารัฐ จะจับขั้วชิงจัดตั้งรัฐบาลก็ตาม โดยเบื้องต้นฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องชนะเสียงในการเลือกประธานสภาฯ ให้ได้ก่อน

บิ๊กดีล พท.-ปชป.แบ่งเค้กคุมเกมสภาฯ

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ในที่ประชุม ส.ส.และอดีต ส.ส. ได้มีการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องเกมในสภาฯ ที่จะต้องมีประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้ควบคุมทิศทางในการกำหนดวาระสำคัญทางกฎหมายและเรื่องต่างๆทางนิติบัญญัติ ที่ผ่านมาแกนนำพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือเป็นระยะๆ ต่างเห็นตรงกัน ที่จะต้องมีบุคคลจากพรรคการเมืองที่ไม่ช่พรรคพลังประชารัฐและเครือข่าย เป็นคนคุมเกมสภาฯ ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เวลานี้บุคคลที่มีความเหมาะสมคือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ มีหลายรายที่ให้ความสนใจ ทั้ง นายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในส่วนของพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะร่วมผลักดันให้คนของพรรคประชาธิปัตย์เป็นประธานสภาฯ โดยที่รองประธานสภาฯคนที่ 1 ต้องเป็นคนของพรรคเพื่อไทย ส่วนประธานสภาฯคนที่ 2 จะเปิดโอกาสให้เป็นคนของของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองที่ไม่ได้สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ

รายงานข่าวระบุด้วยว่า ขณะนี้ภายในพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงพรรคพันธมิตรที่ร่วมลงสัตยาบันยอมรับแล้วว่าความพยายามจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ยาก แม้รวบรวมเสียงได้มากกว่ากึ่งหนึ่งของสภาฯ แต่คงไม่ถึง 376 เสียง เพื่อโหวตนายกฯ ทั้งยังเชื่อว่า พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ คงจะไปร่วมกับทางพรรคพลังประชารัฐค่อนข้างแน่

พปชร.ปฏิเสธเปย์ 7 เก้าอี้ล่อพรรคใหญ่

ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าวแบ่งโควตารัฐมนตรีให้กับ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย พรรคละ 7 เก้าอี้ ว่า ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น ยังไม่ได้มีการจัดตั้งรัฐบาลอย่างที่เป็นข่าว เวลานี้คือ ขั้นตอนแสดงความยินดีกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้เลือก นายจุรินทร์ หัวหน้าพรรคคนใหม่ และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งพรรคได้แสดงความยินดีไปแล้ว เราเคารพการทำงานของพรรคอื่นที่จะมาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีขั้นตอนภายในของเขา เราต้องรอให้เขามีมติออกมาก่อน ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนของการรอ

“ยังไม่มีเรื่อง 7 ตำแหน่งรัฐมนตรี และยังไม่ได้ประสานงานอย่างเป็นทางการ เวลานี้ยังทำอะไรไม่ได้ หลังจากที่พรรคเขามีมติจึงจะเป็นจุดเริ่ม” นายสนธิรัตน์ กล่าว

เมื่อถามถึงกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลขั้วที่ 3 นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน อย่าเพิ่งไปประมาณอะไรต่างๆ เรายังไม่สามารถไปตอบอะไรได้อย่างนั้น ยอมรับว่าพรรคพลังประชารัฐในฐานะที่อาสาเป็นแกนนำตั้งใจพูดคุยกับทุกพรรคที่สามารถร่วมงานกันได้ มีแนวคิดและความตั้งใจที่จะไปด้วยกัน เพื่อร่วมกันทำงานให้กับประเทศ พร้อมจะชวนทุกพรรค เวลานี้มีข่าวต่างๆ ค่อนข้างมาก ซึ่งการโจมตีกันไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ จึงไม่อยากเห็นการใช้วาทกรรมมาเป็นจุดสร้างความแตกแยก หรือความขัดแย้งในบ้านเมืองต่อไป

“อุตตม”ต่อสาย “จุรินทร์” ทาบร่วม รบ.แล้ว

บรรยากาศที่พรรคประชาธิปัตย์ วานนี้ (16 พ.ค.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน นายพนิช วิกิตเศรษฐ อดีตรองหัวหน้าพรรค และสมาชิกพรรคบางส่วน เข้าสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม สัญลักษณ์ประจำพรรค หลังได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือของกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เพื่อกำหนดท่าทีว่าจะร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ว่า ยังไม่ได้มีการกำหนดว่าจะหารือกันวันไหน เพราะพรรคจะต้องแจ้งรายชื่อกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ไปยังนายทะเบียนพรรคการเมือง กกต. ให้ได้รับทราบ และรอหนังสือตอบรับก่อน จึงจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเป็นทางการ

“คาดว่าน่าจะทันวันที่ 22 พ.ค.ที่เปิดสมัยประชุมรัฐสภาแล้ว โดยยังมีเวลา ซึ่งทุกอย่างจะต้องเริ่มต้นจากการประชุมร่วมของกรรมการบริหารพรรคและส.ส.ที่จะตัดสินใจ โดยจะมีที่ประชุมส.ส.พรรคเป็นผู้ตัดสินใจทิศทางการทำงานในสภา” นายจุรินทร์ ระบุ

แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ภายหลังนายจุรินทร์ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ได้มีการติดต่อจาก นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อแสดงความยินดีและทาบทามพรรคประชาธิปัตย์ ให้เข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการแล้ว ทั้งนี้ นายจุรินทร์ ขอนำไปหารือในคณะกรรมการบริหารตามขั้นตอนของพรรคประชาธิปัตย์ และจะให้คำตอบพรรคพลังประชารัฐในสัปดาห์หน้า

ค้านให้ ปชป.เป็นประธานสภาฯ

รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ แจ้งถึงความคืบหน้าในการเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ขณะนี้ยังไมได้ข้อยุติ แม้ก่อนหน้านี้จะปรากฏรายชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นแคนดิเดต ล่าสุดพรรคพลังประชารัฐยังตกลงกันไม่ได้ โดยนายสุชาติ พยายามหาเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ในพรรคทั่วประเทศ รวมถึงพรรคภูมิใจไทยที่พร้อมสนับสนุนนายสุชาติ แต่ติดปัญหาที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.ภาคเหนือ ของพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากต้องการสนับสนุนนายวิรัชมากกว่า จนทำให้มีความเห็นแตกต่างกันภายในอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่เพิ่งได้หัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ พรรคพลังประชารัฐอาจยื่นข้อเสนอตำแหน่งประธานสภาฯให้ ซึ่งมีชื่อของนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ที่มีความเหมาะสม เพราะมีความอาวุโสภายในพรรค และสามารถควบคุมเกมภายในสภาได้ แต่ ส.ส.บางกลุ่มของพรรคพลังประชารัฐ ยังกังวลว่าข้อเสนอสุ่มเสี่ยงเกินไป เพราะอาจทำให้พรรคพลังประชารัฐเสียเปรียบในรัฐสภา ที่พรรคประชาธิปัตย์อาจจะไม่ปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ และบุคคลในคณะรัฐมนตรีไม่เต็มที่เท่ากับคนในพรรคเป็นเอง ขณะที่นายวิรัช อาจติดปัญหาเรื่องภาพลักษณ์คดีทุจริตสร้างสนามฟุตซอลที่ตนเองถูกแจ้งข้อกล่าวหา และล่าสุดอนุกรรมการไต่สวนได้สรุปสำนวนเสร็จสิ้นแล้ว เตรียมจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่เพื่อวินิจฉัย อาจไม่สง่างาม และถูกลดให้ไปเป็นประธานวิปรัฐบาล พร้อมกับให้ลูกชายของนายวิรัชเป็นรัฐมนตรีอีก 1 ตำแหน่งแทน

ป.ป.ช.จ่อฟัน “วิรัช” เอี่ยวโกงสนามฟุตซอล

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอลทั่วประเทศ ที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กับพวกถูกแจ้งข้อกล่าวหา ว่า ปัจจุบันคดีดังกล่าวคณะอนุกรรมการไต่สวนฯดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อบรรจุเข้าวาระที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยในขณะนี้มีกรรมการ ป.ป.ช. หลายคนติดภารกิจเดินทางบ่อย จึงต้องรอให้ครบองค์ประชุมก่อน หากมีการชี้มูลความผิดก็เป็นแค่ขั้นตอนแรกเท่านั้น ยังเหลือกระบวนการในชั้นอัยการ และในชั้นศาลที่ต้องรอการพิจารณากันต่อไป

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. เตรียมจะเร่งรัด หรือรื้อคดีทางการเมืองขึ้นมาตรวจสอบภายหลังการเลือกตั้งนั้น พล.ต.อ.วัชรพล กล่าวว่า อยู่ระหว่างการพิจารณา และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบไปตรวจสอบคดีต่าง ๆ ทั้งหมด ก่อนจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งไม่ได้เป็นการเร่งรัด แต่เป็นไปตามครรลอง และข้อกฎหมาย.
กำลังโหลดความคิดเห็น...