xs
xsm
sm
md
lg

วาระต่อรองผลประโยชน์...

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"โสภณ องค์การณ์"

การเมืองน้ำเน่าแบบบ้านเราจึงยังย่ำรอยเดิม คือการแย่งชิงอำนาจเพื่อได้เป็นรัฐบาล หวังโอกาสที่จะได้จัดสรรปันส่วนผลประโยชน์ตามสิทธิพึงได้พึงมีบนพื้นฐานของจำนวน ส.ส. ในสภา หลังจากการเลือกตั้ง มีทั้งหน้าเดิมๆ และหน้าใหม่ถอดด้าม

เป็นช่วงเวลาของการต่อรองผลประโยชน์ แบ่งเก้าอี้ยังไม่ลงตัว!

การจัดสรรปันส่วนตำแหน่งรัฐมนตรียังไม่ลงตัว พรรคแกนนำรับภาระหามลุงหน้าเดิมอยู่ในช่วงต่อรองกับพรรคอื่นๆ ซึ่งต่างก็ต้องการให้ได้กระทรวงดีที่สุด ให้ได้ผลประโยชน์มากที่สุด จะเห็นลีลายึกยัก สร้างความกำกวมจนชาวบ้านรู้สึกเอียน

มันก็เป็นเพียงเกมเดิมๆ นี่คือโอกาสทองของนักเลือกตั้ง ที่จะต้องหาสิ่งที่ดีสำหรับชีวิต หลังจากว่างเว้นอยู่นานถึงห้าปี อดอยากปากแห้ง ไร้กิจกรรม ภายใต้การจัดการแบบรวมอำนาจเบ็ดเสร็จของคณะรัฐประหารโดยไม่มีฝ่ายค้านแม้แต่คนเดียว

ชาวบ้านก็ได้รับรู้เห็นธาตุแท้ เล่ห์ลิ้นของนักเลือกตั้งเขี้ยวยาว เขี้ยวเพิ่งงอก

นักเลือกตั้งล่าผลประโยชน์จึงมีวาทกรรมข้ออ้างเพื่อจะเข้าร่วมเป็นรัฐบาลโดยเฉพาะพรรคหิ่งห้อยจิ๊บจ๊อย ซึ่งอ้างว่าเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ แต่ไม่บอกว่าจะเดินหน้าไปไหน จะดีขึ้นอย่างไร เพราะไม่มีสัญญาณอะไรให้ดูชื่นอกชื่นใจได้

รู้เห็นชัดอีกด้วยว่า รัฐบาลใหม่ยังเป็นการนำของ ลุงหน้าเดิมอยู่มาแล้วห้าปีผลงานก็เป็นอยู่อย่างที่เห็นไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจ แต่ยังประกาศว่าพร้อมจะอยู่ต่อ ถ้าประชาชนไว้วางใจ ทั้งๆ ที่บรรดาพรรคหาบหามลุงได้ ส.ส. น้อยกว่าพรรคอื่นๆ

ถึงต้องมีอภินิหารในการคำนวณหาคะแนน ส.ส. ตามสิทธิพึงมีพึงได้ แบบที่มีประเทศเดียวในโลก ไม่มีมาตรฐานแน่ชัด ผู้ชนะผู้แพ้ไม่รู้ว่าคะแนนเป็นอย่างไร

สรุปง่ายๆ ลุงหน้าเดิมและพวกขออยู่ต่อ โดยไม่อธิบายว่าทำไม ชาวบ้านสงสัยเช่นกันว่าถ้ามีฝีมือดีจริง มีคุณค่าสำหรับการอยู่ต่อเป็นหัวหน้ารัฐบาล บ้านเมืองคงไม่อยู่ในสภาพน่าอนาถ อย่างการรวยกระจุก โกงกระจุก จนกระจาย อย่างที่เห็น

ที่อ้างได้อย่างเต็มปากแต่ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือไม่ คือผลงานการแต่งเพลง 10 เพลง ซึ่งหลังจากเพลงแรกที่บอกว่า “เราจะทำตามสัญญา” ชาวบ้านลืมไปแล้วว่าเพลงหลังจากนั้นมีเนื้อหาประทับใจ ซึ้งในทรวง น่าจดจำเป็นอภิมหาอมตะแค่ไหน

แถมยังสงสัยว่าเจ้าตัวคนแต่งเพลง ร้องเพลงทั้งหมดโดยไม่ต้องดูเนื้อได้หรือไม่

ความเป็นจริงที่ชาวบ้านควรรับรู้ก็คือ ผลงาน 5 ปีและมีพรรคการเมืองเข้ามาหาบหามให้ลุงเป็นนายกต่อไปนั้น พรรคแกนนำหลักได้คะแนนเสียงเพียง 100 ต้นๆ หรือ 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ สะท้อนให้เห็นชัดว่า พวกที่เหลือไม่ได้ปลื้มกับผลงานของลุง

แต่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็ยังพยายามดันทุรังระดมจัดหาคนหาบหามมาให้ได้แม้จะอยู่ในระดับปริ่มน้ำ และมีวุฒิสมาชิกจากการแต่งตั้ง ลากตั้งมาเป็นฝักถั่วช่วยอุ้มหามให้ลุงอยู่ต่อสมกับความปรารถนา แม้จะต้องอยู่อีกไม่นานก็ตาม

เพียงขอให้อยู่ต่ออีกนักพัก และจากไปในสภาพของผู้นำรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งที่ตัวเองไม่ได้เข้าร่วมแข่งขันด้วย มาแบบต้นทุนต่ำ เหมือนการทำรัฐประหารที่ไม่ต้องระดมรถถัง ปืนใหญ่มาโชว์ให้ดูน่าเกรงขามเหมือนการยึดอำนาจยุคก่อนๆ

มาแล้วจะมีอะไรใหม่ หรือมีอะไรที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนเห็นว่าประเทศจะเดินหน้าต่อไปแบบมีอนาคต บนพื้นฐานอันแข็งแกร่ง โดยมีคณะผู้บริหารใจซื่อมือสะอาด มีความตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน ไร้การทุจริต คอร์รัปชั่น พิสูจน์ได้

คำตอบคงจะเป็นเพียงแค่ “ขอให้เชื่อมั่น” จะมีอะไรให้ชาวบ้านเชื่อมั่นอะไรนอกจากว่าจะมีโครงการประชานิยมต่อเนื่อง หลังจากการใช้เงินงบประมาณระดับแสนๆ ล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ผลที่ได้ก็คือสภาพรวยกระจุก โกงกระจุก

เป็นการโกงกินเฉพาะกลุ่ม มูมมาม อย่างที่ชาวบ้านมองว่า เป็นรูปแบบของรัฐประหารแล้วรวย มีทั้งรวยซุ่มเงียบ รวยแบบอุจาด และรวยจากโครงการของรัฐ

สิ่งที่ประชาชนคาดหวังก็คือ แต่ละกระทรวงจะมีโครงการใหม่และผู้มาใหม่จากการเลือกตั้งจะต้องเร่งแสวงหาประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เพราะไม่มีความมั่นใจว่าจะได้อยู่นานหรือไม่ ถ้าจำนวนเสียงในสภายังปริ่มน้ำอยู่ดูแล้วน่าหวาดเสียว

เว้นแต่ว่า จะมีความต่อเนื่องในการจัดเสริมกองทัพงูเห่าเพื่อให้อยู่ได้นาน แต่ผลงานก็ยังจะเป็นตัวชี้ว่าประชาชนจะยอมทนได้หรือไม่ถ้าชีวิตความเป็นอยู่ไม่ดีขึ้นยังจมอยู่บนกองทุกข์ของหนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะ จนอยู่ในภาวะอันตราย

ยิ่งทีมเศรษฐกิจหน้าเดิมๆ ผลงานก็ไม่มีอะไรโดดเด่นนอกจากโครงการประชานิยมถมไม่เต็ม จากนี้ไปจะต้องเผชิญกับวิกฤตการค้าระหว่างประเทศอันเนื่องมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาแบจีนซึ่งกำลังห้ำหั่นแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

ยิ่งเห็นทีมเศรษฐกิจเคยมีคำครหาเรื่องการไร้วินัยด้านการเงินการคลัง เป็น 4 กุมารหน้าเดิม ก็ยิ่งถูกสงสัยว่าอะไรที่จะตามมาคงต้องเข้าทางหรืออวยทุนใหญ่และกลุ่มเจ้าสัว ซึ่งจ้องเขมือบเมกะโปรเจกต์มูลค่ามหาศาลที่วางรอการแบ่งสันปันส่วน

เป็นหมายมั่นปั้นมือว่าไม่เสียแรงเปล่าในการช่วยหาหามรัฐบาลลุงมาตั้งแต่เริ่ม 5 ปีที่แล้ว และจะเป็นยุคของการรวบยอดของการลงทุนเพื่อความมั่งคั่งยั่งยืน

เป็นการสมประโยชน์ ถ้าการต่อรองลงตัว แม้จะมีเสียงกระจองอแงจากพวกหิ่งห้อย แต่ตามคำร่ำลือว่าค่าตัวสูงเกิน 40 จุดในวาระนี้ ถือว่าเป็นโอกาสทอง

เพียงแต่ไม่ใช่ความมั่งคั่งของประชาชน ไพร่ฟ้าหน้าหมองคล้ำเท่านั้น!


กำลังโหลดความคิดเห็น...