xs
xsm
sm
md
lg

ระหว่างอำนาจกับความชอบธรรม

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

นางมาร์การิตา โรเบิลส์ รักษาการรัฐมนตรีกลาโหมประเทศสเปน
ปิดฉากสัปดาห์นี้...คงต้องแวะไปแถวๆ ตะวันออกกลาง หรือแถวๆ อิหร่านกันอีกนั่นแหละทั่น เพราะไม่ว่าฉากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างคุณพ่ออเมริกากับคุณปู่อิหร่าน จะถูกยกระดับ ถูกพัฒนาไปในแนวไหน จะเกิด “อุบัติเหตุ” อันเป็นสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างไม่พึงประสงค์ไปด้วยกันทั้งสิ้น ขึ้นมาหรือไม่ อย่างไร แต่ท่ามกลางบรรยากาศที่ว่านี้...มันก็มีอะไรที่น่าคิด น่าสะกิดใจ พอที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องบ่งชี้ความเป็นไปต่างๆ ได้พอประมาณ...

อันดับแรก...ที่น่าสนใจเอามากๆ แม้ไม่ได้ถูกหยิบมาพูดถึงมากมายสักเท่าไหร่ นั่นคือการออกมาประกาศ “จุดยืน” ของผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งรักษาการรัฐมนตรีกลาโหมประเทศสเปน “นางมาร์การิตา โรเบิลส์” (Margarita Robles) ว่ากองทัพเรือสเปนได้มีคำสั่งให้ถอนกำลังเรือรบ “Mendez Nuez” และลูกเรือจำนวน 215 คน ที่เคยร่วมปฏิบัติการอยู่กับกองเรือ “Armada” อันมีเรือบรรทุกเครื่องบิน “USS Abraham Lincoln” เป็นผู้นำมาโดยตลอด ตามข้อผูกพันในฐานะสมาชิกกองกำลังนาโต โดยเฉพาะในจังหวะที่สหรัฐฯ คิดจะใช้กองกำลังเหล่านี้ เข้าไปปฏิบัติการกดดันอิหร่านลึกเข้าไปในอ่าวเปอร์เซีย ด้วยเหตุผลที่ว่า... “สเปนไม่ต้องการถูกลากเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งใดๆ ต่อประเทศอิหร่าน” คือถึงแม้ต้องแล่นเรือตามตูดเรือบรรทุกเครื่องอเมริกันไปเรื่อยๆ ตามข้อตกลงของนาโต แต่เรือรบของสเปนลำนี้ จะไม่ยอมแล่นเข้าไปในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซียโดยเด็ดขาด!!!

อันดับต่อมา...ก็คือข่าวคราวที่นายพลอังกฤษ “พลตรีคริสโตเฟอร์ กิคา” (Christopher Ghika) ผู้มีฐานะตำแหน่งเป็นถึงรองผู้บัญชาการกองกำลังร่วมต่อต้านการก่อการร้ายในตะวันออกกลาง มีฐานบัญชาการอยู่ในประเทศอิรัก ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เมื่อช่วงวันอังคาร (14 พ.ค.) ที่ผ่านมานี่เอง ว่าตลอดช่วงระยะที่ผ่านมา...ไม่ได้มีสิ่งบอกเหตุใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย ว่าบรรดากลุ่มกองกำลังชาวมุสลิมที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน ไม่ว่าที่อยู่ในประเทศอิรัก หรือซีเรีย จะมีความเคลื่อนไหวในลักษณะที่เป็น “ภัยคุกคาม” ต่อความสงบเรียบร้อยในตะวันออกกลาง จนส่งผลให้หลังจากวิดีโอชิ้นนี้ถูกนำไปเผยแพร่สู่สาธารณะ กองทัพอเมริกันอย่าง “US Central Command” ซึ่งกำลังพยายามโหมกระพือ “ภัยคุกคามอิหร่าน” กันอย่างเป็นระบบและเป็นกิจการ เลยต้องออกมาตำหนิ ด่าทอ นายพลอังกฤษรายนี้ว่า มุ่งที่จะ “ลดความเชื่อถือ” ต่อหน่วยงานข่าวกรองของอเมริกาและพันธมิตร ซึ่งกำลังแบกรับภารกิจอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง...

นั่นยังไม่รวมไปถึงรัฐมนตรีกลาโหมเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์...ที่ออกมาประกาศยุติการให้ความร่วมมือทางทหาร ต่อภารกิจการสนับสนุนกองกำลังต่อต้านการก่อการร้ายในตะวันออกกลางเอาไว้ชั่วคราว โดยเฉพาะการฝึกนักรบชาวเคิร์ดบริเวณพื้นที่ภาคเหนือของอิรัก ด้วยเหตุผลข้ออ้างถึงความสับสนและความตึงเครียด อันเนื่องมาจากบรรยากาศการเผชิญหน้าระหว่างกองทัพอเมริกากับอิหร่าน ขณะที่นักการเมืองฝ่ายซ้ายของเยอรมนี อย่าง “นางSahra Wagenknect” ออกมาประกาศจุดยืนเอาไว้อย่างเด่นชัด โดยไม่ต้องเสียเวลาตีความใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย ประมาณว่า “ใครก็ตาม...ที่ต้องการรักษาสันติภาพระหว่างประเทศ ต้องการประคับประคองข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านให้มีผลต่อไป จะต้องพยายามแสดงออกให้เห็นโดยเด่นชัด ว่ามีแต่จะต้องต่อต้านแผนสงครามของอเมริกาและการแซงชั่นตามอำเภอใจต่ออิหร่าน รวมทั้งต้องปฏิเสธที่จะให้กองทัพอเมริกันใช้ฐานทัพในยุโรปเพื่อทำสงครามกับอิหร่านอีกด้วย...”

โดยบรรยากาศในลักษณะทำนองนี้...ต้องเรียกว่า ออกจะผิดแผกแตกต่างไปจากครั้งกองทัพอเมริกาบุกอิรัก บุกอัฟกานิสถาน หรือแม้แต่เข้าไปแทรกแซงในซีเรีย แบบชนิดคนละเรื่อง คนละม้วน คือไม่ว่ากองทัพอเมริกันจะยิ่งใหญ่เกรียงไกรสักปานไหน แต่นับวัน...คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “เครื่องจักรสงคราม” ชิ้นนี้ ชักจะออกอาการ “โฮม อโลน” หนักยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โอกาสที่จะไล่ทุบ ไล่บี้ ไล่เหยียบ ไล่กระทืบ ประเทศเล็ก ประเทศน้อย เหมือนเมื่อยุคเก่าๆ ออกจะเป็นอะไรที่ยากส์ส์ส์ลำบากยิ่งขึ้นทุกที เมื่อบรรดาผู้ที่เคยถือเป็น “พันธมิตร” ไม่ว่าในระดับเคียงบ่า เคียงไหล่กันมาโดยตลอด หรือระดับที่เพิ่งต่อเส้น ต่อสาย ด้วยการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ไปเป็นช่วง เป็นระยะ ล้วนแต่ออกอาการ “ใครๆ ก็ไม่รักผม...แม้พัดลมยังส่ายหน้าเลย” ไปด้วยกันแทบทั้งสิ้น...

ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรในยุโรป...ไล่มาตั้งแต่อังกฤษ, เยอรมนี, ฝรั่งเศส ไปจนถึงอิตาลี ที่นับวันไม่ใช่แต่เฉพาะฉากสถานการณ์ในตะวันออกกลางเท่านั้น ที่บรรดาประเทศเหล่านี้เริ่มออกอาการ “ตัวใคร-ตัวมัน” กระทั่งการปลุกระดมพันธมิตรให้ช่วยลุกขึ้นมาต่อต้านเทคโนโลยี 5G ต่อต้านอภิมหาโครงการเส้นทางสายไหม BRI ของจีน ไปจนถึงต่อต้านโครงการ Nod Stream 2 ของรัสเซีย ฯลฯ ไปๆ-มาๆ แล้ว...ต่างแทบไม่มีพันธมิตรรายใดเอาด้วย กระทั่งพันธมิตรในตะวันออกกลาง ที่พยายามต่อเส้น ต่อสาย สร้างขึ้นมาใหม่ หวังจะให้เกิด “อาหรับ นาโต” เอาเลยถึงขั้นนั้น ล่าสุด...ประเทศอียิปต์ที่ถือเป็นแกนสำคัญก็ได้ออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่าไม่เอาด้วยแล้วกับความเป็น “อาหรับ นาโต” ที่ทำให้อาจต้องเมื่อยเนื้อ เมื่อยตัว โดยใช่เหตุ ส่วนอิรักที่แม้ยังคงมีทหารอเมริกันฝังตัวอยู่ถึง 5,000 ราย แต่ภายใต้บรรยากาศการเผชิญหน้าระหว่างกองทัพอเมริกันกับกองทัพอิหร่าน ณ ช่วงขณะนี้ ทูตอิรักประจำกรุงมอสโก “นายHaidar Mansour Hadi” ก็ได้ออกมาประกาศเอาไว้ชัด ระหว่างการแถลงข่าวเมื่อช่วงวันพุธ (15 พ.ค.) ที่ผ่านมาว่า... “อิรักไม่ต้องการสงครามล้างผลาญใดๆ ในตะวันออกกลางอีกต่อไปแล้ว และจะไม่อนุญาตให้กองทัพอเมริกันใช้ดินแดนอิรัก เป็นฐานปฏิบัติทางทหารในการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดอย่างอิหร่าน โดยเด็ดขาด...”

เจอเข้ากับอาการ “โฮม อโลน” ในลักษณะเช่นนี้...คงแทบไม่ต้องพูดถึงการบุก การเปิดฉากสงครามกับประเทศที่มีลำหัก ลำโค่นระดับ “พี่เบิ้มในตะวันออกกลาง” อย่างอิหร่านอีกเลย แค่เฉพาะ “ประเทศสวนหลังบ้าน” อย่างเวเนซุเอลาในทุกวันนี้ คุณพ่ออเมริกาท่านก็ยัง “แ-กไม่ลง” กระดูก “มาดูโร” ติดคอชนิดหน้าเขียว หน้าเหลือง หายใจ หายคอแทบไม่ออก คือถึงแม้จะระดมประเทศพันธมิตรให้สนับสนุน “ประธานาธิบดีหุ่น” ของตัวเองได้ถึงกว่า 50 ประเทศ แต่ก็แทบไม่มีประเทศไหนเลย ที่จะเอาด้วยกับการใช้ “อำนาจทางทหาร” ของอเมริกา บุกเข้าไปไล่ทุบ ไล่กระทืบ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแบบโจ้งๆ โต้งๆ มีแต่ประธานาธิบดีหุ่นของตัวเองเท่านั้น ที่พยายามยุ พยายามเชียร์ ให้กองทัพอเมริกันใช้กำลังบุกประเทศตัวเอง จนส่งผลให้ชาวเวเนซุเอลาที่ยังหลงเหลือความรักเกียรติยศ ศักดิ์ศรีแห่งความเป็นชาติ เลยหายเกลี้ยง!!! การชุมนุมต่อต้านรัฐบาล “มาดูโร” ในแต่ละที จึงมี “มวลชน” เข้าร่วมแบบพอๆ กับการชุมนุมของ “กลุ่มวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ” ของบ้านเรานั่นแหละ คือนับวันมีแต่จะหดๆ หายๆ ลงไปเรื่อยๆ...

สรุปรวมความแล้ว...สิ่งที่อาจถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจเอาไว้ ณ ที่นี้ก็คือว่า...ไม่ว่าจะเป็นอำนาจใดๆ ก็แล้วแต่ จะออกไปทาง “Hard Power” หรือ “Soft Power” เป็นอำนาจอย่างแข็งแบบอำนาจทางทหาร หรืออำนาจอย่างอ่อนแบบอำนาจการเมือง-เศรษฐกิจ-วัฒนธรรมก็ตาม ยังไงๆ...คงหนีไม่พ้นต้องอาศัยความถูกต้อง เป็นธรรม นั่นแหละเข้าไปรองรับอำนาจนั้นๆ มันถึงจะเป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่ เกรียงไกรขึ้นมาได้จริงๆ แต่ถ้าลองอาศัย “ความเห็นแก่ตัว” เป็นที่ตั้งซะอย่างแล้ว ไม่ว่าจะใหญ่แค่ไหน เกรียงไกรแค่ไหน ย่อมมีโอกาส “โฮม อโลน” ไปด้วยกันทั้งสิ้น ดังที่คุณพ่ออเมริกากำลังต้องเผชิญหน้าอยู่ในทุกวันนี้...นั่นแล...
กำลังโหลดความคิดเห็น...