xs
xsm
sm
md
lg

เขตนครปฐม : สะท้อนศักยภาพ กกต.

เผยแพร่:   โดย: สามารถ มังสัง

นับคะแนนใหม่เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม
จากการนับคะแนนใหม่ที่เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม ซึ่งผลของการนับกลับไปกลับมาระหว่างผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคอนาคตใหม่ แต่ในที่สุด การนับครั้งสุดท้ายปรากฏว่า ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ชนะ 4 คะแนนซึ่งตรงกับที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ประกาศก่อนหน้านี้แล้ว

จากปรากฏการณ์ที่เขต 1 นครปฐม ทำให้ประชาชนที่ต้องการเห็นความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทยมีความก้าวหน้า รู้สึกผิดหวังเพราะเพียงการเลือกตั้งซึ่งเป็นขั้นต้นของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ยังมีความบกพร่องและผิดพลาดให้เห็น ดังนั้น เมื่อมองไปข้างหน้าต่อจากนี้ คงมีแต่ความมืดมน ทั้งนี้อนุมานจากเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. เพียงเขตเลือกตั้งเดียวที่นครปฐมความบกพร่อง และผิดพลาดของ กกต.ได้เกิดขึ้นซ้ำซากมากมายถึงเพียงนี้ ถ้ามีการนับคะแนนใหม่ในทุกเขตทั่วประเทศ จะมีความบกพร่องและผิดพลาดมากมายขนาดไหน

2. จากความบกพร่องและผิดพลาดในการนับคะแนนในเขต 1 นครปฐม ถึงแม้ผลการเลือกตั้งมิได้เปลี่ยนไปจากผู้ชนะเป็นผู้แพ้ แต่การที่คะแนนลดลงในฝ่ายผู้ชนะ และเพิ่มขึ้นในฝ่ายผู้แพ้ ก็มีผลต่อการนำคะแนนเสียงที่ได้ไปเป็นฐานคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งก็เท่ากับทำให้เกิดผลได้และผลเสียแก่พรรคการเมืองโดยรวม

3. จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่เขต 1 นครปฐม ทำให้ความน่าเชื่อถือในการทำหน้าที่ของ กกต.ลดลง และอาจถึงขั้นหมดไป

ดังนั้น หลังจากการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว อาจมีการร้องเรียนและขอให้มีการนับคะแนนใหม่เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่มีการแพ้ชนะโดยที่คะแนนไม่ทิ้งห่างกันมากนัก

ถ้าเป็นเช่นนี้ ความวุ่นวายก็จะเกิดขึ้นเริ่มตั้งแต่เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ ไปจนถึงให้มีการเลือกตั้งใหม่ และอาจเลยเถิดไปจนถึงการชุมนุมขับไล่ กกต.รวมไปถึงรัฐบาล โดยอ้างเหตุจัดการเลือกตั้งไม่โปร่งใสก็เกิดขึ้นได้

ทำไมจะต้องมีการชุมนุมขับไล่ กกต.และรัฐบาล ในเมื่อ กกต.และรัฐบาลได้บอกตลอดเวลาว่าได้จัดการเลือกตั้งอย่างโปร่งใส และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด?

เกี่ยวกับประเด็นนี้ จะต้องมีการพิจารณาใน 3 ระดับดังต่อไปนี้

1. ในส่วนที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบของ กกต.และรัฐบาล คงจะอ้างได้ว่าได้ดำเนินการทุกอย่างตามที่กฎหมายกำหนดคือ จัดให้มีการเลือกตั้งแล้วเมื่อวันที่ 24 มีนาคม และได้ประกาศผลการเลือกตั้งทั้งที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการเรียบร้อยแล้ว จึงไม่น่าจะมีใครนำมาเป็นจุดวิพากษ์ในทางลบได้

2. ในส่วนของผู้ลงสมัครเลือกตั้ง และพรรคการเมืองซึ่งเป็นองค์กรในการทำกิจกรรมทางการเมือง มิได้มองเพียงว่า กกต.และรัฐบาลได้จัดให้มีการเลือกตั้งแล้ว และประกาศผลการเลือกตั้งแล้วเท่านั้น แต่ยังมองลึกลงไปถึงขั้นตอนการดำเนินการจัดการเลือกตั้งในทุกขั้นตอนว่า ทำให้พรรคและผู้สมัครของพรรคได้รับความเป็นธรรมจากการเลือกตั้งในทุกขั้นตอนหรือไม่ และถ้าพบว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในขั้นตอนใด ก็จะนำไปสู่การร้องเรียนและฟ้องร้องในขั้นตอนนั้น

3. ในส่วนที่เกี่ยวกับประชาชนในฐานะเป็นเจ้าของอธิปไตย ก็คาดหวังจะได้เห็นประชาธิปไตยในบ้านเมืองของตนเองเจริญก้าวหน้า แต่เมื่อได้เห็นความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดจาก กกต. รัฐบาล และพรรคการเมือง ก็จะรู้สึกผิดหวัง และความผิดหวังนี้เองจะนำไปสู่การต่อต้านทางการเมือง
กำลังโหลดความคิดเห็น...