xs
xsm
sm
md
lg

อุ้มทีวีดิจิทัล 3 หมื่นล้าน เป็น “ค่าโง่” หรือ “การปล้น”

เผยแพร่:   โดย: นพ นรนารถ


ถ้าจะมีใครเขียนประวัติศาสตร์องค์กรคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.และเขียนอย่างตรงไปตรงมา ต้องไม่ลืมหรือละเลยที่จะจารึกว่า การประมูลทีวีดิจิทัล เมื่อปลายปี 2556 เป็นความล้มเหลวครั้งสำคัญของ กสทช.

แปลกแต่จริงที่กรรมการ กสทช.ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการประมูลทีวีดิจิทัลเมื่อ 5 ปีก่อน อย่างน้อย 2 คนยังเป็นกรรมการ กสทช.ชุดปัจจุบันอยู่ โดยมิต้องแสดงความรับผิดชอบใดๆ ต่อการตัดสินใจที่วันนี้พิสูจน์แล้วว่า เป็นความผิดพลาดที่ไม่น่าเกิดขึ้น

ในครั้งนั้น มีผู้ทักท้วงแล้วว่า การประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลพร้อมกันทีเดียว 24 ช่องมากเกินไป เสี่ยงต่อการก่อให้เกิดภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรง ควรจะทยอย ประมูลหลายๆ ครั้ง แต่ละครั้งมีจำนวนใบอนุญาตที่น้อยลง แล้วประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กรรมการ กสทช.ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้มีการประมูลไม่ฟัง ยังดึงดันที่จะให้มีการประมูลครั้งเดียว 24 ช่อง

ความผิดพลาดที่สำคัญอีกข้อหนึ่งคือ กสทช.มองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีการแพร่ภาพการรับชมที่กำลังก่อตัวขึ้น ในฐานะผู้กำกับดูแลกิจการกระจายเสียงที่กรรมการหลายๆ คนใช้เวลาส่วนใหญ่เดินทางไปดูงานต่างประเทศแทบทุกเดือน สะสมไมล์การบินที่ใช้ไปได้ตลอดชีวิต ไม่สามารถแก้ตัวว่า ไม่รู้ว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีแบบพลิกฟ้า คว่ำแผ่นดินขนาดนี้

แปลกแต่จริงอีกเหมือนกัน ที่ผู้ประกอบการที่เข้าประมูลทีวีดิจิทัลทั้ง 24 ช่อง ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่ 22 ช่อง ไม่ต้องรับผลจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดของตนเอง แต่กลับได้รับการชดเชยความเสียหายที่ตัวเองมีส่วนสร้างขึ้น

วันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นวันสุดท้ายที่ กสทช.ประกาศให้ผู้ประกอบการ ทีวีดิจิทัลที่ต้องการคืนใบอนุญาต ตามคำสั่ง คสช.ที่ 4/2562 แสดงความจำนง ปรากฏว่า มี 7 ช่องจากทั้งหมด 22 ช่องที่ขอคืนใบอนุญาต ประกอบด้วยช่อง 20 ของไบรท์ ทีวี , ช่อง 21 ของวอยซ์ ทีวี, ช่อง 13 และช่อง 28 ของบีอีซี หรือช่อง 3 ช่อง 14 ของ อสมท, ช่อง 19 ของสปริงนิวส์ และช่อง 26 ของเนชั่น

เงินชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการตัดสินใจของตัวเองเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่ละช่องได้ไม่เท่ากัน ตัวอย่างเช่น ช่องสปริงนิวส์ได้ 730 ล้านบาท จากค่าใบอนุญาตที่จ่ายไปแล้ว 878 ล้านบาท วอยซ์ ทีวี ได้เงินเยียวยากว่า 400 ล้านบาท จากที่จ่ายไปแล้ว 748 ล้านบาท

แม้ว่าเงินชดเชยที่ทั้ง 7 ช่องจะได้รับน้อยกว่าค่าใบอนุญาตที่ชำระไปแล้ว 4 งวด แต่เงินชดเชยนี้ ผู้ประกอบการทั้ง 7 ช่องไม่สมควรได้รับเลย แม้แต่บาทเดียว

ผู้ประกอบการอีก 15 ช่องที่ตัดสินใจไปต่อ ไม่คืนใบอนุญาต ไม่ได้รับเงินชดเชย แต่ได้ค่าไถ่บาปจาก กสทช.คือ ได้รับยกเว้นค่าใบอนุญาตที่ต้องจ่ายอีก 2 งวด รวมเป็นเงินประมาณ 9,700 ล้านบาท และ กสทช.ออกค่าเช่าโครงข่ายสัญญาณ หรือ “MUX” ตลอดอายุใบอนุญาตที่เหลืออยู่ คือ อีก 10 ปีคิดเป็นเงินราวๆ 18,770 ล้านบาท รวมแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 28,444 ล้านบาท สำหรับการต่ออายุให้ทีวีดิจิทัล 15 ช่องที่เหลือ ซึ่งหลายๆ ช่องเป็นของอภิมหาเศรษฐีที่ติดอันดับคนไทยที่รวยที่สุดของ “ฟอร์บส์” ทุกปี

เมื่อรวมกับค่าชดเชยที่จ่ายให้กับทีวีดิจิทัลที่ขอคืนใบอนุญาต 7 ช่อง กสทช.รวมแล้วประมาณ 4 พันล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 31,000 ล้านบาท นี่คือราคาของความล้มเหลวความผิดพลาดของ กสทช.

เงิน 31,000 ล้านบาทนี้ เป็นเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส.ซึ่งกันมาจากรายได้ค่าประมูลคลื่นที่ใช้ในกิจการโทรคมนาคม ดังนั้น แม้จะไม่ใช่เงินภาษีของประชาชนโดยตรง แต่เป็นเงินจากค่าใช้คลื่นความถี่ซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติ จึงถือว่าเป็นเงินส่วนรวม แต่ถูกนำไปจ่ายชดเชยความผิดพลาดในการลงทุนของเอกชนและเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าชดเชย และต่ออายุให้ทีวีดิจิทัล กสทช.จึงต้องบีบให้ ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยอมรับการจัดสรรคลื่น 700 MHz รายละ 15 MHz คิดเป็นเงินประมาณ 25,000 ล้านบาทต่อราย โดยจะนำเงินส่วนนี้ไปจ่ายชดเชยต่ออายุให้ทีวีดิจิทัล โดยมีเงื่อนไขตอบแทน ยืดค่างวดคลื่น 900 ที่ต้องจ่ายก้อนใหญ่งวดสุดท้ายปีหน้า เป็นผ่อนจ่าย 10 ปี

ค่าชดใช้ที่ศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้การรถไฟแห่งประเทศไทย จ่ายให้กับบริษัท โฮปเวลล์ มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย ถูกสื่อสารมวลชนเรียกว่า “ค่าโง่” ค่าชดเชย และค่าเยียวยาทีวีดิจิทัล 3.1 หมื่นล้านบาท สูงกว่าค่าโง่โฮปเวลล์มากกว่าหนึ่งเท่าตัว

เงินชดเชยทีวีดิจิทัลไม่ควรถูกเรียกว่า ค่าโง่ เพราะ กสทช.ไม่ทำผิดเงื่อนไขการให้ใบอนุญาตแต่อย่างใด แต่เป็นปัญหาการดำเนินงานของผู้ประกอบการเอง การเอาเงิน 3.1 หมื่นล้าน จากกองทุน กทปส.ไปจ่ายให้กับทีวีดิจิทัล ไม่ใช่ค่าโง่ แต่เป็นการปล้นเอาเงินมาแจกจ่ายให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยใช้มาตรา 44 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ยื่นให้เป็นอาวุธ


กำลังโหลดความคิดเห็น...