xs
xsm
sm
md
lg

"กรณ์-อภิรักษ์"โชว์กึ๋นชิงหน.พรรค เน้นเอกภาพ-ปรับใช้เทคโนโลยี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

วานนี้ (9 พ.ค.) พรรคประชาธิปัตย์ จัดให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ ของผู้ที่เสนอตัวลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ต่อสมาชิกพรรคในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีนายกรณ์ จาติกวณิช รักษาการ รองหัวหน้าพรรค และ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯกทม. เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค และ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรมว.ยุติธรรม ไม่ได้มาเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ เนื่องจากติดภารกิจที่ได้นัดหมายไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
นายกรณ์ กล่าวว่า ประเด็นที่สำคัญที่สุด ในการกำหนดท่าทีและยุทธศาสตร์ของตน คือเรื่องของความสมัครสมานสามัคคีในพรรค ทำอย่างไรให้ภายหลังจากการเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้ เรากลับมาทำงานร่วมกันอย่างมีพลัง เนื่องจากว่าผลการเลือกตั้ง ทำให้เหลือส.ส. เพียง 50 กว่าคน และยังมีพรรคพวกที่ไม่ได้รับเลือกตั้ง เป็นจำนวนมากที่จะต้องทำงานร่วมกัน เพื่อให้พวกเขาได้รับเลือกกลับเข้ามาเป็น ส.ส.อีกครั้ง และสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคฯให้มีเอกภาพ เมื่อตนคิดเช่นนั้น จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ตนได้เชิญชวน นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เข้ามา ในฐานะว่าที่เลขาธิการพรรค
"ผมได้เดินสายชี้แจงให้กับพวกเราได้รับทราบถึงเหตุผลว่า ทำไมต้องเอา ส.ส.หนึ่งเดียวจากภาคเหนือ มาเป็นเลขาธิการพรรค แทนที่จะเป็นไปในรูปแบบว่า หัวหน้าพรรคเป็นคนภาคอื่น เลขาฯ ก็ต้องเป็นคนภาคใต้ ตามหลักสัดส่วนของส.ส. ที่มีมากที่สุด ซึ่งผมอธิบายว่า ที่ผมขอให้ นายชัยวุฒิ มานั่งเลขาธิการพรรคก็เพราะผมมองเรื่องการเชื่อมโยงกับทุกคน หรือทุกขั้วในพรรค จำเป็นที่จะต้องประสานงานร่วมกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน ในนามพรรคประชาธิปัตย์ คือภารกิจที่สำคัญที่สุด ผมประเมินตัวเองว่า ผมมีข้อด้อย ข้อบกพร่องตรงไหน และผมก็วิพากษ์ว่า ท่านใดจะเหมาะสมเข้ามาเป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งจะช่วยเติมส่วนที่ผมขาดให้เต็มได้ โดยเฉพาะบทบาทการเชื่อมโยงให้ทุกคนมาทำงานร่วมกัน ฉะนั้นผมจึงยึดที่ตัวบุคคล มากกว่าว่าเขามาจากภาคไหน ผมจึงต้องขอบอกกับเพื่อนๆ ทางภาคใต้ว่า ความตั้งใจของผมกับพี่ชัยวุฒิ นั้น คืออย่างไรก็แล้วแต่ เราไม่ได้ทำงานกัน 2 คน " นายกรณ์ กล่าว
สำหรับแนวทางการปรับปรุงพรรคนั้น เรื่องที่จะหยิบยกมาทบทวน เช่น เรื่องบทบาทของสาขาพรรค บทบาทสมาชิก ว่าเราเข้มแข็งกว่าเขาไหม ทำให้เรามีความสามารถในการแข่งขันในสนามเลือกตั้งมากกว่าเขาไหม หรือว่าจะมีวิธีการอื่น ในการหาพรรค หาพวก ในส่วนของประชาชนที่อยู่นอกพรรค โดยอาศัยเทคโนโลยี หลักการการมีแฟนคลับ ผ่านการเชื่อมโยงของโซเซียลมีเดีย ซึ่งวิธีการนี้ อาจจะมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีการแบบเดิมก็ได้
"จากผลการเลือกตั้ง และวัฒนธรรมของพรรคที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ผู้อาวุโสในพรรค จะต้องลงรับสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ และผู้ที่มีฐานเสียงในระดับเขต และคนรุ่นใหม่ของพรรค จะต้องลงสู้ในระดับเขต ซึ่งถือเป็นเรื่องที่จะต้องนำพิจารณาว่า ตามกติกาในปัจจุบัน ผู้สมัครส.ส. จะต้องเป็นผู้ที่ต้องเป็นผู้สมัครที่สามารถมั่นใจได้ว่าเรียกคะแนนให้พรรคให้ได้มากที่สุดในแต่ละเขต เราจะทบทวนไหมว่า ผมควรจะต้องลงเขต แกนนำพรรค จะต้องลงเขต ซึ่งประเด็นนี้ ทางพรรค ควรที่จะต้องทบทวน และมาตั้งคำถามว่า จะยึดแนวทางเดิม หรือจะปรับเปลี่ยนตามกติกา หรือไม่" นายกรณ์ กล่าว
** ขอ3ข้อ อยากให้"อภิรักษ์" ทำอะไร
ด้านนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน กล่าวว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา มีความแตกต่างจากการสถานการณ์ปกติทั่วไป เรื่องเทคโนโลยี สื่อโซเชียล เข้ามามีบทบาทมาก โดยเฉพาะ พฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ต ทำให้การรับรู้ข้อมูลข่าวสารเปลี่ยนไปเยอะมาก ดังนั้น ถึงแม้ว่าพรรคฯจะพยายามทำสิ่งเหล่านี้ แต่ก็ยังปรับตัวไม่เพียงพอ ต่อประชาชน หรือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ถือเป็นจุดหนึ่ง ที่พรรคจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลงและให้ความสำคัญ
นายอภิรักษ์ ยังได้เขียนจดหมายถึงโหวตเตอร์ ผู้มีสิทธิ์เลือกหัวหน้าพรรคทั้ง 307 คน พร้อมให้กรอกแบบฟอร์มว่าต้องการให้นายอภิรักษ์ ทำอะไรบ้างใน 3 สิ่ง หากได้เป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป เพื่อเป็นการให้สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการเลือกหัวหน้าพรรคครั้งนี้
" ผมขอรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกท่านว่า หากผมได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนต่อไป 3 สิ่งแรก ที่ท่านอยากให้ผมทำเพื่อเปลี่ยนแปลงพรรค คืออะไร ผมจะอ่านทุกความคิดเห็นด้วยตัวเอง และจะนำสิ่งที่ท่านแนะนำมาพิจารณาลงมือทำเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาครองใจประชาชนอีกครั้งครับ"นายอภิรักษ์ ระบุ
ด้านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ตนอาสาเข้ามาเพื่อฟื้นฟูและกอบกู้พรรค ไม่ใช่เพื่อแสวงหาอำนาจ หรือโอกาสทางการเมือง จะร่วมทำงานกับเพื่อนๆ ด้วยหัวใจเดียวกัน เราจะดูแลกันและกัน จะคล้องแขนเดินไปข้างหน้าด้วยกัน เพื่อนคนใดสะดุดล้ม เราจะช่วยกันประคองให้ลุกขึ้น และร่วมเดินไปข้างหน้าด้วยกันได้เหมือนเดิม
"ตำแหน่งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค รองหัวหน้าพรรค ฯลฯ เป็นเพียงหัวโขน เราจะทำงานร่วมกันด้วยสถานะที่เท่าเทียมกัน หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคจะไม่ใช่ผู้ทรงอำนาจสูงสุดอีกต่อไป ผมจะขอยืนหยัดทำงานให้พรรคอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง หากเพื่อนๆ มีมติให้พรรคเข้าร่วมรัฐบาล ผมจะไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีใดๆ แต่จะขอเป็นตัวแทนประชาชน คอยดูแลพวกเราที่ไปทำงานบริหาร ให้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ" นายพีระพันธุ์ ระบุ
กำลังโหลดความคิดเห็น...