xs
xsm
sm
md
lg

เสด็จฯเลียบพระนคร พสกนิกรแซ่ซ้องทรงพระเจริญ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ในหลวง เสด็จฯเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค ตามโบราณราชประเพณี พระบรมราชินี-พระองค์ภาฯ ทรงร่วมพระดำเนินกระหนาบข้างคู่เคียงพระราชยาน พสกนิกรทุกหมู่เหล่าเฝ้ารับเสด็จฯ เปล่งเสียงทรงพระเจริญ กึกก้อง ด้วยความปลื้มปีติ

เมื่อเวลา 16.49 น. วานนี้ (5พ.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องบรมขัตติยราชภูษิตาภรณ์ ฉลองพระองค์ครุย สายสะพายมหาจักรี สายสร้อยจุลจอมเกล้า ทรงพระมาลาเส้าสูง และทรงพระแสงขรรค์ชัยศรี เสด็จพระราชดำเนินจากพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทางพระทวารเทวราชมเหศวร เสด็จฯไปประทับรถยนต์พระที่นั่งทางพระทวารเทเวศรรักษา ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค โดยพระราชยานพุดตานทอง จากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร-วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม-วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม รวมระยะทาง 7.15 กม. โดยบริเวณพระบรมวงศานุวงศ์เฝ้าฯรับเสด็จ และชื่นชมพระบารมี

เวลา 16.59 น. ประทับพระราชยานพุดตานทอง เสด็จออกจากเกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก แตร กองทหารเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด

เสด็จวัดบวรนิเวศวิหาร

ต่อมาเวลา17.03 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค ตามโบราณราชประเพณี ในการนี้สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯพระบรมราชินี พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ทรงร่วมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระดำเนินกระหนาบข้างคู่เคียงพระราชยาน ในฐานะที่ทรงดำรงพระยศเป็นราชองครักษ์ในพระองค์

มีกองทหารแห่นำริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศออกจากพระบรมมหาราชวัง ทางพิมานไชยศรี วิเศษไชยศรี เลี้ยวขวาถนนหน้าพระลาน เลี้ยวซ้ายไปตามถนนราชดำเนินใน ถนนราชดำเนินกลาง เลี้ยวซ้ายถนนตะนาว เลี้ยวขวาถนนบวรนิเวศ เลี้ยวขวาถนนพระสุเมรุ เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร เสด็จเข้าพระอุโบสถ พระราชาคณะและพระสงฆ์ เจริญชัยมงคลคาถา เสด็จฯไปถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน ธูปเทียนแพบูชาพระพุทธชินสีห์พระประธานในพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการท้ายที่นั่งถวายสักการะ พระบรมรูปสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ และพระอัฐิสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฆฒโน) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระราชกรรมวาจาจารย์ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระสงฆ์ถวายอดิเรก

เสด็จฯวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

จากนั้นเสด็จออกจากพระอุโบสถ ประทับพระราชยานพุดตานทองที่เกยหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร ไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยาตราริ้วขบวนไปตามถนนพระสุเมรุ เลี้ยวขวาถนนราชดำเนินกลาง เลี้ยวซ้ายถนนอัษฎางค์ เลี้ยวซ้ายถนนบำรุงเมือง เลี้ยวขวาถนนเฟื่องนคร เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยข้างวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เสด็จฯไปทรงถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นชานพระอุโบสถ บรรพชิตจีนและญวณ ถวายพระพร

เสด็จเข้าพระอุโบสถ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระราชาคณะและพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระสุหร่าย ทรงเจิมพระรัศมีทองคำลงยาราชาวดี (ฉัพพรรณรังสี) จากนั้นทรงอัญเชิญพระรัศมีทองคำลงยาราชาวดี สวมที่พระเศียรพระพุทธอังคีรส ถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน ธูปเทียนแพบูชาพระพุทธอังคีรส พระประธานในพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชสรีรางคารสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 พระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะพระอัฐิสมเด็จพระอริยวงศาคตาญาณ (วาสน์ วาสโน) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระราชอุปธยาจารย์ พระสงฆ์ถวายอดิเรก

เสด็จฯวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

จากนั้นเสด็จออกจากพระอุโบสถ เสด็จฯไปยังเกยข้างวัดราชบพิธฯ ประทับพระราชยานพุดตานทอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยาตราริ้วขบวนไปตามถนนเฟื่องนคร เลี้ยวขวาไปตามถนนเจริญกรุง เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เสด็จเข้าพระอุโบสถ พระราชาคณะและพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน ธูปเทียนแพบูชาพระพุทธเทวปฏิมากร พระประธานในพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ พระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระสงฆ์ถวายอดิเรก เสด็จออกจากกพระอุโบสถ เสด็จฯไปยังเกยหน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ประทับพระราชยานพุดตานทอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยาตราริ้วขบวนไปตาม ถนนท้ายวัง เลี้ยวขวาไปตามถนนมหาราช เลี้ยวขวาไปตามถนนหน้าพระลาน เลี้ยวขวาเข้าพระบรมมหาราชวัง ทางประตูวิเศษไชยศรี ประตูพิมานไชยศรี เทียบพระราชยานพุดตานทองที่เกยพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท

จัดริ้วขบวนยิ่งใหญ่ตามโบราณราชประเพณี

สำหรับรูปแบบริ้วขบวนนั้น มีระยะทาง 7.15 กม. เป็นการเดินกึ่งสวนสนาม 75 ก้าวต่อนาที เน้นเท้าตามจังหวะดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมทั้งสิ้น 6 เพลง ได้แก่ มาร์ชธงชัยเฉลิมพล, มาร์ชราชวัลลภ, เพลงใกล้รุ่ง, เพลงยามเย็น, เพลงสรรเสริญเสือป่า และเพลงสรรเสริญพระนารายณ์ โดยชุดแบกหามพระราชยานใช้ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์เป็นเจ้าพนักงานแบกหามพระที่นั่งราชยานพุดตานทอง จำนวน 16 นาย จัด 5 ผลัด เปลี่ยนผลัดแบกหามทุก 500-800 เมตร ใช้การเปลี่ยนคนแบกหามขณะเคลื่อนที่ โดยไม่หยุดขบวน และขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเปลี่ยนผลัดแบกหามก่อนทุกครั้ง ใช้กำลังพลทุกเหล่าทัพ 1,228 นาย

การจัดริ้วขบวนยึดตามแบบโบราณราชประเพณีและพระราชนิยม ผู้เข้าขบวนส่วนใหญ่แต่งกายตามแบบโบราณ เว้นแต่ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์แซงเสด็จฯ , ทหารรักษาพระองค์ในขบวนทหารเกียรติยศนำและตาม อีกทั้งราชองครักษ์ในพระองค์คู่เคียง ที่แต่งกายชุดเต็มยศทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ โดยริ้วขบวนแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ขบวนหน้าเป็นขบวนนำ ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือ ขบวนเสด็จฯ เป็นขบวนกลาง และขบวนหลัง เป็นขบวน ตาม

ขบวนหน้า ตำรวจม้านำ จำนวน 2 ม้า พลประจำม้า ม้าละ 3นาย จำนวน 6 นาย จัดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,วงดุริยางค์วงนำ จำนวน 107 นาย จากวงดุริยางค์ทหารบก แต่งกายด้วยเครื่องแบบชุดเต็มยศ ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ สังกัดกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภ ที่ 1 รักษาพระองค์ สวมเสื้อสักหลาด หรือเสิร์จสีแดง กางเกงดำแถบแดง แขนเสื้อปักดิ้นทองเป็นอักษรพระปรมาภิไธยย่อ วปร. สวมหมวกพู่สีดำ ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ , กองบังคับการกองผสม จำนวน 10 นาย จัดจากผู้บังคับหน่วย ระดับผู้บังคับการกรม จากหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 จำนวน 8 กรม โดยมี พลตรีทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และรองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 ปฏิบัติหน้าที่ เป็นผู้บังคับกองผสม และตามด้วย นายทหารคนสนิท ซึ่งมีผู้บังคับการกรมทหารรักษาพระองค์ อีก 8 กรม เป็นตัวแทนของหน่วยทหารรักษาพระองค์ ปฏิบัติหน้าที่เป็น นายทหารประจำกองบังคับการกองผสม,กองพันทหารเกียรติยศนำเสด็จฯ จำนวน 166 นาย จัดจาก กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภที่ 1 รักษาพระองค์,

สำหรับ ขบวนพระบรมราชอิสริยยศ หรือขบวนเสด็จฯ ประกอบด้วย ส่วนนำริ้ว ได้แก่ เจ้าพนักงานพระราชพิธีนำริ้ว, ประตูหน้า ขวาและซ้าย,สารวัตรขบวน จัดจาก หน่วยราชการในพระองค์ , ถัดมาเป็นธง 3 ชายหักทองขวาง อีก 2 หมู่ธง เชิญอยู่ในริ้วขวาและซ้าย จากนั้นตามมาด้วยตอนเครื่องประโคม เริ่มต้นที่ กลองมโหระทึก 4 กลอง ขวา 2 ซ้าย 3 พนักงานตีประโคมตลอดเส้นทาง มีสารวัตรกลองมโหระทึก เดินอยู่ย่านกลาง ตามมาด้วยริ้วขบวนกลองชนะ จากโรงเรียน เตรียมทหารกลองชนะแดงลายทอง 40 ต่อด้วยกลองชนะทอง อีก 40 เดินอยู่ริ้วทางขวา และมีกลองชนะเขียวลายเงิน 40 และกลองชนะเงิน อีก 40 เดินอยู่ซ้าย มีสารวัตรกลอง 4 นาย เดินอยู่ย่านกลาง มี จ่าปี่ จ่ากลอง คอยประโคมและคุมจังหวะกลองชนะทั้งหลาย โดยเดินฟากละ 2 สาย ขวา 2 สาย ซ้าย 2 สาย รวมเป็น 4 สาย และเครื่องประโคม ประกอบด้วย ริ้วแตรฝรั่ง แตรงอน และสังข์ โดยจัดแตรฝรั่งเดิน 2 ข้าง ซ้าย และขวา โดยเดินข้าง 2 สาย สายละ 5 รวมข้างละ 10 นาย ตามด้วยแตรงอน เดินข้างละ 2 สาย สายละ 8 รวมข้างละ 16 และปิดท้ายด้วย สังข์ เดินข้างละ 4 รวมเป็น 8 สังข์

จากนั้น เป็นตอนผู้อำนวยการริ้วขบวนโดยมี ประธานกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฝ่ายต่างๆ , นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และปิดท้ายด้วยตอนอำนวยการริ้วด้วย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ แม่ทัพภาคที่ 1

ส่วนพระราชยาน ประกอบด้วย 3 ตอนการเดิน ได้แก่ ตอนเครื่องสูงหน้า ตอนพระราชยาน ตอนเครื่องสูงหลัง ตอนเครื่องสูงหน้า จัดตอนการเดิน เป็น 3 สาย ได้แก่ ริ้วเครื่องสูงหักทองขวางหน้าขวา ริ้วเครื่องสูงหักทองขวางหน้าซ้าย และริ้วมหาดเล็กเชิญพระแสงหว่างเครื่องหน้า เดินเป็นสายกลาง ระหว่างริ้วขบวนขวาและซ้าย

จากนั้นก็จะเข้าสู่ ตอนพระราชยาน ประกอบด้วยเจ้าพนักงานเชิญฉัตรกรรภิรมย์, กรับสัญญาณ, พราหมณ์เป่าสังข์, ตำรวจหลวงรักษาพระองค์นำเสด็จ 2 สาย สายละ 8 รวมเป็น 16 นาย, นายทหารราชองครักษ์เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ และธงชัยพระครุฑพ่าห์, กำกับพระราชยานพุดตานทอง1, คนคุมเจ้าพนักงานแบกหามพระราชยานพุดตานทอง 1, เจ้าพนักงานแบกหามพระราชยานพุดตานทอง 16 นาย, เจ้าพนักงานถือม้ารองพระราชยานพุดตานทอง 8 นาย, เจ้าพนักงานแบกหามพระราชยานพุดตานทองสำรองผลัดหนุน 16 นาย จากทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์, มหาดเล็กเชิญพระแสงรายตีนตอง 4 นาย เป็นเจ้าพนักงานผู้เชิญ พระแสงศาสตราวุธสำคัญ 4 องค์ ได้แก่ 1. พระแสงดาบคาบค่าย 2. พระแสงดาบใจเพชร 3. พระแสงดาบอัษฏาพานร และ 4. พระแสงดาบนาคสามเศียร ลายมงคล 8 จัดจาก ข้าราชบริพารในพระองค์ หน่วยราชการในพระองค์, มหาดเล็กในพระองค์คู่เคียงพระราชยาน เดินกระหนาบข้างคู่เคียงพระราชยาน ข้างละสาย สายละ 8 นาย รวมเป็น 16 นาย จากหน่วยราชการในพระองค์, ราชองครักษ์ในพระองค์คู่เคียงพระราชยาน เดินกระหนาบข้างคู่เคียงพระราชยาน ข้างละสาย สายละ 8 นาย รวมเป็น 16 นาย จากสำนักงานฝ่ายเสนาธิการประจำพระองค์ 904, ริ้วเจ้าพนักงานอินทร์เชิญ
ทวนเงินคู่เคียงพระราชยานทางซ้าย 8 นาย มีกำกับอินทร์ เป็นผู้เดินนำ และ ริ้วเจ้าพนักงานพรหมเชิญทวนทอง คู่เคียงพระราชยานทางด้านขวา 8 นาย มีกำกับพรหม เป็นผู้เดินนำ , ขนาบคู่เคียงพระราชยานวงนอกสุด ได้แก่ แถวทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์แซงเสด็จ ข้างละ 2 สาย สายละ 12 นาย รวมเป็นข้างละ 24 นาย โดยแต่ละข้างจะมีพลแตร 2 นาย และมี นายทหารผู้บังคับบัญชาของแถวแซงเสด็จ ข้างละ 5 นาย โดย แถวแซงเสด็จขวา มี พลเอกจักรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นนายทหารกำกับแถวแซงเสด็จขวา และ แถวแซงเสด็จซ้าย มีพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 เป็นนายทหารกำกับแถวแซงเสด็จซ้าย

ถัดมาเป็นตอนเครื่องสูงหลังประกอบด้วย ริ้วเครื่องสูงหักทองขวางหลัง ขวาและซ้าย โดยริ้วสายหนึ่ง ประกอบด้วย ฉัตร 7 ชั้น 1 องค์ ฉัตร 5 ชั้น 5 องค์ และมีบังแทรก แทรกอยู่ระหว่างฉัตรแต่ละองค์ จำนวน 3 คัน ทั้ง 2 สาย และมี ริ้วมหาดเล็กเชิญพระแสงหว่างเครื่องหน้า ซึ่งมีทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นผู้เชิญพระแสงศาสตราวุธ จำนวน 10 องค์ เชิญมาเป็นเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ เดินอยู่สายกลางระหว่างเครื่องสูงหน้าทั้ง 2 สาย โดยพระแสงหว่างเครื่องที่เชิญมา ได้แก่ พระแสงดาบด้ามนาค จำนวน 5 องค์ ตามด้วยพระแสงหอกพระมหากฐินน้อย พระแสงง้าวด้ามไม้มะริดฝักถม พระแสงทวนด้ามทอง พระแสงหอกตรีศูลด้ามยาวและพระแสงง่ามด้ามไม้ต่อทอง

จากนั้นจะเป็นริ้ว มหาดเล็กเชิญพระแสงสำคัญ จำนวน 8 นาย ซึ่งทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นเจ้าพนักงานผู้เชิญพระแสงสำคัญประจำแต่ละรัชกาล จำนวน 8 องค์ 1. พระแสงดาบคาบค่าย (องค์ที่2) 2. พระแสงดาบเวียด 3. พระแสงดาบฟันปลา 4. พระแสงดาบแฝด 5. พระแสงดาบฝักมุกทรงเดิม 6. พระแสงดาบฝักทองเกลี้ยง 7. พระแสงขรรค์นวโลหะ และ 8. พระแสงดาบมรกต (ร.7)

ตามด้วยริ้วมหาดเล็กเชิญเครื่องตาม เป็น ริ้วของมหาดเล็กฝ่ายที่ประทับ เป็นเจ้าพนักงานผู้เชิญเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศ ราชูปโภค จำนวน 16 รายการ

ปิดท้ายริ้วขบวนด้วยขบวนหลัง ประกอบด้วย วงดุริยางค์ วงตามจากวงดุริยางค์ทหารบก สนธิกำลังด้วย วงดุริยางค์ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ จำนวน 107 นาย , กองพันทหารเกียรติยศตามเสด็จ จำนวน 166 นาย จากกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภที่ 11 รักษาพระองค์ และมีการจัด ขบวนรถยนต์พระที่นั่ง เคลื่อนที่ตามริ้วขบวน

พสกนิกรชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค ยาตราผ่านนั้น ตลอดเส้นทางมีพสกนิกรเรือนแสนต่างพร้อมใจสวมใส่เสื้อเหลือง บางคนก็ถือธงตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และธงชาติไทย บ้างก็ถือพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไว้แนบอก พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องอย่างสุดหัวใจ ด้วยความจงรักภักดี และปลื้มปิติที่ได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด

นางสมบัติ โฉมศรี อายุ 62 ปี อาชีพ ค้าขาย ประชาชนที่มาเฝ้าเสด็จฯ บริเวณหน้าประตูวิเศษไชยศรี กล่าวว่า ตนเดินทางมาจากจังหวัดสมุทรสาคร มารอเข้าจุดคัดกรองตั้งแต่ 11.00 น. เดินทางมาสะดวกมากเป็นครั้งแรกที่ได้มาชื่นชมพระบารมีของพระองค์ท่าน ดีใจมากๆ ที่ได้มาเห็น สวยงามยิ่งใหญ่สมพระเกียรติมาก ได้พาลูกๆ และหลานชายมาเฝ้ารับเสด็จฯ จะได้ซึมซับและรักสถาบันของเรามากๆ ขอพระองค์ทรงพระเจริญอยู่เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยไปนานๆ รักพระองค์ท่านมากๆ

นางรัตนาภรณ์ ใบหยา อายุ 53 ปี ชาวจังหวัดภูเก็ต เล่าว่า เดินทางมาจากภูเก็ตกับเพื่อนอีกสองคนคือนางสาวกัญญาภรณ์ นำพา อายุ 47 ปี และนางพรพิลาศ รักแต่งาม อายุ 54 ปี ด้วยรถโดยสารประจำทางตั้ง แต่เมื่อวันที่ 4 พ.ค. และเดินทางมาจับจองพื้นที่รับเสด็จฯ พระเจ้าอยู่หัว บริเวณหน้าประตูพระบรมมหาราชวัง เพื่อชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด

"ก่อนหน้านี้เคยมีโอกาสได้รับเสด็จพระองค์ท่านบ้าง เมื่อครั้งที่ลูกๆ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสเห็นพระองค์ท่านใกล้กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา รู้สึกปลื้มปีติจนไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้ ทั้งยังดีใจมากที่ได้มีร่วมเป็นหนึ่งในพระราชพิธีสำคัญครั้งนี้ และตั้งใจว่า จะมารอรับเสด็จพระเจ้าอยู่หัวในการออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท (6พ.ค.) โดยวางแผนว่าจะมาเข้ามาจับจองพื้นที่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้" 3 สาวจากจังภูเก็ต ร่วมกันเล่าด้วยสีหน้าเปี่ยมไปด้วยสุข
กำลังโหลดความคิดเห็น...