xs
xsm
sm
md
lg

ธนาธรปลุกFCขู่กกต. ห้ามแจก”ปาร์ตี้ลิสต์”พรรคเล็ก โพลรอรัฐบาล-นายกฯใหม่

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สำนักงานกกต.ชง 2- 3 สูตร คำนวณส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เข้าที่ประชุมกกต. มั่นใจประกาศผลทัน 9 พ.ค.นี้ เปิด 3 สูตรคำนวณ ฉบับ "กรธ.-โคทม-สมชัย" โดยฉบับกรธ. มีส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ได้ 27พรรค ส่วนของ "โคทม-สมชัย"ได้ 16 พรรค ด้าน"ธนาธร" เตรียมใช้ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ จี้ ฃกกต.เปิดคะแนนรายหน่วยทั่วประเทศ ปลุก FC กดดัน กกต.ห้ามแจกปาร์ตี้ลิสต์พรรคเล็ก ด้านสวนดุสิตโพล สำรวจเรื่องการเมืองหลังเลือกตั้ง ส่วนใหญ่รอคอยรัฐบาล-นายกฯใหม่ มองสิ่งดี ปชช.ได้ออกมาใช้สิทธิ ส่วนสิ่งแย่คือ ยังไม่ได้ข้อยุติ ด้าน ซูเปอร์โพล ชี้ ‘ พลังเงียบ’ ตัวแปรสำคัญ ทางการเมือง ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่

วานนี้(28เม.ย.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. ) กล่าวถึง ความคืบหน้าการพิจารณาการใช้วิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า ขณะนี้ทางสำนักงาน กกต. อยู่ระหว่างการพิจารณาวิธีการคำนวณ 2-3 สูตร ซึ่งมีทั้งสูตรที่ทางนักวิชาการเสนอมา และสูตรที่ทางสำนักงานกกต. เสนอต่อ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

ส่วนกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งเรื่อง วิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้ศาลรธน.วินิจฉัยนั้น กกต. จะรอศาลรธน. วินิจฉัยออกมาก่อนหรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า กระบวนการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นไปตามกฎหมาย โดยในระหว่างนี้ หากยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรธน. มาบัญญัติ ทางสำนักงาน กกต. ก็จะดำเนินการคำนวณตามสูตรของกกต. เพื่อประกาศผลการเลือกตั้งให้ทัน ภายใน วันที่ 9 พ.ค.นี้ ทั้งนี้ยืนยันว่า ทางสำนักงาน กกต. จะเสนอไปตามกฎหมายและกรอบระยะเวลาที่กฎหมายได้กำหนด ทั้งนี้สูตรที่สำนักงาน กกต.ได้พิจารณาไว้ 2-3 สูตรนั้น คาดว่าจะเสนอเข้าที่ประชุม กกต.ในสัปดาห์นี้

เมื่อถามถึง กรณี กกต.ใช้ดุลยพินิจประกาศผลการเลือกตั้ง ในวันที่ 9 พ.ค.แล้ว แต่หากคำวินิจฉัยของศาลรธน. ออกมาไม่ตรงกัน จะทำอย่างไร พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ปฎิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว โดยระบุเพียงสั้นๆว่า เป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก

**เปิด 3 สูตรคำนวณ'ปาร์ตี้ลิสต์ '

รายงานข่าวแจ้งว่า วิธีการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่สำนักงานฯ เตรียมนำเสนอกกต. มีทั้งหมด 3 วิธีการคำนวณ ประกอบด้วย 1. วิธีคำนวณของ กกต. ที่เสนอร่วมกับกรธ. แจกส.ส.บัญชีรายชื่อให้กับพรรคการเมืองที่ได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต่อส.ส. 1 คน จำนวน 27 พรรค 2 . วิธีการคิดคำนวณของนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. คำนวณออกมาได้ 16 พรรค และ 3. วิธีคิดคำนวณของนายโคทม อารียา อดีตกกต.ซึ่งคำนวณแล้วออกมาจะได้จำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ16 พรรคเช่นเดียวกันกับของนายสมชัย แต่ 2 วิธีการหลัง การคำนวณจะไม่แจกส.ส.ให้กับพรรคการเมืองที่ได้คะแนนต่ำกว่า 71,057 คะแนน ซึ่งต่างกันเล็กน้อยตรงที่การคำนวณในส่วนของนายสมชัย รอบ 2 ตัดทศนิยมทิ้ง

อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ตรวจการแผ่นดินจะส่งเรื่องวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้ศาลรธน. วินิจฉัยก็ตาม เพราะกระบวนการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นไปตามกฎหมาย โดยในระหว่างนี้ หากยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรธน.ออกมา กกต.ก็ต้องดำเนินการคิดจำนวนส.ส.แบบบัญชี้รายชื่อต่อไป เพื่อประกาศผลการเลือกตั้งในวันที่ 9 พ.ค.นี้

**"ธนาธร"ปลุกFCกดดันกกต.เคาะสูตรปาร์ตี้ลิสต์

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึง การทำงานของกกต.ว่า ทำไมกกต.ถึงไม่ยอมเปิดเผยผลการนับคะแนนรายหน่วยทั่วประเทศ เรื่องนี้ทำให้ประชาชนสงสัย และกังขาว่า ทำไมกกต.ไม่เปิดเผย ทั้งที่เราได้ขอให้กกต.เปิดเผยตั้งแต่สัปดาห์แรกหลังเลือกตั้งแล้ว แต่กกต.ก็ไม่ขยับทำอะไร ดังนั้น ในสัปดาห์หน้าเราจะใช้สิทธิของประชาชนภายใต้พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ เรียกร้องให้กกต.เปิดเผยผลการนับคะแนนรายหน่วย ซึ่งยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของความมั่นคง หรือเป็นความลับอะไร

นายธนาธร ยังกล่าวถึง สูตรการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก การใช้สูตรใดสูตรหนึ่ง มีผลต่อทิศทางของประเทศ ถ้าเลือกสูตรที่ 1 ฝ่ายที่ต่อต้าน คสช. จะได้เสียงเกิน 250 เสียง แต่ถ้าเลือกสูตรที่ 2 จะได้คะแนนเสียงต่ำกว่า 250 เสียง ดังนั้น เรื่องนี้ขอให้ประชาชนจับตา กดดัน กกต. ในการใช้สูตรคำนวณด้วย

**โพลชี้ปชช.รอนายกฯ-รบ.ใหม่

สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “การเมืองไทย”หลังเลือกตั้ง โดยนับตั้งแต่มีการเลือกตั้งเมื่อ24 มี.ค.62 ที่ผ่านมาเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม แต่สถานการณ์ทางการเมืองหลังเลือกตั้ง ยังคงร้อนแรงเป็นที่จับตามองและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง 1. สิ่งที่ประชาชนรอคอยหลังจากการเลือกตั้งผ่านมา 1 เดือนเต็ม คืออะไร อันดับ 1 รัฐบาลใหม่ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ 40.71%

อันดับ 2 การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 32.03% อันดับ 3 การประกาศผลรับรองการเลือกตั้ง 25.96%

2. ประชาชนคิดอย่างไร ต่อ “สถานการณ์ทางการเมือง”ก่อนเลือกตั้ง และ หลังเลือกตั้ง ในเรื่องต่างๆต่อไปนี้
สิ่งที่ดีขึ้น ณ วันนี้ คือ อันดับ 1 มีการเลือกตั้ง ประชาชนได้ออกมาใช้สิทธิของตนเอง 38.44% อันดับ 2 จะได้รัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้ง 24.73%
อันดับ 3 ประชาชน กลุ่มคนรุ่นใหม่ตื่นตัว สนใจเรื่องการเมืองมากขึ้น 19.35%

ส่วนสิ่งที่แย่ลง ณ วันนี้ คือ อันดับ 1 ปัญหาการเลือกตั้งที่ยังไม่ได้ข้อยุติ 36.47% อันดับ 2 สภาพเศรษฐกิจ ปัญหาค่าครองชีพของประชาชน 24.27% อันดับ 3 การโจมตีทางการเมือง ความขัดแย้งของนักการเมือง 21.37%

**ซูเปอร์โพลชี้"พลังเงียบ"ตัวแปรสำคัญ

นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ เรื่อง “จุดยืนทางการเมืองของประชาชน”จากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,060 ตัวอย่างระหว่าง เดือนมี.ค.- เม.ย. 62 พบว่า ส่วนใหญ่หรือ ร้อยละ 56.1 ระบุ จุดยืนทางการเมืองของตนเองเป็นกลุ่มพลังเงียบ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ในขณะที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ระหว่างกลุ่มสนับสนุนรัฐบาล มีอยู่ร้อยละ 23.3 และ กลุ่มที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลมี อยู่ร้อยละ 20.6

ที่น่าสนใจคือ เมื่อแยกออกเป็นกลุ่มคนที่เป็นคอการเมือง และกลุ่มคนที่ไม่ใช่คอการเมือง พบว่า กลุ่มคนที่ไม่ใช่คอการเมือง ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.1 เป็นกลุ่มพลังเงียบ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด มากกว่ากลุ่มที่เป็นคอการเมืองเล็กน้อย คือ ร้อยละ 54.4 ที่ระบุเป็นกลุ่มพลังเงียบ แต่กลุ่มคอการเมืองร้อยละ 25.2 สนับสนุนรัฐบาลมากกว่ากลุ่ม ไม่ใช่คอการเมืองที่มีอยู่ร้อยละ 20.7 ระบุสนับสนุนรัฐบาล

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 61.0 ระบุ เป็นกลุ่มพลังเงียบ ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แต่กลุ่มผู้ชาย มีสัดส่วนของกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาล ร้อยละ 25.8 มากกว่าหญิงที่มีอยู่ร้อยละ 21.2 และกลุ่มผู้ชายมีสัดส่วนไม่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 23.5 มากกว่าหญิงที่มีอยู่ร้อยละ 17.8 เช่นกัน

เมื่อจำแนกกลุ่มที่ระบุจุดยืนทางการเมืองออกตามกลุ่มอาชีพ พบว่า นักศึกษา เป็นกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลน้อยที่สุดคือ ร้อยละ 2.9 ไม่สนับสนุนรัฐบาลมากที่สุดคือ ร้อยละ 37.1 ในขณะที่กลุ่มพนักงานเอกชน สนับสนุนรัฐบาลมากกว่าเจ้าหน้าที่รัฐ คือร้อยละ 35.1 ต่อ ร้อยละ 22.6 อย่างไรก็ตาม กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มนักศึกษาส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 58.8 และร้อยละ 60.0 ระบุเป็นกลุ่มพลังเงียบ

"สัญญาณเตือนภัยในความขัดแย้งรุนแรงบานปลายเริ่มก่อตัวขึ้น แต่ยังพอจะควบคุมสถานการณ์ได้ ถ้ารัฐบาล และฝ่ายอำนาจรัฐ ไม่ปฏิบัติการกับฝ่ายตรงข้ามแบบเหมารวม ยกเข่งกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาล เพราะข้อมูลจุดยืนทางการเมืองของประชาชนครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพลังเงียบที่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อการเคลื่อนไหวทางการเมือง คนกลุ่มนี้ยังอยู่ตรงกลาง ไม่สนับสนุน และไม่ต่อต้านรัฐบาลชัดเจน โดยเห็นได้ชัดในกลุ่มนักศึกษาและกลุ่มเกษตรกร ดังนั้นรัฐบาลยังมีโอกาสบริหารจัดการอารมณ์ความรู้สึกของสาธารณชนให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้" ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...