xs
xsm
sm
md
lg

"ธนาธร"เจอกับดักตัวเองสกัด กระแสเด็กๆวูบวาบไม่ยืนยาว !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

**อาจเป็นช่วงที่ต้องรอ นั่นคือ ต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)รับรองผลการเลือกตั้งในวันที่ 9 พฤษภาคม นี้ ทำให้บรรยากาศการเคลื่อนไหวทางการเมืองต้องซาลงไป เพราะทุกพรรคต่างก็ลุ้นกันว่า ตัวเองจะได้จำนวนส.ส.เพิ่ม หรือลดลงไปมากน้อยเพียงใด หรือบางพรรคอาจถึงขั้นหดหายไปเลยก็มี รวมไปถึงต้องรอลุ้นกันว่า จะมีการได้รับ ใบแดง ใบเหลือง ใบส้ม ตามมาอีกหรือไม่ ทำให้ฝ่ายที่เคยจับขั้วแย่งกันตั้งรัฐบาลต้องนิ่ง และต้องรอด้วยใจระทึก
เพราะแม้ว่าจะมีการลงนามสัตยาบันล็อกคอกันไปล่วงหน้าในกลุ่มของ "ขั้วพรรคเพื่อไทย" แต่ในเมื่อทุกอย่างยังไม่นิ่ง เสียง ส.ส.ยังไม่ชัวร์ มันก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว ต้องนั่งรออย่างเดียว อย่างไรก็ดีระหว่างนี้ก็อาจมีการโชว์สีสัน หรือสร้างราคาทำผลงานเฉพาะตัวให้กับบางคนที่เดินสายทำเป็นยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญ ร้องผู้ตรวจการ เพื่อขัดขวางไม่ให้ กกต.คำนวณคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อผิดไปจากที่พวกเขาได้ประโยชน์ แต่เชื่อว่าในที่สุดแล้ว คงไม่มีความหมายอะไร
อย่างไรก็ดี ที่น่าสนใจก็คือในช่วงเวลาเดียวกันนี้กลับได้เห็นอาการ "ดิ้นรน" ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เพื่อให้ตัวเอง "พ้นจากกับดัก" แต่สำหรับตัวเขาอาจจะพิเศษกว่าใคร เนื่องจากกับดักที่ว่านั้น กลับกลายเป็นว่าตัวเองเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง และทำท่าจะกลายมารัดคอตัวเองในแบบที่คาดไม่ถึง และต้องลุ้นกับแบบหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะต้องพิสูจน์กันด้วยเอกสาร หลักฐาน ไม่อาจใช้วาทกรรมไปสร้างกระแสบิดเบือนได้เลย
** ที่น่าจับตามเวลานี้ก็คือ กรณีการถือหุ้นและการโอนหุ้นบริษัท วีลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจสื่อว่าเข้าลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98(3 ) ประกอบ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42(3) ที่ทาง กกต.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไต่สวนข้อเท็จจริงหลังจากพบหลักฐานบางอย่างที่ส่อพิรุธในเรื่องวัน เวลา ในเรื่องการโอนหุ้นให้กับบุคคลในครอบครัว
แน่นอนว่าเรื่องดังกล่าวถือว่า น่าหวาดเสียว เพราะหากพบความผิดแล้ว นอกเหนือจากจะต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 20 ปีแล้ว ยังมีเรื่องคุกตะราง เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย นั่นคือ อาจรับโทษอาญาจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการชี้แจง และขณะเดียวกัน ก็มีการเปิดโปงชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติเกิดขึ้นหลายอย่าง
อย่างไรก็ดี สิ่งที่เกิดขึ้นมันสะท้อนให้เห็นว่า มันเริ่มมีผลกระทบต่อตัว ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มากขึ้นเรื่อยๆ โดยถึงตอนนี้เจ้าตัวอาจคาดไม่ถึง เนื่องจากในเวลาหนึ่งโดยเฉพาะในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ต่อเนื่องมาจนถึงช่วงวันเลือกตั้ง "กระแส" ของเขาที่จุดขึ้นในโลกโซเชียลฯ เกี่ยวกับ "พ่อของฟ้า" อะไรนั่น ของพวกเด็กๆ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแรงส่งทำให้เขาและพรรคอนาคตใหม่ "แรง" เกินคาด และด้วยอานิสงส์ ของรัฐธรรมนูญจาก "มดลูกเผด็จการคสช." ที่พวกเขาใช้เป็นเงื่อนไขโจมตี สร้างกระแสนั่นแหละทำให้คาดกันว่า จะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่ออย่างเป็นกอบเป็นกำ
แต่ก็นั่นแหละ ในเมื่อเข้าสู่บทบาทใหม่ จากเคยที่วิจารณ์คนอื่นอยู่วงนอก แต่นาทีนี้เมื่อสถานะเปลี่ยนไป กลายเป็นนักการเมือง เป็นบุคคลสาธารณะทุกอย่างก็เลยตรงกันข้าม ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนก็คือ กรณีหุ้นบริษัท วีลัค มีเดียฯ ที่จะต้องถูกตรวจสอบกันทุกเม็ด และรายการแบบนี้จะมาโวยวาย โบ้ยว่าเป็นเพราะเผด็จการหาเรื่องกลั่นแกล้ง ไม่ได้เป็นอันขาด แม้จะพูดได้ แต่ในกรณีแบบนี้ทุกอย่างย่อมต้องพิสูจน์กันด้วยข้อเท็จจริง ตามเอกสาร พยานหลักฐาน ซึ่งเชื่อว่าตรวจสอบเส้นทางได้ไม่ยาก จริงก็คือจริง เท็จก็คือเท็จ และใช้เวลาไม่นานก็สรุปได้
อย่างไรก็ดี เมื่อได้เห็นอาการร้อนรนของ ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ กับพวกที่พยายามชี้แจงแก้ต่างกันทุกวิถีทาง เพื่อให้ตัวเองพ้นจากข้อกล่าวหาในเรื่องดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใบเสร็จค่าทางด่วนในวันดังกล่าว และตั๋วเครื่องบิน ที่อ้างว่าตัวเองอยู่ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงเช้า แต่ในช่วงบ่าย ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาโอนหุ้นดังกล่าว ก็ว่ากันไป เพราะเปิดโอกาสให้ชี้แจงได้เต็มที่ ส่วนจะน่าเชื่อถือเพียงใด ก็ต้องแล้วแต่ดุลพินิจของคณะกรรมการที่พิจารณาตามพยาน หลักฐาน
ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องพิสูจน์กันต่อไปว่าเวลานี้"กระแสฟีเวอร์"แบบ"พ่อของฟ้า"ที่เคยโหมกันก่อนหน้านี้มันยังอยู่กันครบหรือไม่ หรือว่าเริ่มซาลงไปบ้างแล้ว หลังจากเจอเข้าไปหลายดอกประดังเข้ามา โดยเฉพาะเรื่อง"จะไม่ให้เรียก"พี่ป้าน้าอา"ที่ถูกขยายผลจนทำให้เอาเจ้าตัวถึงกับนิ่ง ไม่กล้าออกมาตอบโต้
**ดังนั้นสิ่งที่ต้องพิสูจน์กันต่อไปว่า "กระแสคนรุ่นใหม่" นั้นมันมีจริง และมีปริมาณมากน้อย ขนาดไหนกันแน่ หรือว่าเมื่อเวลาเปลี่ยนไป อาจจะมีการ "เห่อ" สิ่งใหม่ คนใหม่ ไม่ได้ยึดติดกับอะไรได้นาน แต่ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งสำหรับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กำลังเจอปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องผ่านไปให้ได้นั่นคือกรณี "หุ้นสื่อ" ที่ต้องเคลียร์ หากพิสูจน์ไม่ได้ มันก็จบเห่ !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...