xs
xsm
sm
md
lg

กฎหมาย"ข่าวกรอง"ฉบับใหม่ เปิดช่องล้วงข้อมูลบุคคล

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ พ.ศ.2562 ซึ่งเป็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยข่าวกรองแห่งชาติ โดยมีรายละเอียดรวม 17 มาตรา เนื่องจาก พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ พ.ศ. 2528 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว เนื้อหาและหลักเกณฑ์บางส่วนไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ภัยคุกคามความมั่นคงและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป จึงต้องมีการปรับปรุงใหม่
ทั้งนี้ สาระสำคัญของ พ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ พ.ศ. 2562 อยู่ใน มาตรา 6 ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ ระบุว่า เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ อาจสั่งให้หน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลใด ส่งข้อมูลหรือเอกสารที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติภายในระยะเวลาที่ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติกำหนด หากหน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลดังกล่าวไม่ส่งข้อมูลหรือเอกสารภายในกำหนดเวลาโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สำนักข่าวกรองแห่งชาติรายงานต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาสั่งการที่เห็นสมควรต่อไป
ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องได้มาซึ่งข้อมูล หรือเอกสารอันเกี่ยวกับการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง การข่าวกรองทางการสื่อสาร หรือการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน สำนักข่าวกรองแห่งชาติ อาจดำเนินการด้วยวิธีการใดๆ รวมทั้งอาจใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เครื่องโทรคมนาคม หรือเทคโนโลยีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล หรือเอกสารดังกล่าวได้ ทั้งนี้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบที่ผู้อำนวยการกำหนดโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรี โดยระเบียบดังกล่าวอย่างน้อย ต้องกำหนดให้มีการบันทึกรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เหตุผล ความจำเป็น วิธีการ บุคคลที่ได้รับผลกระทบ หรืออาจได้รับผลกระทบ และระยะเวลาในการดำเนินการ รวมทั้งวิธีการป้องกัน แก้ไข และเยียวยาผลกระทบต่อบุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง
การดำเนินการตามมาตรานี้ หากได้กระทำตามหน้าที่ และอำนาจโดยสุจริตตามสมควรแก่เหตุแล้ว และเป็นไปเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคง หรือการป้องกันภัยสาธารณะ ให้ถือว่าเป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย
นอกจากนี้ ใน มาตรา 12 ให้สำนักข่าวกรองแห่งชาติ จัดให้มีศูนย์ประสานข่าวกรองแห่งชาติ (ศป.ข.) เป็นหน่วยงานภายใน ทำหน้าที่ประสานกิจการข่าวกรอง การต่อต้านข่าวกรอง และการรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน ร่วมกับหน่วยข่าวกรองอื่นภายในประเทศ โดยให้ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ แต่งตั้งรองผู้อำนวยการคนหนึ่งเป็นผู้อำนวยการ ศป.ข.
หน้าที่สำคัญของ ศป.ข. คือ ติดตาม ประเมิน และวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งรายงานข่าวประจำวัน ข่าวด่วน ข่าวเฉพาะกรณี และรายงานการแจ้งเตือนล่วงหน้า ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงต่อนายกรัฐมนตรี สภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตลอดจนกระจายข่าวไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเฝ้าระวังภัยคุกคาม ความมั่นคงปลอดภัย ทั้งในภาวะปกติ และช่วงมีสถานการณ์ ช่วงเทศกาลที่สำคัญ พระราชพิธี และการประชุมหรืองานพิธีการที่สำคัญของรัฐ เพื่อสนับสนุนการป้องกัน หรือแก้ไขสถานการณ์ที่มีเหตุการณ์ฉุกเฉินรุนแรงเกิดขึ้น และปฏิบัติต่อเนื่องจนสิ้นสุดสถานการณ์นั้น
กำลังโหลดความคิดเห็น...