xs
xsm
sm
md
lg

ธนาธร-ปิยบุตร เสี่ยงเล่นของร้อน!!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

**นาทีนี้สำหรับวงการเมืองไทย คงไม่มีใครฮอตฮิตเท่ากับสองหนุ่ม ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคฯ ที่กลายเป็นจุดสนใจ และเป็น"ขวัญใจ"ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะพวกในวัยประมาณยี่สิบต้นๆ ที่เพิ่งได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก เป็นพวก"คนรุ่นใหม่" ถึงขั้นมีการสร้างกระแส "พ่อของฟ้า"ในโลกโซเชียลฯ
อย่างไรก็ดี ด้วยสาเหตุมาจากอะไรก็แล้วแต่ แต่ถือว่ามันมาแบบ "เกินคาดหมาย" ที่พวกเขาทั้งสองคนคงคาดไม่ถึงว่าจะ "แรง"ได้ขนาดนี้ ขณะเดียวกัน อาจเป็นเพราะมีองค์ประกอบอื่นที่ประจวบเหมาะเข้ามา จนกลายเป็นแรงส่งจนร้อนแรง เรียกความสนใจได้แบบที่เห็น
แต่อีกด้านหนึ่งมันก็น่าจับตาว่า พวกเขา ทั้ง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล จะรักษากระแสในลักษณะแบบนี้ได้นานแค่ไหน จะยืนระยะไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เพราะหากพิจารณาจากกระแสที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้งคู่กำลังได้รับความสนใจ แต่ขณะเดียวกันผลจากการกระทำและบทบาทการเคลื่อนไหวในอดีต กำลังตามมาหลอกหลอน และที่สำคัญพวกเขาเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากกลายเป็น "บุคคลสาธารณะ" ที่ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ และบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ แบบเลี่ยงไม่ได้
อีกทั้งที่ต้องประเมินกันอย่างจริงจังด้วยว่า บรรดาคนรุ่นใหม่ที่ว่านั้น จะ"ยั่งยืน"ไปได้นานแค่ไหน หรือว่าเมื่อเกิด "กระแสใหม่" ก็จะแห่ไปทางอื่นเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นอยู่เป็นปกติหรือไม่ เพราะหากพิจารณาแบบเปรียบเทียบความตื่นตัวทางการเมืองของเด็กรุ่นใหม่ในยุคนี้ กับเด็กรุ่นใหม่ในรุ่นก่อน ที่เรียกว่า"ยุคแสวงหา" ยุคคนเดือนตุลา ถือว่าต่างกันลิบลับ ถึงขนาดที่มีการกล่าวหาว่า เด็กยุคนี้มันดีแต่ "บ้าแฟชั่น" บ้าแบรนด์เนม ท่องแต่โชเชียลฯ ไม่เคยอ่านเรื่องราวเกินสามบรรทัด
แต่การที่พวกเด็กรุ่นนี้มีความตื่นตัว มาสนใจ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และเลือกพรรคอนาคตใหม่ ก็อยากมองในมุมบวกว่า นี่คือการตื่นตัวทางการเมือง ไม่ใช่มาตามกระแสในโลกโซเชียลฯ ในแบบ "ฟ้ารักพ่อ หรือพ่อของฟ้า" อะไรแบบนั้น หากเป็นแบบนั้นมันก็คือการ "ตามแห่" ไม่ใช่กระแสตามความรู้สึกนึกคิดที่แปลกแยกออกไป
** วกกลับมาที่ "สองคู่หู" ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่กำลังถูกจับตามองว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน เพราะถือว่าพวกเขากำลัง "จุดกระแส" เลือกที่จะเล่น "ของร้อน" เพิ่มความเสี่ยงให้กับตัวเอง โดยเฉพาะการเลือกแนวทางแข็งกร้าว คิดจะ "หัก" กับคนในสังคมรอบตัว ด้วยการคิดที่จะรื้อระบบวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมที่ยึดถือกันมาตั้งแต่โบราณ และที่สำคัญ ถูกมองว่าพวกเขามี "ทัศนคติที่เป็นอันตรายกับสถาบันฯ" ซึ่งเรื่องหลังนี่แหละ กำลังจะสร้างความโกรธเกรี้ยวแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคมไทย
ที่สำคัญจากพฤติกรรมและความเคลื่อนไหวในอดีตของพวกเขามันเสี่ยงต่อการ "ทำผิดกฎหมาย" ที่แม้ว่าบางเรื่องอาจสร้างกระแสด้วยการปลุกระดมให้เห็นว่า "ถูกกลั่นแกล้ง" ทางการเมือง เป็นการกำจัดฝ่ายตรงข้ามของพวกเผด็จการอะไรทำนองนั้น แต่ขณะเดียวกันมีเรื่องสำคัญบางเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันด้วยพยานหลักฐาน ที่เป็นลายลักษณ์อักษร
สำหรับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ก่อนหน้านี้เขาถูกดำเนินคดีอาญาตาม มาตรา 116 ข้อหายุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในสังคม ซึ่งมีหมายเรียกไป เมื่อหลังการเลือกตั้ง ทั้งที่คดีเกิดขึ้นเมื่อปี 2558 และพนักงานสอบสวนก็ย้ำว่า สาเหตุที่คดีล่าช้าและเพิ่งออกหมายเรียกได้ในเวลานี้ก็เพราะมีการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนมาหลายชุด และต้องขึ้นศาลทหาร เพราะเป็นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อปี 58 ต้องอยู่ในอำนาจของศาลทหาร แต่ก็สามารถยื่นคำร้องโอนมาศาลพลเรือนได้แต่ถึงอย่างไรสำหรับคดีนี้หากพิจารณากันแบบตรงไปตรงมา ก็เป็นไปได้ที่สังคมจะมองว่าเป็นการ "กลั่นแกล้ง" หรือเตะตัดขาฝ่ายตรงข้าม เพราะช่วงเวลามันชวนให้มองได้อย่างนั้นเหมือนกัน
แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ เรื่องการโอนหุ้นบริษัท วี-ลัคมีเดีย จำกัด ที่ล่าสุดทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาความจริงกันแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมา มีข้อพิรุธมากมายและยิ่งชี้แจงก็ยิ่งเกิดคำถามใหม่เกิดขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการตรวจสอบหาความจริงทำได้ไม่ยาก เพราะทุกอย่างมีเอกสารตรวจสอบกันได้
และถึงตอนนั้นคงจะได้พิสูจน์กันว่า พฤติกรรมและความเคลื่อนไหวของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียวก็ "เสี่ยงคุก" และมีผลกระทบทางการเมืองโดยตรง โดยเฉพาะรายการนี้จะมาโวยวายว่าถูกกลั่นแกล้งคงไม่ได้ ขณะที่คู่หูอย่าง ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่เอาแค่เรื่อง "คลิป" ในอดีต รวมทั้งการอ่านแถลงการณ์กรณียุบพรรคไทยรักษาชาติ แค่เรื่องแบบนี้ก็ถือว่า"ร้อน" จนแทบนั่งไม่ติดแล้ว
**อย่างไรก็ดี ก็ต้องจับตามองกันอย่างใกล้ชิดต่อไปว่า ทั้ง ธนาธร และปิยบุตร จะยืนระยะได้หรือไม่ เพราะพฤติกรรมและความเคลื่อนไหวล้วนแต่เป็น"เรื่องร้อน" เสี่ยงต่อความแตกแยกรุนแรงในสังคม และที่สำคัญคนรุ่นใหม่ที่บอกว่าเป็น "พ่อของฟ้า" จะยังเหลือปกป้องพวกเขาได้อีกสักกี่มากน้อย !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...